ถ้านึกถึงภาพการเรียนรู้คำสอนพระพุทธศาสนา เราคงจะนึกถึงภาพพระนั่งเทศน์ในวัดแบบเดิมๆ แต่ตอนนี้ที่เกาหลี มีการเอาคำสอนมาเล่าผ่านคอนเสิร์ต EDM แล้ว!
“เดี๋ยวเรื่องพวกนี้ก็ผ่านไป! ถ้าคุณเอาชนะความทุกข์ยากนี้ได้ คุณก็จะได้ไปอยู่บนสวรรค์!” ชายคนหนึ่งที่โกนศีรษะ นุ่งห่มชุดสีเทาแบบพระภิกษุ ตะโกนเคล้าเสียงดนตรี EDM (Electronic Dance Music) บนเวทีคอนเสิร์ต เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ที่มาชมการแสดงของเขา
ชายคนนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘NewJeansNim’ ซึ่งเขาไม่ใช่นักบวชจริงๆ แต่เป็นดีเจชาวเกาหลีที่ผสมผสาน EDM เข้ากับคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เรื่องศาสนาเข้าถึงผู้ชมที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
ในเทศกาลโคมไฟดอกบัวประจำปี ที่จัดโดยนิยายพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีเพื่อเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา (วันประสูติของพระพุทธเจ้า) ที่วัดโชกเยซาในกรุงโซล NewJeansNim มาแสดงท่ามกลางผู้ชมจำนวนมากที่พนมมือไปกระโดดไป พร้อมตะโกนเชียร์ดีเจว่า “พระพุทธเจ้าหล่อมาก!”
ดีเจคนนี้ มีชื่อจริงว่า ยอน ซองโฮ นักแสดงตลกวัย 47 ปีที่เริ่มเข้าวงการในปี 2544 และมีชื่อในวงการที่ชาวเกาหลีคุ้นหูว่า ‘BBAKOO’
ซองโฮให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า “ผมรู้สึกว่าคนหนุ่มสาวเริ่มมองพระพุทธศาสนาเปลี่ยนไป ดังนั้นถ้าคุณโทรหาผม ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือให้ไปที่ไหนก็ตาม ผมก็จะไปแสดงให้ เพื่อให้คนเข้าใจและยอมรับพระพุทธศาสนามากขึ้น ผ่าน EDM”
ตัวแทนแฟนคลับของ NewJeansNim วัย 25 ปีบอกความรู้สึกของเขาว่า “ตัวตนของเขามันสดใหม่จริงๆ เพราะถ้านึกถึงพระสงฆ์ ปกติเราก็จะนึกถึงความเคร่งครัด เงียบ สงบ แต่เขานี่ทันสมัยมาก”
สิ่งที่ซองโฮทำก็ได้รับการยอมรับจากองค์กรทางศาสนาด้วยเช่นกัน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พระจินวู ประธานคณะสงฆ์เกาหลีใต้นิกายโชกเย ซึ่งเป็นนิกายพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีที่มีผู้นับถือกว่า 10 ล้านคน ได้มอบของขวัญให้กับ NewJeansNim พร้อมสายลูกประคำ โดยฝากให้ยอนซองโฮเผยแพร่ความหวังและความสุขให้กับคนหนุ่มสาวต่อไป
อย่างไรก็ดี วี กา เซียง สมาชิกสภานิติบัญญัติชาวมาเลเซียโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา เพื่อตำหนิดีเจชาวเกาหลีคนนี้ว่าเขาทำให้พุทธศาสนิกชนมาเลเซียรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก และทำให้คนรับรู้พระพุทธศาสนาแบบผิดๆ ซึ่งทำให้แผนการแสดงของ NewJeansNim ในปลายเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นการจัดคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 ในมาเลเซียถูกยกเลิกแล้ว
แนวทางของการพยายามโอบรับคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจพระพุทธศาสนาในเกาหลีใต้ตอนนี้ จึงเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ และน่าคิดต่อว่าถ้าหากในประเทศไทยมีการแสดงแบบนี้บ้าง จะได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วไป หรือจะมีความคิดเห็นจากองค์กรทางศาสนาอย่างไรบ้าง
อ้างอิงจาก