แม้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จะบรรเทาลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกหนังสือด่วนถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี, สระบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี และกทม. ให้เตรียมรับมือผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ในหนังสือด่วนมีรายละเอียดว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งว่าในช่วงวันที่ 27 กันยายน – 3 ตุลาคน จะมีน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 515 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากยังระบายน้ำได้วันละ 8.64 ล้านลูกบาศก์เมตร จะทำให้วันที่ 30 กันยายนนี้มีปริมาณน้ำเต็มอ่าง ดังนั้นกรมชลประทานจึงต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเป็นวันละ 34.56 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อให้อ่างมีที่ว่าง
เมื่อน้ำที่ถูกระบายออกมาไหลไปรวมกับน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก จะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสักตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก ในชุมชนนอกคันกั้นน้ำ บริเวณวัดสะตือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-2.5 เมตร (แต่ไม่กระทบกับพื้นที่บริเวณตั้งแต่ท้ายน้ำวัดสะตือ ไปจนถึงจุดรวมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา)
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมชลประทานจึงแจ้งเตือน 6 จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกระจายข่าวเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่มีที่พักอาศัย และกิจการร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
อ้างอิงจาก
https://www.thansettakij.com/breakingnews/497661?s=06
https://www.bangkokbiznews.com/news/962710