“L’enfer, c’est les autres” (นรกคือคนอื่น)
วลีจากบทละครเรื่อง Huis Clos หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า No Exit ผลงานสร้างชื่อของ ฌ็อง-ปอล ซาร์ตร์ (Jean-Paul Sartre) หนึ่งในนักปรัชญาอัตถิภาวนิยม (Existentialism) ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของศตวรรษที่ 20 ผู้เขียน ‘Being and Nothingness’ ที่วางรากฐานความคิดเรื่องเสรีภาพและการมีอยู่ของมนุษย์ เขาเป็นทั้งนักเขียนบทละคร นักเขียนนิยาย ผู้ปฏิเสธรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1964
มาดูกันว่าเจ้าของความคิดทรงอิทธิพลนี้ ใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวัน
หากอ้างอิงจากหนังสือ ‘Jean-Paul Sartre: Basic Writings’ เขียนโดย สตีเฟน พรีสต์ (Stephen Priest)ซาร์ตร์วางกฎการทำงานของตัวเองไว้ง่ายๆ แค่ 4 ชั่วโมงในตอนเช้าและ 4 ชั่วโมงในตอนเย็น ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
เขาตื่นนอนประมาณ 08.30 น. กินอาหารเช้าที่คาเฟ่ประจำ เริ่มเขียนงานรอบเช้าตั้งแต่ 09.30 น. จนถึง 13.30 น. จากนั้นเขาใช้เวลาช่วงบ่ายจนถึงเย็น รับประทานอาหารกลางวันในร้านกาแฟชื่อดังของปารีสอย่าง Café de Flore หรือ La Coupole เป็นที่ที่ปัญญาชนปารีสยุคนั้นนัดกัน เหมือนเราเราทำงานรีโมตในคาเฟ่ อาจแวะไปทำงานเขียนที่นั่นบ้าง แต่ส่วนใหญ่เขาใช้เวลาช่วงบ่ายนี้ไปกับการพบปะเพื่อนฝูงมากกว่า
ก่อนกลับบ้านมาเขียนงานรอบเย็นอีก 4 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 17.00 น. ถึง 21.00 น. เมื่อตารางงานจบลงทั้ง 4 ชั่วโมงในตอนเช้า และ 4 ชั่วโมงในตอนเย็น ช่วงเวลาพักผ่อนของเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้าสู่อพาร์ตเมนต์ของ ซิโมน เดอ โบวัวร์ (Simone de Beauvoir) พาร์ทเนอร์ทางปัญญาและชีวิต ทั้ง 2 มักใช้เวลาพูดคุย ฟังเพลง ด้วยกันจนถึงเที่ยงคืน ถึงเป็นเวลาที่แยกย้ายกันเข้านอน
ดูเป็นกิจวัตร 1 วันที่ลงตัวสำหรับนักคิดคนหนึ่ง ไม่ได้โหมงานหนัก มีเวลาพักผ่อนหลังเลิกงาน พบปะพูดคุยกับเพื่อน แบ่งเวลาทำงานไว้อย่างลงตัว แต่นานวันเข้า 4 ชั่วโมงในตอนเช้า และ 4 ชั่วโมงในตอนเย็น ก็เริ่มจะไม่เพียงพอให้เขียนได้ทันการ นรกคือเดดไลน์ที่บีบเข้ามา จนเขาต้องพังกฎการทำงานของตัวเองลง
ในช่วงที่ซาร์ตร์เขียน Critique of Dialectical Reason เล่มแรก เดดไลน์บีบคั้นเสียจนเขาต้องใช้ทั้งเวลาและความเร็วมากขึ้นสำหรับงานชิ้นนี้ คนที่เคยชินกับตารางงานที่ไม่รีบร้อน พอต้องมาทำอะไรที่รีบเร่งมากขึ้น หนักมากขึ้น สุขภาพของเขาก็เริ่มต้านทานความเหนื่อยล้าไม่ไหว จนเริ่มมองหาทางลัดให้อยู่ยงคงกระพัน เขียนงานให้ได้ทันตามเวลา
ซาร์ตร์ในวัย 50 ปี หันไปพึ่ง Corydrane ยาผสมแอมเฟตามีนกับแอสไพรินที่นิยมกันในหมู่ปัญญาชนปารีสยุคนั้น ซึ่งตอนนั้นยาชนิดนี้ยังถูกกฎหมายในฝรั่งเศส ก่อนจะถูกแบนในภายหลัง ปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1-2 เม็ด พอกระปี้กระเป่า แต่ซาร์ตร์กินวันละ 20 เม็ด เริ่มเคี้ยวทีละเม็ดตั้งแต่แก้วกาแฟแรกของวัน เขายินดีที่จะทำร้ายร่างกายตัวเองเพื่อเร่งการเขียนให้เสร็จเร็วขึ้น
ถึงอย่างนั้นเขาก็มีอายุที่ยืนยาวถ้าเทียบกับวิถีชีวิตที่ว่านั้น ในภายหลังเมื่อสุขภาพเริ่มทรุดโทรมจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ เขาหันมาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น เหลือเพียงความเรียบง่ายในช่วงบั้นปลายชีวิต
หากผลงานชิ้นเอกต้องแลกมาด้วยสุขภาพ คุณคิดว่าคุณจะยอมแลกไหม?
อ้างอิงจาก
https://www.thetedkarchive.com/library/stephen-priest-jean-paul-sartre-basic-writings
https://litverse.substack.com/p/drugs-alcohol-and-existentialism