1
ศัพท์ว่าด้วยการร่วมเพศกับสัตว์ มีอยู่สองคำ
คำแรกคือ ‘Zoophillia’ ซึ่งก็คือการหมกมุ่นหรือรักใคร่ชอบพอในการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์
อีกคำหนึ่งคือ ‘Bestiality’ ซึ่งก็คือการมีกิจกรรมทางเพศแบบข้ามสปีชีส์ ระหว่างมนุษย์และสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์
สองคำนี้ นำมาซึ่งจุดจบของชายผู้หนึ่ง ผู้มีนามว่า เคนเนธ พินยาน (Kenneth Pinyan)
เขาร่วมรักกับม้าจนตาย
2
เดิมทีเดียว ด้วยอิทธิพลของศีลธรรมยุควิคตอเรียน การมีเซ็กซ์กับสัตว์ถือเป็นเรื่องต้องห้ามถึงขั้นเขียนไว้เป็นกฎหมายในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา แต่ในทศวรรษ 1970 มีการยกเลิกกฎหมายนี้ในหลายรัฐ
ทำไมถึงยกเลิก?
คำตอบก็คือ แนวคิดแบบเสรีนิยมเริ่มแพร่หลาย กิจกรรมทางเพศในแบบที่เรียกว่า ‘Consensual Sex’ หรือเซ็กซ์แบบยินยอมพร้อมใจระหว่างผู้ใหญ่ ซึ่งหลายเรื่องเคยเป็นเรื่องต้องห้าม (เช่น ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชาย การมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน การมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือประตูหลัง ฯลฯ) ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอีกต่อไป จึงมีการยกเลิกกฎหมายเหล่านี้หลายข้อ ซึ่งกฎหมายในบางรัฐเมื่อยกเลิกไปแล้วก็จะนับรวมไปถึงการมีเซ็กซ์กับสัตว์หรือมีเซ็กซ์กับศพด้วย เพราะข้อห้ามพวกนี้เขียนไว้รวมๆ กัน
ตัวอย่างของรัฐหนึ่งที่ยกเลิกกฎหมายนี้ไป และทำให้กิจกรรมอย่าง Bestiality กลายเป็นเรื่องถูกกฏหมาย (หรือไม่ผิดกฏหมาย) ขึ้นมา ก็คือรัฐวอชิงตัน
และเคนเนธ พินยาน อาศัยอยู่ในรัฐนี้
ก่อนหน้านั้น พินยานเคยประสบอุบัติเหตุเพราะการขี่มอเตอร์ไซค์ มันเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่หลังการผ่าตัดแล้ว เขาก็สูญเสียการรับรู้ทางผัสสะไปหลายอย่าง เรื่องหนึ่งที่เขาเสียไปด้วยก็คือความรู้สึกเจ็บปวดทางกาย
ในเวลานั้น เขาเริ่มเปลี่ยนรสนิยมทางเพศ เขาทดลองกิจกรรมทางเพศที่ ‘สุดขั้ว’ กับตัวเองหลายอย่าง เช่น นำดิลโดหรือจู๋ปลอมขนาดใหญ่สอดใส่เข้าไปทางทวารหนัก หรือกระทั่งประกอบกิจกรรมทางเพศแบบใช้กำปั้นกับทวารหนักอย่างที่เรียกว่า ‘Fisting’ ซึ่งเขาก็ทำได้โดยไร้ปัญหา เพราะระบบประสาทในการรับรู้ความเจ็บปวดเสียไปแล้ว
และด้วยความที่พินยานเลี้ยงม้า เหตุปัจจัยต่างๆ จึงประกอบรวมตัวกันเข้า ทำให้เขาทดลองมีเพศสัมพันธ์กับม้า ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องมีผู้ช่วยทำให้กิจกรรมนี้ลุล่วงไปด้วย
ในต้นทศวรรษ 2000s เขาพบกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในโลกออนไลน์ คนกลุ่มนี้ใช้ชื่อว่า Zoos ซึ่งก็มีนัยไปถึง Zoophillia หรือรักใคร่ชอบพอหมกมุ่นในการร่วมเพศกับสัตว์ ในแต่ละสุดสัปดาห์ คนกลุ่มนี้จะรวมตัวกันลับๆ คล้ายๆ Fight Club ในหนัง แต่ไม่ได้มาชกกัน
พวกเขามาร่วมเพศกับม้า
วิธีร่วมเพศ ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไปทำมิดีมิร้ายกับประตูหลังม้า แต่แต่ละคนจะให้ม้าเป็นฝ่ายกระทำตัวเอง และบางครั้งก็มีเพศสัมพันธ์กันเองไปด้วย เรียกว่าช่วยกันกระทำจนบรรลุกิจ
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วม้ามันสามารถทำอะไรต่อมิอะไรเหล่านี้ได้หรือ คำตอบก็คือต้องมีกรรมวิธี ได้แก่การฝึกม้าให้สามารถทำสิ่งนี้ได้ โดยมีสิ่งกระตุ้นเร้าด้วยการฉีดฟีโรโมนให้ม้าเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมาจนอวัยวะเพศแข็งตัว แล้วคนเหล่านี้ก็กระทำการกับม้า
หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นการทรมานสัตว์ แต่ในปีค.ศ. 2015 มีสารคดีเรื่อง ‘Zoo’ ซึ่งอธิบายว่า ม้าอาจถูกรบกวน แต่ม้าไม่ได้รับบาดเจ็บจากกิจกรรมนี้ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ คนเหล่านี้ไม่ได้สนใจใน ‘ม้า’ แบบ Zoophillia จริงๆ แต่พวกเขาสนใจในอวัยวะเพศขนาดใหญ่มากกว่า คือเกิดความหมกมุ่นทางเพศ (Sexual Fixation) กับลึงค์มหึมา และลึงค์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ ก็คือลึงค์ของม้า ดังนั้นจึงไม่ใช่ความปรารถนาในตัวม้าโดยตรง
พินยานเองก็อาจไม่ได้รักม้าแบบนั้น
และไม่ได้เป็น Zoophile ด้วย
แต่แล้วเขาก็ต้องตายเพราะม้า
3
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในชนบทของวอชิงตัน ไม่ใช่ที่บ้านของพินยานเอง แต่ตอนนั้น พินยานนัดกับเพื่อนๆ กลุ่มรักลึงค์ใหญ่ด้วยกัน อันประกอบไปด้วย เจมส์ ไมเคิล เทต (James Michael Tait) ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกที่อาศัยอยู่ในรถบ้านละแวกใกล้ๆ ฟาร์ม กับชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อ แต่ชายคนนี้ถือว่าเป็น Mr. Hands คือเป็นผู้ใช้มือช่วยให้อวัยวะเพศของม้าสามารถชำแรกผ่านเข้าไปในร่างกายของพินยานได้
ในวันนั้น มีการถ่ายคลิปประกอบด้วย โดยแรกสุด ม้ากระทำกับเทตก่อน แล้วจากนั้นเทตก็เปลี่ยนมาเป็นคนถ่ายคลิปม้ากระทำกับพินยาน
ปรากฏว่า ขณะกระทำกิจนั้นเอง พินยานได้รับบาดเจ็บ อวัยวะภายในฉีกขาด แต่ปัญหาก็คือเขาไม่รู้ว่าตัวเองเจ็บเพราะระบบประสาทรับความเจ็บปวดไม่ทำงาน ระบบขับถ่ายภายในฉีกขาด โดยเฉพาะส่วนของทวารหนักและลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ทำให้พินยานตกเลือดและหมดสติไป
แน่นอน ทั้งเทตและชายอีกคนหนึ่งตกใจ พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายจึงตัดสินใจนำตัวพินยานไป ‘ทิ้ง’ ไว้ที่โรงพยาบาลชุมชนชื่อ Enumclaw Community Hospital และร้องเรียกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลให้มาดูแล แล้วก็หนีไป
ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2005 พินยานเสียชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน ที่ที่เขาถูกนำตัวมา ‘ทิ้ง’ เอาไว้ โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เขาเกิดอาการอักเสบเฉียบพลันของเยื่อบุช่องท้อง เรียกว่าอาการ Peritonitis ซึ่งเกิดขึ้นเพราะการฉีกขาดของลำไส้ ในตอนนั้น แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย่อมต้องสืบสวนการตาย และใช้ใบขับขี่ของพินยานเพื่อสืบสาวราวเรื่องกลับไปหาคนรู้จักและญาติๆ รวมทั้งใช้กล้องวงจรปิดที่มีอยู่เพื่อดูว่าใครเป็นคนนำพินยานมาส่ง นั่นทำให้เจ้าหน้าที่สืบกลับไปถึงฟาร์มที่เป็นสถานที่เกิดเรื่อง และค้นลึกลงไปถึงกลุ่มแชตในอินเทอร์เน็ตที่ชื่อ Zoo รวมทั้งสามารถเก็บหลักฐานเป็นคลิปของคนที่กำลังปฏิบัติการ Bestiality รวมแล้วนานหลายร้อยชั่วโมง
ผู้สื่อข่าวของ Seattle Times รายงานว่า ในตอนแรก เจ้าหน้าที่ทางการไม่อยากให้หนังสือพิมพ์รายงานข่าวนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ฟังดูน่าบัดสีเกินไป (เขาใช้คำว่า gruesome) แต่เมื่อพบว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคนเพียงหนึ่งหรือสองคน แต่มีคนจำนวนไม่น้อย (คือมีจำนวนที่เรียกได้ว่า significant number หรือมีจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ) ที่รักชอบกิจกรรม Bestiality ดังนั้น หนังสือพิมพ์ Seattle Times จึงตัดสินใจว่าต้องรายงานเรื่องนี้
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ—เรื่องนี้ ‘ผิด’ หรือไม่?
4
ข้อหาแรกที่ทุกคนนึกถึง ก็คือฆาตกรรม
แต่ใครฆ่าใครล่ะ?
คำตอบก็คือไม่มีใครฆ่าใคร ความตายที่เกิดขึ้น จะเรียกว่าเป็น ‘อุบัติเหตุ’ ก็ได้ เพราะเทตไม่รู้ว่าพินยานไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด และพินยานเองก็ไม่ได้มีอาการอะไรจนกระทั่งหมดสติไปเอง จึงไม่มีใครเจตนาฆ่า หรือกระทั่งทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาทด้วย เนื่องจากพินยานเป็นผู้ยินยอมพร้อมใจกระทำกิจนี้ด้วยตัวเอง
อีกเรื่องที่ทุกคนนึกถึงก็คือ
มันเป็นกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหรือเปล่า?
คำตอบก็คือ—ไม่ผิด, เพราะกฎหมายยกเลิกไปแล้วอย่างที่บอกตั้งแต่ต้น
ก็ถ้าอย่างนั้น—นี่เป็นการทรมานสัตว์ไหมเล่า?
มีการสืบสวนเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายอัยการก็บอกว่า ไม่มีม้าได้รับบาดเจ็บเลย อัยการอยากจะตั้งข้อหากับเทตว่าทำร้ายสัตว์ แต่ตำรวจหาหลักฐานว่าสัตว์ถูกทำร้ายไม่ได้ และเนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามมนุษย์มีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ สุดท้ายข้อหาเดียวที่เทตโดน—ก็คือบุกรุก
เทตย้ายไปอยู่เทนเนสซี แต่เขาก็ยังทำเรื่องเดิมๆ อีก จนกระทั่งถูกจับด้วยข้อหาทำร้ายสัตว์ กฎหมายในเทนเนสซีไม่เหมือนวอชิงตัน นั่นทำให้เขาผิดและติดคุก
เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐวอชิงตันต้องร่างกฎหมายใหม่ขึ้นมาเพื่อสั่งห้ามกิจกรรม Bestiality ขึ้นมาโดยเฉพาะ และกฎหมายนี้ก็กลับมาใหม่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 เป็นกฎหมายที่ผ่านง่ายดายมาก เพราะไม่มีนักรณรงค์เรื่อง Bestiality ใดๆ มาคัดค้าน โดยกฎหมายนี้สั่งห้ามการมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่เป็นอยู่หรือตายไปแล้วก็ตาม
ความตายของพินยานเป็นความตายที่แปลกประหลาด
แต่กระนั้นก็เป็นความตายที่ยืนยันกับเราว่า—โลกนี้มีความแตกต่างหลากหลายมากมายเหลือเกิน