เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานสำหรับ AI และลิขสิทธิ์ ซึ่งล่าสุดก็มีประเด็นเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ ChatGPT ปล่อยฟีเจอร์ ‘สร้างภาพ’ ออกมา จนทำให้เกิดเป็นไวรัล และกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ยังคงหาข้อสรุปกันไม่ได้
ผ่านไปแค่วันเดียวเท่านั้น หลังจากที่ ChatGPT ปล่อยฟีเจอร์สร้างภาพด้วย AI ออกมา ก็ทำให้ฟีดบนโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพมีมมากมาย ซึ่งหนึ่งในภาพที่ AI สร้างออกมาคือภาพที่มีสไตล์คล้ายแอนิเมชั่นของ Studio Ghibli ของญี่ปุ่น จนเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่าการผลิตภาพเช่นนี้ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่?
หลังจากที่ปล่อยฟีเจอร์นี้ออกมา ผู้คนก็พากันเอารูปต่างๆ อัปโหลดใส่เข้าไปในระบบและให้ ChatGPT สร้างภาพใหม่ออกมา โดยก่อนหน้านี้ โมเดล AI ของ Gemini ก็ปล่อยฟีเจอร์ลักษณะนี้ออกมาเช่นกัน ซึ่งในเวลานั้นคนก็เอาภาพไปลบลายน้ำ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องลิขสิทธิ์ และจุดชนวนให้มีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น
แม้จะมีการถกเถียงกันทั้งชาวเน็ตและนักกฎหมายแต่ แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI เองก็ได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ของเขาในเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) เป็นภาพที่สร้างโดย AI โดยมีสไตล์เหมือนแอนิเมชั่นของ Studio Ghibli ด้วย ขณะที่ผู้ใช้บางคนก็มองว่าฟีเจอร์นี้ของ OpenAI ยังดูสร้างสรรค์กว่า Deepfake ที่น่ากลัวนั่นเสียอีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ ฟีเจอร์ใหม่จาก OpenAI ถือว่าทำผิดกฎหมายหรือไม่?
อีแวน บราวน์ ทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากสำนักงานกฎหมาย Neal & McDevitt กล่าวเอาไว้ว่า เครื่องมือสร้างภาพของ GPT-4o ดำเนินธุรกิจแบบเทาๆ เนื่องจากเป็นการสร้างภาพโดยอ้างอิงจากสไตล์ที่บางอย่าง ที่อาจไม่ได้มีลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน แปลว่า OpenAI (บริษัทของ ChatGPT) ยังดูเหมือนจะไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์อะไรของ Studio Ghibli
แต่บราวน์ก็บอกด้วยว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่ OpenAI จะสอนโมเดลของตัวเองจากการใช้เฟรมเป็นล้านๆ เฟรมจากแอนิเมชั่นของ Studio Ghibli ซึ่งก็ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ในศาลหลายแห่งว่า การฝึก AI ด้วยผลงานที่มีลิขสิทธิ์นี้ ผลงานเหล่านั้นจะต้องถูกคุ้มครองโดยชอบธรรมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่โลกของแอนิเมชั่น แต่สำนักพิมพ์หลายแห่ง รวมถึงสื่อก็กำลังดำเนินคดีกับ OpenAI อยู่เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ The New York Times และสำนักพิมพ์หลายแห่งกำลังดำเนินคดีกับ OpenAI ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทฝึก AI โดยเอาผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ โดยที่ไม่ระบุที่มา และจ่ายเงินซื้ออย่างเหมาะสม แต่ก็ไม่ใช่แค่ OpenAI เท่านั้นที่กำลังโดนฟ้อง แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Meta และสตาร์ทอัพสร้างภาพ AI อย่าง Midjourney เองก็โดนด้วยเช่นกัน
แม้ว่าจะมีดราม่าและการฟ้องร้อง แต่ OpenAI ก็ยังคงเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวอยู่ ขณะที่ TechCrunch ได้ทดลองเปรียบเทียบฟีเจอร์นี้ของหลายเจ้าทั้ง OpenAI, Gemini, Grok และ Playground.ai เพื่อดูว่าเจ้าไหนจะสามารถสร้างภาพโดยมี Ref. จาก Studio Ghibli ได้บ้าง ซึ่งก็พบว่า AI ของ OpenAI ทำออกมาได้แม่นยำที่สุด
ฟีเจอร์ดังกล่าวถือเป็นก้าวใหญ่ที่ทำให้คนหันมาใช้งานกันมากขึ้น ทำให้ OpenAI ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัวฟีเจอร์นี้สำหรับผู้ใช้งานฟรีออกไปก่อน โดยอ้างแค่ว่ามีความต้องการสูงเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องรอให้ศาลตัดสินออกมาอยู่ดีว่าฟีเจอร์เหล่านี้มันถูกกฎหมายจริงๆ หรือไม่
อ้างอิงจาก
variety.com