เราชวนทุกคนลองเทียบการใช้ชีวิตของพวกเราในทุกวันนี้เทียบกับเมื่อสิบปีก่อนหน้า
มองแค่เรื่องใกล้ตัวอย่างอาหารการกิน เรามีอาหารทางเลือกที่ทดแทนสารอาหารด้วยวัตถุดิบที่แตกต่าง ภูมิทัศน์เมืองสวยงามสดใสที่บ่งบอกว่าผ่านดีไซน์มาอย่างดี หรือแม้แต่ AI ในมือที่กลายมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวตั้งแต่เรื่องงานยันเรื่องส่วนตัว ช่วงสั้นๆ แค่สิบปีนี้ก็พิสูจน์ได้เต็มปากแล้วว่า นวัตกรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน และยิ่งเติบโตขึ้นทุกวัน
เบื้องหลังเหล่านี้เกิดจากนวัตกรรม ที่แปลตรงตัวว่าการลงมือทำสิ่งใหม่ ในแบบที่ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA บอกกับเราว่า “ในตอนนี้ชีวิตรอบตัวเรา อยู่ด้วยนวัตกรรมจริงๆ อย่างอาหารการกิน ธุรกิจหรือบริการแปลกใหม่ แล้วนวัตกรรมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะสายวิทยาศาสตร์อย่างเดียว สายศิลปะก็สร้างนวัตกรรมได้ อย่างงานออกแบบที่ช่วยแก้ปัญหาและยกระดับชีวิตผู้คน”
“และสิ่งสำคัญคือ คนไทยเราสามารถทำนวัตกรรมได้นะ แล้วก็อยากให้รู้ว่านวัตกรรมอยู่รอบตัวคนไทย” นี่จึงเป็นที่มาของรายการ Innovation Thailand รายการที่ย่อยนวัตกรรมให้เป็นเรื่องง่าย ภายในเวลา 3 นาที ซึ่งจะออกอากาศทั้งทางช่อง 8 วันจันทร์ถึงวันพุธ เวลา 19.00 น. และช่องทางออนไลน์ของ NIA ในทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง Facebook, YouTube, Instagram, และ Tiktok
The Pillars of Innovation Thailand 6 เทรนด์นวัตกรรมย่อยง่าย
“ในอดีตที่ผ่านมาหรือแม้กระทั่งปัจจุบัน บางคนคิดว่านวัตกรรมต้องเป็นเรื่อง R&D หรือห้องแล็บแนวไอน์สไตน์เลย แต่จริงๆ แล้วเรากำลังจะบอกว่า นวัตกรรมเป็นอะไรก็ได้นะ” ดร.กริชผกา เริ่มต้นจากชวนทุกคนให้เริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวก่อนว่า ชีวิตรอบตัวเราในทุกวันนี้อยู่ด้วยนวัตกรรมจริงๆ พร้อมกับต้องการบอกทุกคนว่า นวัตกรรมไทยอยู่รอบตัวเรา มีจำนวนและตลาดการเติบโตที่ค่อนข้างสูง นี่จึงเป็นกลไกของ NIA ในการทำหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม

เทรนด์นวัตกรรมถูกแบ่งออกเป็น 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตรอาหาร สุขภาพและคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ไลฟ์สไตล์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งตัวแทนของโปรเจกต์นวัตกรรมที่นำเสนอผ่านรายการถูกเลือกมาหลากหลายอย่างครอบคลุม ด้วยวิธีการเล่าเรื่องอย่างง่าย เพื่อแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมอยู่ในหลากหลายมิติของผู้ประกอบการซึ่งต่างก็มีศักยภาพในการขยายตลาดออกสู่ระดับโลก
“ในส่วนของรูปแบบรายการ แน่นอนที่สุดว่าพระเอกหลักคือผู้ประกอบการ ที่เราจะนำเสนอในมิติของนวัตกรรมผ่านทางแนวความคิด ไอเดีย ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไปจนถึงสิ่งที่ต้องเผชิญจนกว่านวัตกรรมเหล่านี้จะประสบความสำเร็จ และสิ่งที่อยากขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต ว่าจะทำอย่างไรให้นวัตกรรมของเขาเข้าไปอยู่ในหัวใจของพี่น้องคนไทย เพื่อเป็นกลไกลในการต่อยอดต่อไป ซึ่งทุกโปรเจกต์ต่างก็อยู่ในสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคนอยู่แล้ว จึงน่าจะตอบโจทย์ให้ผู้ชมทุกกลุ่มมองเห็นภาพและคิดตามได้ทันที”

ดร.กริชผกา แอบสปอยล์โปรเจกต์ที่น่าสนใจให้เราติดตามต่อในรายการ Innovation Thailand เริ่มจาก OsseoLabs นวัตกรรมวัสดุทดแทนชิ้นส่วนกระดูกที่สูญเสียไปให้กลับมาคืนสู่รูปทรงปกติ ที่นับเป็น Deep Technology ในวงการแพทย์ หรือที่ใกล้ตัวทุกคนขึ้นมาหน่อยก็คือ MuvMi รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้แพลตฟอร์มที่รับส่งผู้คนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน อีกแบรนด์คือ สีเบเยอร์คูล ที่ใส่นวัตกรรมลดการสะท้อนความร้อน จนได้รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างการรับรู้ได้ในเวทีโลก
ในส่วนเกษตรอาหารก็มี ข้าวปลาวาฬ เพราะวาฬไม่ใช่ปลา และข้าวก็ไม่ใช่ข้าว แต่สิ่งนี้คือนวัตกรรมอาหารจากไฟเบอร์ เนื้อฟัก และเนื้อเยื่อปลา นำมาขึ้นรูปคล้ายเมล็ดข้าวหรือแปรรูปเป็นเส้นหมี่ได้ ช่วยให้คนที่กำลังควบคุมอาหารสามารถกินข้าวได้อย่างสบายใจโดยไม่มีส่วนผสมของแป้ง หรือจะเป็นเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงที่กำลังเป็นตลาดใหญ่มากในทุกวันนี้ สตาร์ทอัพทรายแมวแบรนด์ Hide and Seek มาพร้อมกับทรายแมวจากมันสำปะหลัง ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรและปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง

The Commercial Spotlight ส่องสปอตไลท์สู่โอกาสทางการค้า
“นวัตกรรมในรายการ Innovation Thailand คือนวัตกรรมที่หลากหลายมิติเหมือนกับสายรุ้ง รุ้งมีหลายสี” ดร.กริชผกา เปรียบเทียบให้เห็นภาพของนวัตกรรมชัดเจนขึ้น
ดังจะเห็นจากโปรเจกต์ทั้งหลายที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้ชัดเจนว่า มาจากกลุ่มก้อนที่หลากหลาย ทั้งบริษัทขนาดใหญ่หรือขนาดกลาง SMEs และสตาร์ทอัพขนาดเล็ก หรือหลายโปรเจกต์ก็นำ R&D จากโลกมหาวิทยาลัยมาต่อยอดเป็นธุรกิจในชีวิตจริง นอกจากจะชวนให้ผู้คนมองเห็นนวัตกรรมไทยที่อยู่รอบตัวแล้ว ความสำเร็จทั้งหลายยังกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่ NIA อยากพาไปให้ไกลในระดับโลก
เรื่องราวเหล่านี้ถูกบอกเล่าผ่านแพลตฟอร์มที่กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อส่งต่อการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว “เราไม่อยากให้นวัตกรรมดีๆ ถูกรับรู้เฉพาะในกลุ่มเล็กๆ แต่เราต้องการให้รับรู้ในวงกว้าง ซึ่งการรับรู้ในวงกว้างทำได้โดยการทำให้เนื้อหาง่ายที่สุดต่อการเข้าใจ ทำให้ทุกคนสามารถเห็นว่านวัตกรรมนั้นจับต้องได้ อยู่ใกล้ตัวเรา และสามารถเข้าถึงได้ง่าย นั่นคือสิ่งที่ NIA พยายามทำผ่านโครงการ Innovation Thailand”

Driving the Future Innovation ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ชาตินวัตกรรม
Groom (ฟูมฟัก) – Grant (มอบโอกาส) – Growth (เติบโต) – Global (สู่สากล) คือกลไกแบบ 4G สำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3S : SMEs – Startup – Social Enterprise โดยในมิติของนวัตกรรม ทาง NIA เริ่มต้นตั้งแต่การบ่มเพาะให้ความรู้ การให้เงินทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ การส่งเสริมการเติบโตทั้งกับตลาดและการเชื่อมต่อกับพันธมิตร และส่งเสริมสินค้านวัตกรรมออกสู่สายตาเวทีโลก ซึ่งกลไกทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยทั้งทางนวัตกรรมของไทยที่มีการขับเคลื่อนเติบโต สร้างการรับรู้ให้กับสังคม พร้อมกันกับสร้างผลกระทบทางบวกให้กับทางเศรษฐกิจและสังคม
อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญของ NIA คือการสร้างการตระหนักรับรู้ให้กับผู้คนทั่วไป โจทย์ต่อไปจึงเป็นคำถามที่ว่า แล้วกระบวนการ ความคิด และผลลัพธ์ของนวัตกรรมจะถูกบอกเล่าอย่างไรให้คนไทยได้รับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย เพื่อให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมที่สามารถจับต้องได้จริงและเข้าถึงทุกคน นี่จึงเป็นที่มาของรายการ Innovation Thailand ที่ต้องการเล่าเรื่องนวัตกรรมไทย ในภาษาที่ย่อยง่ายและให้ทุกคนมองเห็นภาพของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง

“เราอยากให้คุณทำธุรกิจโดยคิดเป้าหมายและมองหาโซลูชันเพื่อโตในระดับโลกไปก่อน อย่าไปคิดว่าเป็นปัญหาเฉพาะในบ้านเรา เพราะบางทีการมองเฉพาะข้อจำกัดในประเทศไทยก็อาจทำให้ขยายออกสู่ต่างประเทศได้ยาก ในขณะเดียวกัน อยากให้น้องๆ ลองมองดูว่า บางครั้งไอเดียที่เราคิด กว่าจะทำได้จริงก็ต้องใช้ระยะเวลา หรือทำคนเดียวอาจจะนาน การมาร่วมทำงานกับ NIA อาจจะใช้ระยะเวลาเร็วขึ้น และทำให้แนวความคิดเหล่านั้นสู่ตลาดโลกได้จริง โดยเรามีกลไกความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ในทุกระดับ”
“และที่สำคัญที่สุด เราอยากให้น้องๆ เยาวชน คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการนวัตกรรม มีจำนวนมากขึ้น เพื่อเติมเต็มพื้นที่จิ๊กซอว์ของคำว่านวัตกรรมไทยให้มากยิ่งขึ้นไปอีก” NIA เชื่อว่า ด้วยกลไกเหล่านี้จะนำพานวัตกรรมไทยให้เปิดกว้าง และส่งเสริมผู้คนให้เปิดใจทดลองใช้ของคนไทยมากยิ่งขึ้น เพราะอยากเห็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย
อยากให้คนไทยทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียม เพื่อปักหมุดประเทศไทยบนเวทีโลก ในฐานะ ‘ชาติแห่งนวัตกรรม’ ที่มีความพร้อมทั้งการสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้งานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความมั่นคงและเสรีภาพทางเทคโนโลยีต่อไปในอนาคต