นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพแห่งหนึ่ง บอกว่าได้บรรลุ ‘ก้าวสำคัญ’ ในการฟื้นคืนชีพนกโดโดที่หายจากโลกไปราว 300 ปีก่อน
นกโดโด (Dodo) เป็นนกยักษ์บินไม่ได้ ที่ถูกพบบนเกาะมอริเชียสครั้งสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ.1662 และจากนั้นก็กลายเป็นนกสูญพันธุ์ที่ถูกพูดถึงอย่างมาก แต่ตอนนี้เราเข้าใกล้การคืนชีพนกพันธุ์นี้อีกขั้น
บริษัท Colossal Biosciences ในรัฐเท็กซัส ประกาศเมื่อวันพุธ (17 กันยายน 2025) ว่านักวิจัยประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก ในการเพาะเลี้ยงเซลล์สืบพันธุ์แรกเริ่ม (Primordial germ cells) หรือเซลล์ต้นกำเนิดของไข่และสเปิร์มของนกพิราบป่า (Rock dove) โดยบริษัทระบุว่าเทคนิคดังกล่าวจะเป็น ‘ก้าวสำคัญ’ สู่การฟื้นฟูนกโดโด
สำหรับขั้นตอนการนำโดโดกลับคืนมานั้น บริษัทมีแผนที่จะใช้เทคนิคเดียวกันหรือคล้ายกันนี้ ในการเพาะเลี้ยงเซลล์จากนกพิราบนิโคบาร์ (Nicobar pigeon) ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของนกโดโด และเป็นนกในวงศ์เดียวกัน เพื่อแก้ไขเซลล์ต้นกำเนิดของมันด้วยดีเอ็นเอของนกโดโด ก่อนที่จะฝังลงในไก่ที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถอุ้มลูกได้
“ความก้าวหน้าจากทีมของเรา ในการสร้างสภาวะการเพาะเลี้ยง ที่ช่วยให้เซลล์ต้นกำเนิดนกพิราบสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับการฟื้นคืนชีพนกโดโด” เบน แลมม์ (Ben Lamm) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Colossal กล่าวในแถลงการณ์
เขากล่าวอีกว่า Colossal คาดว่าจะบรรลุเป้าหมาย ในการทำให้นกโดโดที่มีชีวิตอีกครั้ง ภายใน 5-7 ปี
“เราไม่ได้มุ่งหวังที่จะสร้างโดโดขึ้นมาแค่สองตัว แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้างมันขึ้นมาเป็นพันๆ ตัว” แลมม์กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะสร้างโดโดที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและเจริญเติบโตได้
ในอีกมุม นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็ต่างวิจารณ์การคืนชีพนกโดโด
“เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่า ต้องทำอย่างไรจึงจะสร้างนกโดโดขึ้นมาได้ในเชิงพันธุกรรม ตั้งแต่โครงสร้างจีโนม ไปจนถึงปฏิสัมพันธ์ของยีนกับสิ่งแวดล้อม” เลโอนาร์โด คัมปาญญา (Leonardo Campagna) นักชีววิทยาจากห้องปฏิบัติการคอร์เนลล์ กล่าวกับ The Guardian
ส่วน ริช เกรนเยอร์ (Rich Grenyer) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เตือนว่า “การตีตราสิ่งมีชีวิตสมัยใหม่ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้ว […] ถือเป็นอันตรายทางศีลธรรมอย่างมาก”
อ้างอิงจาก