1.
ซานมิเกล โตโตลาปัน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก เป็นส่วนหนึ่งของรัฐเกเรโร (Guerrero) มันเป็นเมืองเล็กๆ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 พันคน ดูเป็นสังคมที่น่าจะสงบสุข ไม่ควรมีความวุ่นวายอะไร
สภาพอากาศและภูมิศาสตร์ที่มีภูเขาล้อมรอบ เหมาะกับการทำเกษตรยิ่งนัก กระนั้นผลผลิตที่เหมาะในซานมิเกล โตโตลาปัน กลับเป็น ฝิ่น พืชสุดอันตราย ที่เป็นส่วนประกอบของยาเสพติด เฮโรอีน และยาแก้ปวด ตลาดและลูกค้าที่สั่งสินค้าชนิดนี้มากที่สุดคือเพื่อนบ้านตอนเหนือ ที่ชื่อ สหรัฐอเมริกา
นั่นทำให้ซานมิเกล โตโตลาปัน ที่มีคนอยู่ไม่ถึงหมื่น กลายเป็นสถานที่ส่งออกฝิ่นติดอันดับโลก โดยมีผู้ควบคุมเป็นแก๊งยาเสพติดที่พยายามขับเคี่ยวชิงความเป็นหนึ่งในเมืองแห่งนี้ เพื่อจะได้ควบคุมการผลิต เพราะนั่นหมายถึงรายได้มหาศาลที่จะไหลเข้ามา หากสามารถส่งไปยังอเมริกาได้สำเร็จ
การต่อสู้ของแก๊งค้ายาหลากหลายกลุ่ม เป็นไปอย่างโหดเหี้ยม ปืน กระสุน และความตาย ทะลักท่วมเมืองแห่งนี้ แม้กระทั่งนักการเมืองก็ยังถูกยิงทิ้ง นอนสิ้นใจกลางถนนได้ หากต้องสงสัยว่าจะเป็นสายให้กลุ่มอาชญากรคู่อริ
บางศพโดนกระหน่ำด้วยกระสุนจนพรุน เพื่อส่งสัญญาณเตือนคนในเมืองว่า อย่าริส่งข้อมูลให้แก๊งค้ายาอื่นเด็ดขาด
ตำรวจที่ควรจะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่อาจทำอะไรได้มาก มีโรงพัก แต่ก็เหมือนตึกร้าง ทุกคนรู้เห็นความรุนแรง รู้ว่าใครลงมือยิง ใครคือฆาตกร ใครคือมือสังหาร แต่ไม่มีโปลิศสักคนที่กล้าลุกมาทำหน้าที่ของตัวเอง พวกเขารีดไถประชาชน รับเงินพ่อค้ายาหลากหลายกลุ่มเพื่อส่งข่าวให้ข้อมูล อำนาจรัฐจึงเป็นเหมือนยักษ์ไร้กระบอง ที่มีไว้ขู่ แต่ไม่อาจทำอะไรได้
ซานมิเกล โตโตลาปัน ถูกปกครองด้วยแก๊งค้ายา และราษฎรคนธรรมดามีสิทธิ์ถูกประหารจากพวกมันได้ เพียงเพราะต้องสงสัยว่าเป็นสายให้แก๊งค้ายาอื่น
“หากคุณเรียกแท็กซี่จากเมืองอื่นให้พามาที่นี่ รับรองไม่มีโชเฟอร์หน้าไหนไปเด็ดขาด ตอนกลางคืนที่นี่เงียบมาก เราไม่เคยเห็นตำรวจหรือทหารมาลาดตระเวนแม้แต่ครั้งเดียว”
ในแผ่นดินที่การฆ่าแทบเป็นเรื่องปกติ การลักพาตัวเป็นเรื่องที่เห็นกันชินตา หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีลูก 3 คนเล่าประสบการณ์ชอกช้ำว่า วันหนึ่งขณะกำลังเดินอยู่ดีๆ ก็ถูกอุ้มหายโดยแก๊งค้ายาเป็นอาทิตย์ จนครอบครัวหาเงินมาจ่ายค่าไถ่ได้สำเร็จ จึงได้รับการปล่อยตัว
“ถือว่าฉันโชคดีนะ ที่ยังมีชีวิตรอดถึงวันนี้”
ประโยคจากชาวบ้าน สรุปภาพรวมของซานมิเกล โตโตลาปันได้เป็นอย่างดี
กระนั้นในเดือนธันวาคม ปี 2016 เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น ในเมืองซึ่งรัฐบาลหลงลืมและพระเจ้าทอดทิ้งให้อยู่ในเงื้อมมือของปีศาจในคราบมนุษย์
ช่องยูทูบ ปรากฏคลิป หญิงชราใส่เสื้อสีน้ำเงิน นั่งอยู่ในตึกสีขาว เหมือนโถงของอาคารสักแห่ง ดวงตาของเธอจ้องมาที่กล้อง แล้วพูดออกไปว่า
“ลูกรัก ฟังแม่นะ ถ้าจับวิศวกรไว้ ปล่อยเขาเสีย ได้โปรด”
พลันที่หลายคนเห็นคลิปหญิงชราคนนี้กำลังอ้อนวอนด้วยความตระหนก ผู้ชมต่างตื่นตกใจ เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับชั้นต่างหวาดผวา มันเกิดอะไรขึ้น คำถามมากมายผุดออกมา
นี่ไม่ใช่หญิงชราทั่วไป
แต่เธอ คือ แม่ของหัวหน้าแก๊งค้ายาที่ปกครองซานมิเกล โตโตลาปัน และบัดนี้มารดาสุดที่รักของจอมโหด ถูกลักพาตัวมาเฉยเลย
ใครกันที่กล้าทำแบบนี้ได้
2.
ยาดิรา กิเยร์โม การ์เซีย (Yadira Guillermo García) เป็นเพียงหญิงสาววัยแค่ 30 ปลายๆ อาศัยอยู่ในซานมิเกล โตโตลาปัน เธอมีสามีที่ทำงานเป็นวิศวกรในเมืองแห่งนี้
ชายหนุ่มเป็นที่นับหน้าถือตาในเมืองเถื่อน บริษัทที่ก่อตั้ง เป็นแหล่งงานไม่กี่ที่ซึ่งสุจริตและถูกกฎหมาย คนในซานมิเกล โตโตลาปัน หากไม่อยากทำงานกับแก๊งค้ายา ก็มักจะมาหาวิศวกรหนุ่มคนนี้
สิ่งหนึ่งที่แก๊งค้ายารังเกียจมากที่สุด คือ คนดีที่ตั้งใจทำงาน และเป็นแรงบันดาลใจให้ชุมชน พวกเขากลัวว่ามนุษย์ประเภทนี้ จะทำให้เมืองที่พวกเขาปกครองลุกฮือ แข็งข้อต่อต้าน หากไม่ฆ่า ก็ต้องอุ้มออกไปก่อน
ในวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ปี 2016 ยาดิราเฝ้ารอสามีกลับบ้านอยู่นาน ข้ามวันและข้ามคืน จึงตระหนักว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้น เมื่อสืบดูก็พบว่าเขายังโชคดีไม่ถูกยิงทิ้ง แต่โดนลักพาตัวไปโดยแก๊งค้ายาซึ่งมีหัวหน้าชื่อ เรย์เบล จาโคโบ เด อัลมอนเต (Raybel Jacobo de Almonte) เจ้าของฉายา ไอ้เตกีล่า
สมญานามนี้ได้มาในปี 2015 จากการที่มีคนถ่ายคลิปเขาซดเตกีล่าหลายช็อตต่อเนื่อง จนเมามาย พูดไม่รู้เรื่อง ต้องมีลูกน้องพยุงตัว โดยข้างกายเขานั้น เป็นนักการเมืองที่เพิ่งชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนั่งอยู่ด้วย
ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า นักการเมืองผู้นี้มานั่งกินกับหัวหน้าพ่อค้ายาด้วยความเต็มใจ หรือถูกบังคับมากันแน่
ภายใต้ภาพลักษณ์ขี้เมา แต่อัลมอนเต คือนักฆ่าสุดอำมหิต หลายศพถูกเขาสังหาร ทั้งลงมือเองบ้าง ใช้งานลูกน้อง เพื่อเด็ดหัวแก๊งค้ายาคู่แข่งให้ยอมแพ้พ่าย ยกเมืองนี้ให้เขาปกครอง และดูแลการผลิต ส่งออกฝิ่นไปยังอเมริกา
เขาอยู่เบื้องหลังฆาตกรรมและการลักพาตัวหลายสิบราย ทุกคนรู้ ตำรวจมีข้อมูล แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร นั่นเพราะทุกคนหวาดผวา ระดับนายกเทศมนตรีของเมือง ยังต้องมานั่งดูชายคนนี้เมา นับประสาอะไรกับคนในชุมชนมือเปล่าจะสู้คนจับอาวุธได้อย่างไร ทุกคนจึงต้องก้มหน้ารับชะตากรรม กล้ำกลืนความชอกช้ำ
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ ยาดิรา ต้องการ
เธอไม่ยอมก้มหัวให้ไอ้เตกีล่าเด็ดขาด
พลันที่รู้ว่าชายอำมหิตอุ้มผัวเธอไปขังไว้ หญิงสาวตัดสินใจไม่ยอมจำนน เธอเรียกร้องคนในชุมชน ก่อนจะพบว่าไม่ใช่เพียงวิศวกรสามีของเธอเท่านั้นที่ถูกลักพาตัว ยังมีอีกนับสิบที่ถูกกักขังไว้ โดยแก๊งยานี้
หากอยากได้คนรักกลับคืน มีทางเดียวคือ ต้องรวมตัวและรวมใจ อย่าหวังพึ่งตำรวจ อย่าคิดจะเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่รัฐ หรือนักการเมือง
เราต้องสู้ด้วยมือของตัวเอง
เมื่อเมืองนี้เต็มไปด้วยแก๊งค้ายา การฆ่าและการล้างแค้น ดังนั้นปืนจึงหาง่ายมาก คนในชุมชนใช้เวลาไม่นาน ก็ครอบครองปืนกล พวกเขาก่อตั้งรวมตัวเป็นกองกำลังพลเรือนติดอาวุธ พิทักษ์ชุมชนแห่งนี้ ทุกคนปิดหน้าปิดตา ออกลาดตระเวน สร้างความหวาดกลัวให้แก๊งค้ายาอย่างมาก
มันคือการลุกฮือ ไม่ยอมทน จากหญิงสาวเพียงคนเดียว ลุกลามเป็นประกายไฟสู่คนอื่นๆ ในที่สุดทั้งเมืองต่างเอาด้วย นั่นทำให้ยาดิราได้ข้อมูลเด็ด จึงลงมือปฏิบัติการอย่างห้าวหาญ ก่อนตั้งกล้องถ่ายคลิปตัวเอง เพื่อหวังส่งสารไปถึงหัวหน้าแก๊งค้ายา
“ไอ้เตกีล่า ฉันมีข้อเสนอ ถ้าอยากได้แม่คืน จงส่งผัวฉันมา แบบปลอดภัย”
คลิปนี้ถูกนำเสนอไป แต่ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว ไร้ซึ่งความคืบหน้า ยาดิราจึงยกระดับ ทำคลิปอีกชิ้น คราวนี้เธอเอาแม่ของเตกีล่า มานั่งให้เห็น ในท่าทางหวาดกลัว แล้วบังคับให้พูดตามที่เธอบอก
นี่คือมาตรการแก้เผ็ดขั้นสุดยอด ไม่มีใครหาญกล้าเท่าหญิงสาว เธอและมิตรสหายติดอาวุธ บุกไปยังบ้านของพ่อค้ายา เพื่ออุ้มแม่เตกีล่ามากักขังไว้ ยื่นหมูยื่นแมว
อยากได้แม่คืน ก็ต้องส่งผัวกูคืนมา
3.
คลิปหญิงชรา กลายเป็นกระแสไวรัลทั่วเม็กซิโก ผู้ว่าการรัฐเกเรโร ซึ่งต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมปีหนึ่งเป็นพัน บางเดือนฆ่ากันเป็นร้อย จากปัญหาแก๊งค้ายา ซึ่งมีให้เห็นทุกเมือง หลายครั้งได้แต่มองอย่างปลงๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองซานมิเกล โตโตลาปัน ทำให้เขาอยู่เฉยไม่ได้
หากอยากชนะเลือกตั้งต้องทำอะไรสักอย่าง
นั่นทำให้เขาตัดสินใจส่งกำลังทหารและตำรวจ นับร้อยเข้าไปยังเมืองแห่งนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“เรามาเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชน”
เป็นคำพูดสวยหรู ที่ชาวบ้านรอคอยมานานหลายปีแล้ว
ผู้ว่าการรัฐและนักการเมืองของประเทศให้คำมั่นสัญญาทันทีว่า จะล่าตัวไอ้เตกีล่า และจะพาคนที่โดนลักพาตัวไปกลับคืนมา
กระนั้นยาดิรา ยื่นคำขาดไปยังพ่อค้ายาตัวร้าย นอกจากปล่อยสามีของเธอแล้ว ยังต้องปล่อยตัวประกันคนอื่นอีกนับสิบราย
ไม่เพียงเท่านั้น เธอและกองกำลังพลเรือนติดอาวุธ ยังบุกอุ้มสมาชิกแก๊งค้ายาคนอื่นๆ มาขังไว้ที่เดียวกับแม่ของเตกีล่าด้วย
นี่คือมาตรการตาต่อตา ฟันต่อฟัน คุณอุ้มชาวบ้านได้ เราก็มีสิทธิ์ทำแบบนี้ได้เช่นกัน
ถ้าคุณฆ่าตัวประกัน เราก็จะทำเหมือนกัน
ใครจะเหี้ยมมากกว่ากัน อยากรู้ ก็ลองดูสิ
นี่คือคำขู่สุดสะพรึง ที่ไม่เคยมีแก๊งค้ายาไหนในโลก ต้องเจอมาก่อน พวกเขาคิดว่าตัวเองควบคุมความอำมหิตไว้แต่เพียงผู้เดียว มาบัดนี้ประชาชนคนธรรมดาก็มีความกล้าและโหดไม่แพ้กัน นี่คือชะตาชีวิตของชุมชน เมืองแห่งนี้จะก้มหัวให้พ่อค้ายา หรือจะเป็นอิสระจากอาชญากร
ภาพแม่ชราที่หวาดกลัว ทำให้เตกีล่ายอมแพ้ เขาคืนตัวประกันบางส่วน รวมถึงวิศวกร สามีของยาดิรา ถูกปล่อยตัวแบบปลอดภัย ไร้บาดแผล โดยนำตัวไปที่สถานีตำรวจ
หญิงสาวได้พบกับสามีสุดที่รัก หลังพลัดพรากกันนานหลายวัน แม้จะยังมีคนโดนจับเป็นตัวประกันอีกเยอะ แต่แก๊งค้ายาของเตกีล่าก็สัญญาว่าจะเร่งทยอยส่งกลับสู่อ้อมกอดคนรักโดยเร็วที่สุด
เจ้าหน้าที่รัฐเป็นพยาน เมื่อพลเรือนคืนสู่รัง หญิงชราก็ถูกพาตัวขึ้นรถกระบะที่มาจอดรอหน้าโรงพัก ท่ามกลางการคุ้มกันของตำรวจ เตกีล่าจัดขบวนยานพาหนะรับแม่ตัวเองกลับไป
ปฏิบัติการนี้ กลายเป็นที่เลื่องลือ เป็นข่าวใหญ่ทั่วเม็กซิโก ไม่มีใครคิดว่า แก๊งค้ายาจะยอมอ่อนข้อ และชาวบ้านธรรมดาจะชนะได้
นี่คือสิ่งที่เหลือเชื่อ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ด้วยฝีมือของยาดิราและคนในเมืองแห่งนี้
“พวกเราเบื่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น เราไม่เคยคิดจับอาวุธ แต่ตอนนี้พวกเรายึดถนน ทั้งกลางวันและกลางคืน เราออกตรวจตรา เราดูแลชุมชน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ในเมืองซานมิเกล โตโตลาปัน”
4.
กระนั้นทางการไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนในเมืองนี้ พวกเขาคัดค้านรูปแบบการติดอาวุธโดยพลเรือน แต่ชาวบ้านไม่ยอมวางปืนเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จึงจำต้องปฏิบัติการล่าไอ้เตกีล่าขั้นเด็ดขาด พวกเขาบุกป่าฝ่าดง หลายครั้งเกิดการปะทะ จนกระทั่ง 2 ปีหลังเหตุการณ์นี้ หัวหน้าพ่อค้ายาก็โดนตำรวจยิงตาย
ทว่าความรุนแรงไม่ได้จบลง แม้แก๊งยาเตกีล่าจะอ่อนแรงลงไป แต่ไม่กี่ปี พวกเขาก็กลับมาใหม่ เพื่อแย่งชิงพื้นที่และเส้นทางส่งฝิ่นคืน มีนักการเมืองโดนฆ่า มีเจ้าหน้าที่รัฐถูกเก็บ และชาวบ้านยังโดนลักพาตัวเหมือนเดิม
ราวกับรัฐบาลทำอะไรไม่ได้
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ยาริดากับสามียังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้จะมีกระแสในโลกออนไลน์ว่า สุดท้ายเธอก็ถูกพวกค้ายาล้างแค้น ฐานอุ้มแม่หัวหน้าแก๊ง เลยโดนฆาตกรรม แต่ข้อมูลตรงนี้ไม่มีใครตรวจสอบหรือยืนยันความจริงได้
ทุกอย่างยังเป็นปริศนา บางทีเธอและสามีอาจยังอยู่ในเมืองแห่งนี้ กบดาน หรือเปลี่ยนชื่อ หรือย้ายไปที่อื่น ไม่มีใครรู้
บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้ และกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก คือ อย่าให้ชาวบ้านต้องโกรธ อย่าให้ประชาชนต้องโมโห อย่าทำให้ราษฎรต้องเคียดแค้น
“พวกเราแค่ต้องการความสงบสุข”
แต่เมื่อถูกรบกวนจากอาชญากร สิ่งเดียวที่คนในเมืองซานมิเกล โตโตลาปันทำ ก็คือลุกขึ้นสู้
“แม้สุดท้าย พวกเราอาจถูกฆ่า ครอบครัวเราอาจโดนเด็ดหัว
แต่ทุกคนจะขอยืนหยัดสู้กับพวกมัน จนลมหายใจสุดท้าย…”
อ้างอิงจาก