‘Met Gala’ อีกหนึ่งอีเวนต์ที่หลายคนจับจ้องและเฝ้ารอเป็นประจำทุกวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคม เพราะถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญในแวดวงแฟชั่น ที่เหล่าศิลปิน ดารา และคนดังจากทั่วโลก จะมาร่วมอวดโฉมในลุคที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตจากบรรดาดีไซเนอร์ชั้นนำจากแบรนด์ต่างๆ ผ่านธีมในแต่ละปี
ในปีนี้ธีมงาน เมต กาลา (Met Gala) ก็คือ ‘Costume Art’ ตามชื่อนิทรรศการที่จะจัดขึ้น ณ คอนเด นาสต์ แกลเลอรี่ (Condé M. Nast Galleries) ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน (The Metropolitan Museum of Art) ซึ่งจะมุ่งเน้นจัดแสดงเกี่ยวกับ เรือนร่างกับเครื่องแต่งกาย อันต่างเป็นการหลอมรวมความเป็นศิลปะตามธรรมชาติกับศิลปะที่ส่วมใส่ได้เข้าไว้ด้วยกัน นำไปสู่แนวทางการแต่งกาย (Dress Code) ประจำงานนี้ อย่าง ‘Fashion is Art’ โจทย์กว้างๆ ที่เปิดให้ดีไซเนอร์และผู้มีร่วมงานได้ตีความและนำเสนอเสื้อผ้าตามความเข้าใจของตัวเอง
เมื่อแฟชั่นคือศิลปะ The MATTER จึงอยากพาทุกคนไปย้อนดูชุดสุดโดดเด่นอันเป็นที่น่าจดจำจากงานเมตกาลาในหลากหลายปีที่ผ่านมากัน เพื่อเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า เสื้ออาภรณ์ ก็ไม่ต่างอะไรจากงานศิลปะ และยังขอเป็นการอุ่นเครื่องก่อนชมเมตกาลาในปีนี้ไปพลางๆ ด้วยเลย
รีฮานน่า กับชุดเหลืองทองสะท้อนความเป็นจีน

ย้อนกลับไปเมื่องานเมตกาลาปี 2015 ที่จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘China: Through the Looking Glass’ ซึ่งมุ่งเน้นนำเสนออัตลักษณ์และงานออกแบบของจีนที่มีอิทธิพลต่อแฟชั่นตะวันตกมาตลอดหลายศตวรรษ โดยหนึ่งในชุดที่โดดเด่นและสร้างภาพจำมากที่สุดประจำปีนั้นคงหนีไม่พ้น ชุดเดรสสีเหลืองทองสุดอลังการที่ลากยาวหลายเมตรของนักร้องสาว ริฮานน่า (Rihanna)
ชุดสุดไอคอนนิกนี้ ได้รับการออกแบบโดย กัว เป่ย (Guo Pei) ดีไซเนอร์ชาวจีน โดยลักษณะของชุดประกอบไปด้วยชุดคลุมสีเหลือทองที่ปะดับไปด้วยขนเฟอร์ พร้อมปักลวดลายดอกไม้เป็นชั้นๆ แถมตัวชุดคลุมยังมีน้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัม ด้วย ซึ่งเธอใช้เวลากว่า 50,000 ชั่วโมง ในการปักลายทั้งหมดด้วยมือ กว่าที่ชุดนี้จะเสร็จออกมาเป็นรูปร่างอย่างที่พวกเราเห็นกันในงาน
หากถามว่าชุดนี้แสดงออกถึงความเป็นจีนผสมผสานตะวันตกตามธีมอย่างไร ก็อยากให้ไปดูกันที่สีของชุด สีเหลือง ถือเป็นสีที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์จีนมาอย่างยาวนาน โดยในสมัยจักวรรดิ สีเหลืองคือตัวแทนของจักรพรรดิ ผู้เป็นศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งทุกคนอาจลองนึกถึงภาพเหมือนของจักรพรรดิจีนหลายพระองค์ ก็มักสวมฉลองพระองค์สีเหลืองทั้งนั้น ตัวอย่างเช่น A Seated Portrait of Ming Emperor Taizu หรือ Portrait of the Kangxi Emperor in Court Robe นอกจากสีชุด ภายในภาพเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงเสื้อผ้าที่ปักไปด้วยลวดลายมากมาย คล้ายคลึงกับชุดที่ริฮานน่าใส่ในงานรอบนี้ด้วย
ฉะนั้นแล้ว เมื่อริฮาน่าและชุดสีเหลือทองอร่ามนี้ปรากฏสู่สายตาคนในงาน จึงไม่แปลกเลย หากทุกคนจะจับจ้องและละสายตาไปจากชุดนี้ไม่ได้ เพราะแค่มองด้วยตาเปล่า ก็สามารถเห็นได้ถึงความประณีตที่อยู่บนชุดนี้แล้ว
โซแลง โนวส์ ในชุดพลีทเหลืองมะนาวกับเรื่องราวของแฟชั่น

ไหนๆ ก่อนหน้านี้ก็เหลืองทองเด่นเป็นสง่ากันไปแล้ว จะเป็นอะไรไหม? ถ้าเราอยากจะขอเหลืองกันต่ออีกสักรอบ กับงานเมตกาลาประจำปี 2016 ที่มาในธีม ‘Manus x Machina: Fashion in an Age of Technology’ กับการนำเสนอแฟชั่นในฐานะงานฝีมือ และการผสมผสานการใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยเรื่องการออกแบบ ฟังแล้วอาจดูงงๆ แต่มันก็คือการพูดถึงเสื้อผ้าทำมือที่มีการนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทำให้การสร้างสรรค์ผลงานง่ายมากขึ้นนั่นแหละ
หนึ่งชุดที่น่าจับตามองมากที่สุดประจำเมตกาลาปีนี้ และคงไม่พูดถึงไปไม่ได้ นั่นคือชุดเดรสอัดพลีทสีเหลืองมะนาวสุดเด่นของ โซแลง โนวส์ (Solange Knowles) จาก เดวิด ลาพอร์ต (David Laport) โดยมีถุงน่องยางสีเหลืองสูงถึงต้นขาอยู่ด้านใน ช่วยเสริมให้ลุคนี้ดูเปรี้ยวสดใสโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล ซึ่งลักษณะของชุดมีการอัดพลีทคล้ายกับหีบเพลง ทั้งสีชุดเอยและภาพรวมของชุดเอย หลายคนจึงตีความกันว่า นี่อาจเป็นการยกย่องพี่สาวของเธออย่าง บียอนเซ่ (Beyonce) ที่เพิ่งปล่อยอัลบั้ม ‘Lemonade’ ก็ได้
ถ้าถามว่า ชุดพลีทจับจีบนี้เกี่ยวอะไรกับธีมของปีนี้ ก็อาจต้องเล่าประวัติศาสตร์ของการอัดจีบเสื้อผ้าคร่าวๆ ว่า กรรมวิธีนี้มีมาแต่สมัยอียิปต์โบราณแล้ว และเป็นงานฝีมือเรื่อยมา จนกระทั่ง อิเซย์ มิยาเกะ (Issey Miyake) ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ได้พัฒนาเทคโนโลยีการอัดจีบแบบถาวรด้วยความร้อน เราจึงได้เห็นเสื้อผ้าที่อัดจีบพลีทกันมากขึ้นในปัจจุบันนั่นเอง
จีจี้ ฮาดิด กับความงามที่ไม่สมมาตร

เมื่อพูดถึงด้านศิลปะและความงาม ‘ความสมมาตร’ มักเป็นหลักการที่ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านต่างๆ ยึดเอาไว้เป็นคติ เพราะมันช่วยให้ผลงานออกมาสมดุลและเป็นระเบียบ หากแต่บางครั้ง ‘ความอสมมาตร’ ก็อาจทำให้งานศิลปะบางชิ้นมอบคุณค่าในมุมที่ต่างออกไปได้ด้วยเช่นกัน
ในงานเมตกาลา ปี 2017 จัดขึ้นภายใต้ธีม Rei Kawakubo/Comme des Garçons: Art of the In-Between ซึ่งมีเหล่าคนดังจำนวนไม่น้อยอวดโฉมตัวเองในเสื้อผ้าที่สะดุดตาไม่น้อย และหนึ่งในนั้นคือ จีจี้ ฮาดิด (Gigi Hadid) นางแบบมืออาชีพ ผู้ที่แค่ก้าวเข้ามาในงานทุกสายตาและทุกเลนส์กล้องก็หันไปจับจ้อง งานเมตกาลาในปีนี้ เธอมากับชุดเดรสสีแชมเปญ ลักษณะเหมือนเป็นสูทของผู้ชาย ส่วนอีกข้างเหมือนเดรสของผู้หญิงที่เป็นชายกระโปรงผ้าทูลล์ และถุงน่องตาขายสุดจัดจ้าน โดยลุคในปีนี้ของเธอมาจาก ทอมมี ฮิลฟิเกอร์ (Tommy Hilfiger) แบรนด์ที่เน้นความเรียบ โก้ แต่แฝงไปด้วยสไตล์ที่ฉีกไปจากกฎเกณฑ์เดิมๆ
สำหรับภาพรวมเสื้อผ้าของจีจี้ ฮาดิดในเมตกาลาปีนี้ ก็ได้สอดคล้องไปกับสไตล์ของ เรย์ คาวาคุโบ (Rei Kawakubo) เจ้าของธีม ผู้นำเสนอแฟชั่นที่แหวกขนบและท้าทายโครงสร้างเสื้อผ้าแบบเดิมๆ แล้วนำมาประกอบใหม่ในรูปแบบที่ไม่เน้นความสมมาตร เสื้อผ้าที่ดูครึ่งๆ กลางๆ ซึ่งชุดจากทอมมีฯ ของจีจี้ปีนี้ ก็แสดงออกถึงสัญญะความอสมมาตรนี้ได้อย่างชัดเจน ซ้ำยังสะท้อนถึงความเป็นศิลปะร่วมสมัย ที่ไม่ต้องอยู่ภานใต้กรอบเกณฑ์ใดๆ
รีฮานน่า ผู้เป็นช่อดอกไม้ที่มีชีวิต

เช่นเดียวกับ รีฮานน่า ที่ได้กลับมาสู่งานเมตกาลาอีกครั้งในปี 2017 แถมยังเป็นคนดังอีกคนผู้มาในลุคที่พร้อมดึงดูดสายตาจากแขกเหรื่อและช่างภาพภายในงาน โดยรีฮานน่าเป็นเพียงไม่กี่คนในงานที่มาในลุคของ กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ (Comme des Garçons) ด้วยชุดเปิดตัวจากคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงปี 2016 ซึ่งเป็นชุดเดียวในงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทนในปีนั้นด้วย
ลุคของรีฮานน่ารอบนี้ สร้างสรรค์ขึ้นจากผ้ากลีบทรงกลมลวดลายดอกไม้ที่แตกต่างกัน นำมาเย็บต่อกันด้วยเทคนิคด้านการทำเสื้อผ้า จนภาพรวมของชุดเป็นเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างไม่มีวันหุบ โดยชุดนี้ไม่เพียงแค่ท้าทายขนบความงามของเสื้อผ้าสุภาพสตรีแบบเดิมๆ ที่จะต้องมีรูปทรง (Silhouette) ที่ตายตัว แต่ยังแสดงออกถึงความหลุดโลก สะท้อนแนวคิดแต่แรกเริ่มของเรย์ คาวาคุโบะ (Rei Kawakubo) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่ว่าความสวยงามของผู้หญิงไม่ควรถูกจำกัดด้วยสรีระ
แน่นอนว่า คงไม่มีชุดใดตรงธีมไปมากกว่าชุดของรีฮานน่าอีกแล้ว ซึ่งหากมองในมุมมองของศิลปะ ตามชื่อธีมที่ว่า Art of the In-Between ชุดนี้ก็คงเหมือนกับงานประติมากรรมสไตล์ ‘Organic Sculpture’ หรือก็คืองานศิลปะที่ออกแบบเลียนแบบรูปทรบงของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสะท้อนถึงการอยู่ตรงกลางระหว่างความสวยงามที่มาจากธรรมชาติ และความพิลึกพิลั่นที่มาจากฝีมือมนุษย์ ชุดนี้ของรีฮานน่าจึงเป็นจุดกึ่งกลางของความแตกต่างที่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว
เซนเดย์อา วีรสตรีโจนออฟอาร์ค

ขยับมาสู่งานเมตกาลาปี 2018 กับธีม Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination ที่ต้องการนำเสนอจุดตัดระหว่างแฟชั่นชั้นสูงกับความศรัทธาในคริสต์ศาสนาคาทอลิก จากการที่พิพิธภัณฑ์ฯ ได้รับอนุญาตให้ยืมเอาศาสนวัตถุและเครื่องแต่งกายของพระสันตะปาปาจากวาติกันมาร่วมจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนั้นด้วย ทำให้ในปีนี้เราจะได้เห็นแฟชั่นสุดอลังการที่ผสมผสานงานออกแบบสุดประณีตและองค์ประกอบด้านศาสนาที่สูงส่งลงไว้ร่วมกัน
และคนที่แค่เดินเข้างานมาก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้เธอสวมบทบาทเป็นใคร นั่นคือ เซนเดย์อา (Zendaya) ที่มาพร้อมกับชุดที่ได้รับแรงบันดาลมาจาก โจนออฟอาร์ค (Joan of Arc) นักบุญและวีรสตรีคนสำคัญของฝรั่งเศส ที่ได้ทำการสั่งตัดพิเศษจาก เวอร์ซาเช่ (Versace) โดยชุดจะมีลักษณะเหมือนชุดเกราะโลหะ โดดเด่นด้วยแผ่นโลหะเงินที่คอและไหล่ ชวนให้นึกถึงเครื่องแบบอัศวินโบราณ และเข็มขัดกว้างที่ประดับด้วยเลื่อมและหมุดเล็กๆ เพื่อเพิ่มความอ่อนโยนให้แก่ลุค ทำให้ในภาพรวมลุคนี้ของเซเดย์อาจึงมีทั้งความเฉียบคมและแข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงความหรูหราสไตล์เวอร์ซาเช่ไว้ได้เป็นอย่างดี
ชุดนี้ของเซนเดย์อา นอกจากจะสะท้อนถึงความเป็นศาสนาคริสคาทอลิกอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ยังทำให้ผู้ที่ได้เห็นนึกถึงงานศิลปะหลากหลายชิ้นที่เกี่ยวกับโจนออฟอาร์คด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Joan of Arc ของ อัลเบิร์ต ลินช์ (Albert Lynch) หรือผมสีแดงส้มจัดจ้านของเซนเดย์อาที่ทำให้นึกถึงภาพ Joan of Arc ของ ดานเต้ กาเบรียล โรเซตติ (Dante Gabriel Rossetti) ไม่แน่ว่าชุดนี้ก็อาจหยิบเอาองค์ประกอบจากภาพจินตกรรมที่เกี่ยวของกับโจนออฟอาร์คของศิลปินคนต่างๆ นี่แหละ มาเป็นแรงบันดาลใจในเสื้อผ้าหน้าผมในครั้งนี้
ลาน่า เดล เรย์ ตัวแทนสรวงสวรรค์แห่งเมต กาลา

เมื่อธีมเมตกาลาปี 2018 พูดถึงเรื่องของศรัทธา ศาสนา และคาทอลิก คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึง ลาน่า เดล เรย์ (Lana Del Rey) นักร้องสาวผู้มักเอาเรื่องราวความศรัทธาแฝงอยู่กับบทเพลงของเธออยู่เสมอ ซึ่งคราวนี้เธอได้ปรากฏตัวในชุดของกุชชี่ (Gucci) มาพร้อมกับเครื่องหัวที่เหมือนปีกนางฟ้าอันแสนสง่างาม ชุดเดรสสีครีมประดับด้วยสีทอง โดยมีสิ่งที่สะดุดตาในลุคนี้มากที่สุดก็คือ แผ่นโลหะรูปหัวใจศักดิ์สิทธิ์ที่มีดาบแหลมแทงอยู่ 7 เล่ม ราวกับภาพวาดหรือประติมากรรมสมัยเรเนสซองส์ที่มีชีวิตยังไงยังงั้น
ซึ่งจะพูดว่าลุคโดยรวมของลาน่าเหมือนงานศิลปะก็คงไม่ผิดนัก เพราะชุดนี้คือการนำเสนอภาพของ Virgen de los Dolores หรือ พระแม่มารีแห่งความทุกข์ระทม (Our Lady of Sorrows) โดยเราสามารถเห็นงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของพระแม่มารีผู้นี้ได้อยู่ไม่น้อย ทั้ง ภาพ La Dolorosa ของ คริสโตบัล เด บิลลาลปานโด (Cristóbal de Villalpando) หรืองานประติมากรรม Seven Swords Piercing the Sorrowful Heart of Mary ที่ตั้งอยู่ในโบสถ์ Church of the Holy Cross ณ เมืองซาลามังกา ประเทศสเปน ด้วยเหตุนี้เอง ลาน่า เดล เลย์ในลุคพระแม่มารีนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสาน แฟชั่นอันสูงส่ง เรื่องราวความศรัทธาต่อคริสตศาสนา ตลอดจนความเป็นศิลปะออกมาได้อย่างลงตัว
เคที เพร์รี นางฟ้าหนึ่งเดียวในเมต กาลา

เมื่อเอ่ยถึงศาสนาและความเชื่อ ก็ต้องมีเรื่องของสวรรค์และนางฟ้า ซึ่งคนที่มารับบทบาทนางฟ้าในงานเมตกาลปี 2018 คือ เคที เพร์รี (Katy Perry) นักร้องสาว ผู้ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวังกับเสื้อผ้าหน้าผมในงานเมตกาลาแต่ละปีที่ผ่านๆ มา โดยปีนี้เธอมาในชุดจากเวอร์ซาเช่ ประกอบไปด้วย มินิเดรสสีทองระยิบระยับ รองเท้าบูทสูงถึงต้นขา มีไฮไลต์เด็ดเป็นปีกขนาดใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยขนนกจำนวนมากมาย กลายเป็นชุดที่อลังการเสียจนใครต่อใครก็ต้องเหลียวมองเธอ
หากใครเป็นแฟนคลับเคที เพร์รี ก็จะรู้ว่าตัวเธอนั้นมีความศรัทธาต่อศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยเธอมีรอยสักคำว่า ‘Jesus’ ซึ่งหมายถึงพระเยซูอยู่ที่ข้อมือ มิหนำซ้ำเธอยังเคยเล่ากับสื่อหลายแห่งว่า บ้านของเธอนั้นเข้าโบสถ์หลายวันไม่ใช่แค่วันอาทิตย์ และครอบครัวก็ปลูกฝังเรื่องเหล่านี้กับเธออย่างมาก การสวมชุดนี้ของเธอจึงไม่เพียงแค่สะท้อนถึงความสง่างามของแฟชั่นสไตล์เวอร์ซาเช่เท่านั้น หากแต่ยังเป็นเหมือนตัวแทนความศรัทธาที่เคทีมีต่อคริสตศาสนาด้วย
ฉะนั้นแล้วอาจไม่เกินจริงเลย หากจะนิยามลุคของเคที เพร์รีนี้ว่าเป็น ‘งานศิลปะที่สวมใส่ได้’ เพราะชุดนี้ได้นำเอาความประณีตของการออกแบบเสื้อผ้าและความงดงามทางศาสนามาสรรค์สร้างเป็นแฟชั่นที่ไม่ต่างอะไรจากผลงานศิลปะหลายๆ ชิ้นที่มีทั้งเรื่องราวและความคิดสร้างสรรค์อยู่ในชิ้นงานเดียวกัน
เป็นที่น่าจับตามองว่าเมตกาลาปีนี้ เหล่าศิลปิน ดารา และคนดังทั้งหลาย จะตีความคำว่า Costume Art และ Fashion is Art กันไปอย่างไร? แล้วชุดไหนจะดึงดูดสายตาของทุกคนไปได้มากที่สุดกัน
อ้างอิงจาก