หนึ่งปีนี่ไวเหมือนกันนะ
ไวแบบที่บางทีเราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า จากพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งข้างสวนลุมพินีจะค่อยๆ กลายเป็น ‘เมือง’ ที่มีชีวิต เมืองที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นกาแฟยามเช้า และจังหวะชีวิตที่แวะเวียนเข้ามาเติมวันธรรมดาให้พิเศษขึ้นมา
เพราะเมืองไม่ได้เติบโตแค่ด้วยตึก แต่โตด้วยผู้คนที่ก้าวเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกันเสมอ ราวกับคำพูดของ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ที่บอกว่า “We shape our buildings, thereafter they shape us.” เราสร้างเมืองขึ้นมา แต่สุดท้ายเมืองนี่แหละที่จะหล่อหลอมให้เป็นเราในแบบทุกวันนี้
One Bangkok ก็เช่นเดียวกัน
เมื่อผู้คนเข้ามาเติมจังหวะของตัวเองลงในทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นใต้ร่มไม้ริมลาน หน้าร้านกาแฟมุมโปรด หรือบนทางเดินที่ใครหลายคนได้แชร์โมเมนต์เล็กๆ ร่วมกัน ที่นี่เลยไม่ใช่แค่สถานที่อีกต่อไป แต่กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่หัวใจหลายดวงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
Morning Rhythm — เมืองที่ตื่นพร้อมกับผู้คน

เช้าวันใหม่มักมาพร้อมแดดอุ่นๆ ที่ปลุกทุกอย่างให้ตื่น ทั้งเมือง ทั้งผู้คน และบางครั้งก็ปลุกความหวังเล็กๆ ของเราให้ลืมตาขึ้นมาด้วย
ไม่ต่างจากเช้าที่ One Bangkok ซึ่งเริ่มต้นด้วยจังหวะเบาๆ จากคนทำงาน ครอบครัว คนรักสุขภาพ และร้านค้ารอบๆ ที่ลุกขึ้นมาสร้างจังหวะชีวิตของตัวเอง
อาจเป็นกาแฟแก้วแรกที่ถูกยกขึ้นในลานกว้าง เสียงทักทายจากพนักงานออฟฟิศ ก้าวแรกของคนออกกำลังกายบนทางเดินสีเขียว หรือใครสักคนที่กำลังเลือกดอกไม้ไปวางบนโต๊ะทำงาน
ภาพเล็กๆ เหล่านี้เองที่ทำให้เช้าที่ดูธรรมดา กลายเป็นเช้าที่เต็มไปด้วยลมหายใจของเมืองจากผู้คน
A City that Connects — เมืองที่ทุกเส้นทางเชื่อมถึงกัน

หากใครเคยไป One Bangkok จะรู้ทันทีว่า “เดินสบายกว่าที่คิด” เพราะทุกเส้นทางถูกออกแบบมาเพื่อให้คนเดินได้จริง แค่เดินไปตามจังหวะที่หัวใจอยากเดินก็พอ
ทั้งหมดนี้เกิดจากการออกแบบโดยยึดแนวคิด People-centric ที่ตั้งใจให้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง เส้นทางต่างๆ จึงเชื่อมอาคารเข้าหากันอย่างลื่นไหลราวกับเป็นเส้นเดียว โดยเฉพาะเส้นทางสีเขียวหลักอย่าง One Bangkok Boulevard ที่กลายเป็นฉากแห่งความทรงจำของใครหลายคน กระทั่งคู่รักยังเลือกใช้เป็นจุดเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต
กล่าวคือเมื่อเส้นทางเชื่อมถึงกัน เมืองกับผู้คนก็ค่อยๆ เชื่อมถึงกันด้วย และเรื่องราวเล็กๆ เหล่านี้แหละ ที่ถักถอเมืองและชีวิตให้เป็นเนื้อเดียวกันอย่างงดงาม
Creative Pulse — ความคิดสร้างสรรค์ที่เติบโตในคอมมูนิตี้

One Bangkok ยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแก่นักสร้างสรรค์ ทั้งจากงานศิลปะที่ซ่อนอยู่ทั่วโครงการ ไปจนถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทั้งศิลปินหน้าใหม่ เด็กๆ รุ่นต่อไป หรือคนธรรมดาที่แค่ชอบสร้างอะไรสนุกๆ ได้มาแลกเปลี่ยนไอเดียกันแบบไม่ต้องมีกรอบ
ความสุขที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มาจากกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการพบกันผ่านคอมมูนิตี้ของผู้คนที่อยากปลดปล่อยความครีเอทีฟ เหมือนเมืองกำลังช่วยเป็นตัวกลางให้ความคิดดีๆ วิ่งปะทะกันเองตามธรรมชาติ
เราจึงได้เห็นงานศิลปะที่เคยเป็นจินตนาการกลายมาเป็นประติมากรรมจริงอย่าง “Ribbon Flow” ที่ตั้งอยู่บน One Bangkok Boulevard ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแรงบันดาลใจให้ทุกคน และใช้เป็นฉากหลังในการต่อยอดความคิดของตัวเองได้เสมอ
Working in Harmony — ออฟฟิศที่ทำให้การทำงานเป็นเรื่องสบายใจ

รู้ไหมว่า 50% ของชีวิตคนคือเวลาทำงาน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ออฟฟิศยุคนี้ไม่ควรเป็นที่ที่เราต้อง “ทนอยู่” แต่ควรเป็นที่ที่ชีวิตสามารถ “อยู่ร่วม” กับงานได้อย่างสบายใจ
ที่ One Bangkok พื้นที่ทำงานถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง อากาศไหลเวียนดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในแบบที่ช่วยให้ใจโล่งไปด้วย อาทิ พื้นที่โถงแชร์ ห้องประชุมกว้าง และวิวเมืองจากมุมสูง ซึ่งจะช่วยให้การทำงานเบาลงแบบจับต้องได้
ลืมภาพออฟฟิศแบบเดิมๆ ไปเลย เพราะที่นี่จะสร้างแรงบันดาลใจในทุกวัน หลายคนเลือกแวะพักมองวิวโปรดก่อนเริ่มประชุมที่ THE COLLECTIVE พื้นที่สำนักงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุน Work-Life Harmony อย่างแท้จริง
หรือในวันที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็มี The Wireless Club ที่เป็นทั้งคอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟ เสียงเพลง และเป็นพื้นที่ประชุมแบบชิลล์ๆ ที่ทำให้การพูดคุยงานกลายเป็นเรื่องสนุกกว่าที่เคย
ฉะนั้นเมื่อออฟฟิศทำให้ใจเราเบาลง งานก็ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป
Green Breathing Space — ที่ว่างสีเขียวที่เป็นหัวใจของเมือง

จะว่าไปแล้วพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ คือสิ่งที่ทำให้คนหายใจได้ลึกขึ้น และนี่คือเหตุผลที่ One Bangkok ตั้งใจสร้างสวนที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ทั้งเมืองและผู้คนได้พักหายใจพร้อมกัน
หนึ่งในภาพจำตลอดปีที่ผ่านมาคือช่วงกลางวันที่ผู้คนออกมาเดินเล่น นั่งพัก หรือพาเด็กๆ มาวิ่งไล่น้ำพุกลางสวนแบบไร้กังวล One Bangkok Park จึงกลายเป็นเหมือนปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ พื้นที่ที่ให้ทั้งร่มเงา ความสดชื่น และเสียงหัวเราะที่ทำให้เมืองดูสดใสขึ้นกว่าเดิม
ภายในสวนเดียวกัน พื้นที่อย่าง S-Curve ก็กลายเป็นจุดนัดพบของเพื่อนหลายกลุ่มที่มาใช้เวลาร่วมกัน อาจจะแค่นั่งคุย เล่นลม หรือชมวิว ก็เพียงพอจะสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันแล้ว
พื้นที่สีเขียวจึงเป็นจุดพักใจและพักปอดของทุกคนให้ก้าวเดินต่อไปอย่างสบายใจ
Everyday Celebration — ทุกวันที่นี่คือวันพิเศษ

ที่ One Bangkok วันธรรมดาก็กลายเป็นวันพิเศษได้ในทุกวัน จากไฟประดับยามค่ำ มาร์เก็ตสุดสัปดาห์ มินิคอนเสิร์ต หรือกิจกรรมเฉลิมฉลองที่เกิดขึ้นแทบตลอดทั้งปี พื้นที่จึงกลายเป็นเหมือนจุดนัดพบของคนทุกวัย ทุกจังหวะชีวิต
ความสุขที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ได้มีสูตรตายตัว บางคนมาฉลองรักด้วยดินเนอร์สุดโรแมนติกที่ Duet by David Toutain, The Ritz-Carlton, Bangkok บางคนมาฉลองครอบครัวแบบอบอุ่นที่ “บ้านสุริยาศัย” และบางกลุ่มก็มาเติมเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์กันให้เต็มที่ที่ Chang Canvas
หลากคน หลากอารมณ์ หลากโมเมนต์ แต่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งกับพื้นที่เดียวกันนี้ได้อย่างน่าประทับใจ
Sustainable Future — ปีแห่งการก้าวไปสู่เมืองยั่งยืน

ทุกวันนี้ความเจริญของเมืองไม่เคยถูกวัดด้วยความสูงของตึกอีกต่อไป แต่วัดด้วยคุณภาพของชีวิตที่เติบโตไปพร้อมกัน
และปีที่ผ่านมา One Bangkok พิสูจน์ให้เห็นว่า ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงจากระบบ Smart City ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการขยะที่คิดมาละเอียด การวางพื้นที่สีเขียวให้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิต รวมถึงโครงสร้างที่ออกแบบเพื่อคนเดิน
เห็นได้ชัดว่า หลายคนเริ่มเปลี่ยนวิธีเดินทางมาใช้ยานพาหนะส่วนตัวขนาดเล็กที่ไม่ก่อมลพิษ เช่น การขี่สกู๊ตเตอร์มายังพื้นที่ทำงานใกล้ Parade Park ที่ทั้งสะอาด สบาย และดูมีสไตล์แบบไม่ต้องพยายาม
ทั้งหมดนี้คือความใส่ใจ เพื่อมอบให้ทุกคนรู้สึกได้จริงในทุกก้าวของชีวิต
A Universe Made of People — จักรวาลที่ตั้งอยู่ในหัวใจของทุกคน

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดหนึ่งปี เราจะเห็นว่าจักรวาลของ One Bangkok ไม่ได้เกิดจากสถานที่ แต่เกิดจากผู้คนที่เข้ามาเติมชีวิตลงไปในทุกมุม ทั้งคนที่ทำงาน วิ่งออกกำลังกาย สร้างสรรค์ผลงาน หรือแค่แวะมานั่งพักใต้ต้นไม้สักครู่ยาม
เสียงหัวเราะ แรงบันดาลใจ การทักทายสั้นๆ ระหว่างวัน เรื่องราวเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้จักรวาลแห่งนี้เติบโตขึ้นทีละวัน
ความสัมพันธ์เล็กๆ นี่แหละ ที่เชื่อมผู้คนให้สอดประสานกับสถานที่ และสถานที่ตอบกลับด้วยการเป็นบ้านหลังที่สองให้ทุกชีวิตเป็นหนึ่งเดียว
ระยะ 1 ปี จึงเป็นเพียงบทแรกของเรื่องราวอีกมากมายที่จะตามมา และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราทุกคนร่วมกันสร้าง “จักรวาลแห่งความสุข” นั่นเอง