เกิดการค้นพบครั้งใหม่ในวงการศิลปะอีกครั้ง เมื่อมีผู้ใช้เทคโนโลยีในการช่วยวิเคราะห์ภาพวาดในตำนานของศิลปินดังอย่างปิกัสโซ ทิเชียน และอื่นๆ จนพบว่าภายใต้ชั้นสีบนสุดที่เป็นผลงานที่เราคุ้นเคยกันดี มีภาพวาดของ ‘บุคคลปริศนา’ ซ่อนอยู่ และมันอาจจะช่วยให้เราเข้าใจภาพวาดเหล่านั้นได้มากขึ้นอีกด้วย
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีรายงานว่านักวิจัยที่ Andreas Pittas Art Characterization Laboratories ณ Cyprus Institute ใช้เทคนิคการถ่ายภาพขั้นสูงและเครื่องสแกนแบบมัลติโมดัลใหม่ ช่วยพิสูจน์การมีอยู่ของ ‘ภาพเหมือนกลับหัว’ ของ ‘ชายมีหนวดถือปากกาขนนก’ ซึ่งอยู่ใต้ภาพวาด Ecce Homo ของทิเชียน ปรมาจารย์ยุคเรเนซองส์อิตาลี ช่วงปี 1570-1575
รูป Ecce Homo นี้ เป็นภาพของพระเยซูที่มือถูกมัดด้วยเชือก ยืนเคียงกับปอนทิอัส ปิลาต ผู้ว่าการโรมันที่จะตัดสินประหารชีวิตเขา แล้วชายมีหนวดปริศนาคนนี้เป็นใครกันล่ะ?
นักประวัติศาสตร์ศิลป์ พอล โจแอนนิเดส (Paul Joannides) อธิบายว่า ภาพที่อยู่ในชั้นข้างใต้ของรูปที่มีชื่อเสียงนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ อย่างในรูปดังกล่าว แม้จะยังระบุตัวตนของร่างกลับหัวนีเไม่ได้ แต่รูปร่างของเขาได้ส่งผลต่อองค์ประกอบของภาพในชั้นบน โดยเค้าโครงใบหน้าของร่างที่ซ่อนอยู่มีส่วนในการกำหนดส่วนโค้งของเชือกที่มัดมือของพระเยซู
นอกจากนั้น ยังมีการค้นพบโดยนักอนุรักษ์ที่สถาบันศิลปะ Courtauld ที่พบใบหน้าหญิงสาวซ่อนอยู่ใต้ภาพวาด Blue Period ของปาโบล ปิกัสโซ ซึ่งเป็นภาพเหมือนของมาเตว เฟอร์นันเดซ เด โซโต (Mateu Fernández de Soto) เพื่อนของปิกัสโซที่เป็นศิลปินด้วยเช่นกัน
ภาพเหมือนของหญิงสาวที่ยังไม่ได้รับการระบุตัวตนนี้ ถูกค้นพบโดยใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพอินฟราเรดเช่นกัน โดยเมื่อมีการนำภาพนี้ขึ้นมาเปรียบเทียบกับภาพที่อยู่ด้านบน ทำให้ดูเหมือนว่าเธอกำลังกระซิบข้างหูของเด โซโต ราวกับว่าอดีตและปัจจุบันได้หลอมรวมเข้าด้วยกัน
ภาพเหมือนที่ถูกฝังไว้เหล่านี้ คงเรียกได้ว่าเป็นเพียงวิญญาณขององค์ประกอบที่ที่เราไม่เคยมองเห็น หรือกล่าวให้ถูกต้องคือไม่สามารถมองเห็นมันได้เลย ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากเครื่องมือถ่ายภาพขั้นสูงที่ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถมองลอดใต้ชั้นสีได้อย่างปลอดภัยโดย ไม่ทำลายพื้นผิวของผลงานต้นฉบับ
นอกจากผลงานสองชิ้นข้างต้น ยังมีการศึกษาและค้นพบในผลงานอื่นๆ อีก เช่น ภาพวาด Portrait of a Girl ปี 1917 อันโด่งดังของ Amedeo Modigliani ศิลปินแนวโมเดิร์นนิสต์ชาวอิตาลี ที่มีภาพเหมือนเต็มตัวของผู้หญิงอีกคนซ่อนอยู่ภายใต้ภายชั้นบนที่เป็นภาพหญิงอีกคนหนึ่ง โดยคนคาดว่าเป็นคนรักเก่าของศิลปิน
หรือภาพปผืนหญ้าที่ดูสดใสในปี 1887ของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ ภายใต้นั้นได้พบภาพเหมือนหญิงชาวนาที่ดูหม่นหมอง เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่า แม้ว่างานชิ้นนี้จะดูสนุกสนานเพียงใด ก็ยังมีบางสิ่งที่คอยกระตุกความคิดอยู่เสมอใต้พื้นผิวของผลงานของแวนโก๊ะ
ภาพบุคคลที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ อาจบ่งบอกได้ว่าเป็นภาพร่างแรกของศิลปิน ซึ่งอาจช่วยให้เราเข้าใจกระบวนการสร้างสรรค์ของศิลปินและความคิดเบื้องหลังผลงานของพวกเขาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยังเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เข้ากับการเรียนรู้ศิลปะและประวัติศาสตร์ ที่อาจทำให้เราได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ ได้มากขึ้นในเร็ววันนี้
อ้างอิงจาก