เชื่อไหมว่ามนุษย์เรามีภูมิปัญญาการรับมือกับอาการวิงเวียนศีรษะ แก้ปวดหัว แก้คลื่นไส้ แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนชาติ?
ถ้าเป็นชาวตะวันตกเขาอาจจะแนะนำให้ดื่มซุปร้อนๆ ดื่มชาอุ่นๆ นั่งพิงหลังสักครู่ ส่วนชาวตะวันออกอาจจะมีการต้มยาหอมใส่ชาม พร้อมแนะนำให้นั่งพักจิบชาร้อนผ่อนคลาย แต่ในประเทศไทยที่มีคนเชื้อสายจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ปรากฏว่ามันเสกสร้างให้มีวัฒนธรรมการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ และสิ่งนั้น คือ การใช้ยาหม่อง
ทุกคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ แต่ยาหม่องมันมีรากฐานมาจากแพทย์แผนจีนไม่ใช่หรอ? คนจีนเขาไม่ได้ใช้ยาหม่องกันหรอ?
คำตอบ คือ เขาใช้ค่ะ ในประเทศจีนและในประเทศพม่าก็ยังคงมีการใช้ยาหม่องกันอย่างแพร่หลาย และน่าจะยังไม่มีใครเทียบเป็นเปอร์เซนต์ว่าสถิติการใช้ยาหม่องในคนจีน คนพม่า คนไทยใครใช้มากกว่ากัน ซึ่งในบทความนี้เราจะไม่ถกเถียงกันเรื่องนั้น แต่เอาเป็นว่า การใช้ยาหม่องเพื่อผ่อนคลายอาการวิงเวียน และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่ติดตลาดคือ ตราถ้วยทอง!

สูตรยาหม่องตราถ้วยทองถูกคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกตั้งแต่ปี 2487 ซึ่งก็คือเมื่อ 82 ปีที่แล้ว แรกเริ่มเดิมทีกิจการยาหม่องตราถ้วยทองเริ่มมาจากร้านขายของชำลี้เปงเฮง ซึ่งตั้งอยู่ในย่านตลาดพลู ยาหม่องสูตรที่คิดเมื่อปี 2487 คิดขึ้นมาเพื่ออยากรักษาอาการแมลงสัตว์กัดต่อย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ วิงเวียนศีรษะ (และวิธีใช้ก็คือ ทาถู ทาถู)
จากนั้นทางร้านก็ปรับปรุงสูตรเรื่อยมา และได้จดทะเบียน เป็น บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด เมื่อปี 2493
จนกระทั่ง 80 ปีผ่านไป เมื่อมาถึงปี 2569 ก็เกิดการรีแบรนด์ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของยาหม่องตราถ้วยทอง นั่นคือการคลอดดีไซน์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากเดิมที่เป็นยาหม่องใส่ในกระปุกแก้ว ตอนนี้ยาหม่องตราถ้วยทองออกแบบใหม่ เป็นแบบแท่งแล้ว ขายอยู่ที่ราคา 39 บาท (ปริมาณ 5 กรัม)
หากใครนึกภาพไม่ออก เราอยากให้คุณลองคิดถึงลิปบาล์มแบบแท่งที่สามารถหมุนขึ้นลงมาใช้ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องใช้นิ้วจิ้มหรือควักยาหม่องออกมาทีละมากๆ ให้เหนียวติดมือ
การออกแบบยาหม่องให้เป็นแบบแท่งถือเป็นการแก้ปัญหาให้คนที่ชอบเดินทางและอาจไม่สะดวกที่จะพกยาหม่องแบบกระปุกที่ค่อนข้างมีน้ำหนักแถมยังต้องใช้นิ้วจิ้มควักลงไปในกระปุกยาหม่อง การมียาหม่องแบบแท่งนอกจากจะสะดวกต่อการพกพาแล้ว ยังง่ายในแง่การใช้งานอีกด้วย เพราะสามารถหมุนขึ้นลงมาใช้ ทาถู ทาถู ได้แบบเดิม เพิ่มเติมคือไม่เหนียวติดมือ
การเปลี่ยนรูปแบบแพคเกจจิ้งคราวนี้ยังคงอนุญาตให้คุณทาถู ทาถู ได้ แต่คุณอาจใช้แท่งยาหม่องนี้ทาบนขมับหรือบนแผลที่มีสัตว์กัดต่อยได้เลย โดยไม่ต้องให้ยาหม่องเลอะนิ้วมือ ถือว่ายังคงคอนเซ็ปต์ทาถูได้เหมือนเดิม คงไอเดียแรกเริ่มเอาไว้ได้ แถมยังสะดวก พกง่าย ใช้สบายอีกด้วย
อ้างอิงจาก