“ตอนนั้นเราเป็นแฟนกัน ผมเคยลองจัดท่านอนให้เขาแล้วเขาหลับสบายทั้งคืน เขาก็อยากให้ผมจัดท่านอนให้อีก แต่ผมจะอยู่จัดท่านอนให้เขาทุกวันไม่ได้ ผมเลยเอาหมอนมาเย็บติดๆ กันให้แฟน เพื่อช่วยในการจัดท่านอนให้เขา ให้เขานอนหลับสบายตลอดคืน”
ถ้าเราลองนับสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นมาจากความรักบนโลกใบนี้ หมอน ‘mr.big’ คือหนึ่งในสินค้าเหล่านั้นแน่นอน เพราะจากบทสนทนาเพียงครึ่งชั่วโมงที่เราได้พูดคุยกับ ‘เซ้ง—ชวกิจ เก้าเอี้ยน’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ mr.big แบรนด์หมอนที่ปัจจุบันพัฒนาไปผลิตที่นอนได้เกริ่นไว้กับเราว่า เขาก่อตั้งแบรนด์นี้ได้เพราะด้วยอาชีพเขาที่เป็นนักกายภาพบำบัด แฟนเลยขอให้ลองจัดท่าให้เธอได้นอนอย่างสบายตัวเหมือนกับที่เขาต้องจัดท่านอนให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดหรือรักษามาให้นอนอย่างสบายตัวที่สุดในทุกคืนหน่อย นั่นคือที่มาของแบรนด์ mr.big
“แฟนผมเขาถามผมว่า นักกายภาพต้องทำอะไรบ้าง ทำงานยังไง ผมก็ลองสาธิตให้เขาดูเลยครับว่าต้องยกแขนยกขาคนป่วยยังไงบ้าง ก่อนจะนอนต้องช่วยจัดท่านอนให้ผู้ป่วยยังไงบ้างเขาจะได้หลับสบาย ผมก็ลองจัดท่านอนให้แฟนแล้วผมก็กลับบ้าน ปรากฏว่าแฟนผมเขาหลับสบายทั้งคืน ตื่นขึ้นมาเขาบอกผมว่าอยากให้จัดท่านอนให้อีก”
แต่คุณคงจะอยู่จัดท่านอนให้แฟนทุกคืนไม่ได้?
ไม่ได้ครับ โชคดีที่ผมพอจะเย็บผ้าเป็นอยู่บ้าง ผมเลยเอาหมอนมาเย็บติดๆ กันให้แฟน เพื่อช่วยในการจัดท่านอนให้เขา เขาก็ใช้และเขาก็ชอบ พอเพื่อนๆเขามาเห็นที่คอนโดก็มีแต่คนอยากได้ ผมก็ทำให้เพื่อนๆของแฟนผม แล้วก็มีความคิดว่าอยากจะทำขายบ้าง ผมก็เลยลองเสนอไปทางเซ็นทรัล แล้วผมก็ได้เข้าไปพรีเซ้นให้เซ็นทรัลฟัง เซ็นทรัลก็ให้โอกาสผมได้ทำหมอนนี้ให้เป็นสินค้าแลกซื้อในเซ็นทรัลครับ
หมอนใบนั้นจึงเป็นผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์?
ใช่ครับ ตอนแรกตั้งชื่อหมอนว่า mr.big pillow เพราะหมอนมันใบใหญ่ แต่ต่อมาก็ตัดคำว่า pillow ออกครับให้เหลือแค่คำว่า mr.big แต่ตอนแรกๆ เลยคนไม่ค่อยเรียกหมอนผมว่า mr.big หรอกครับ คนเรียกว่าหมอนเลข 9

การเป็นนักกายภาพมาก่อนทำให้แบรนด์นี้เน้นการทำเครื่องนอนที่ให้ความสำคัญกับสรีระคนเป็นหลักรึเปล่า?
ใช่ครับ ผมจะคิดถึงสัดส่วน สรีระของคนเพื่อคำนวณรูปทรงของหมอนและคำนวณว่าควรมีขนาดกว้างหนาเท่าไหร่ สมัยก่อนหมอนธรรมดาก็จะนึกถึงความ นุ่ม กลาง แน่น และแค่การเปลี่ยนวัสดุด้านใน แต่ไม่มีใครคิดถึงขนาดและความพอดีของผู้นอน แต่กับตัวผมและ mr.big ผมทำเป็นตารางคำนวณเลยครับว่าถ้าคุณสูงเท่านี้ คุณนอนท่านี้ควรใช้หมอนหนาเท่าไหร่ บางเท่าไหร่
ลัษณะการขายสินค้า mr.big ของคุณเซ้งเป็นยังไง?
ผมเคยไปยืนขายของ mr.big ที่เอ็มโพเรียม ตอนนั้นจัดโปรโมชั่น 15 วัน ผมก็ไปยืนขาย 15 วัน ผมจำได้ว่าผมหันหน้ามองไปด้านโถงที่เป็นบันไดเลื่อน ผมเห็นลูกค้ายืนรอเยอะมากเลยครับที่จะยืนรอคุยกับผม
การขายของผม ผมจะไม่ได้แค่แนะนำผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า แต่ผมจะสอบถามน้ำหนัก ส่วนสูง ท่านอน อาการการบาดเจ็บว่ามีอาการอะไรไหม เมื่อลูกค้าทราบว่าเราเป็นนักกายภาพ ปรากฏว่าวันต่อๆ มา เขาก็พาญาติพี่น้องมาหาผม ให้มาคุยกับผมบ้าง ผมคิดอยู่ในใจเลยว่าคนทั้งหมดทุกคนตรงโถงนี้สามารถเป็นลูกค้าผมได้ทั้งหมด ผมอยากให้ทุกคนไม่มีปัญหาเรื่องการปวดหลังปวดตัว ไม่อยากให้คนมีปัญหาเวลานอน
พนักงานขายที่หน้าร้านได้รับการเทรนให้ถามคำถามแบบเดียวกันเลยรึเปล่า?
ใช่ครับ ก่อนออกไปยืนขายจะมีการเทรนก่อน พนักงานผมต้องรู้วิธีการเลือกหมอนให้ถูกกับผู้ใช้ ใช้งานหมอนแต่ละชิ้นให้เป็น และสามารถจัดท่านอนให้กับลูกค้าได้ เมื่อได้รับการเทรนแล้วก็จะไปยืนประกบกับพนักงานรุ่นพี่ จากนั้นก็กลับมาที่สำนักงานเพื่อทำข้อสอบที่เป็นข้อเขียนและต้องสอบสาธิตหรือสอบปฏิบัติ จากนั้นจึงถือว่าผ่านการฝึกงานครับ

ตอนนี้ mr.big มีหน้าร้านกี่สาขา?
4 สาขาครับ มีที่ทองหล่อซอย 9, พัฒนาการ, แฟชันไอส์แลนด์ และเซ็นทรัลอีสวิลล์ และที่แผนกเครื่องนอนของเซ็นทรัลเกือบทุกสาขาในกรุงเทพ และในต่างจังหวัดก็มีบางจังหวัดครับ
เป้าหมายในการทำแบรนด์ mr.big คืออะไร?
ผมรักการกายภาพครับ ผมรักอาชีพของผม ผมอยากให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการกายภาพได้ง่ายๆ อยากให้คนสามารถแก้ปัญหาอาการเจ็บปวดง่ายๆ ต่างๆ ได้ด้วยตัวเองครับ ผมเลยทำแบรนด์ mr.big เพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ในเชิงสินค้าที่ผมทำ และผมอยากให้ทุกคนเข้าถึงความรู้เรื่องกายภาพได้ด้วยการให้ความรู้ผ่านช่องทางต่างๆ ของ mr.big ครับ”
ตอนนี้แฟนของคุณมีความสุขกับหมอนเลข 9 ใบแรกของแบรนด์ mr.big อยู่ไหม?
ตอนนี้เราแต่งงานกันแล้วครับ