นักวิเคราะห์การบินคาดว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้โดยสารชาวจีนได้ยกเลิกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นแล้วกว่า 500,000 ใบ หลังจากเกิดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศ
หลังจากที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) กล่าวเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ว่าญี่ปุ่นอาจตอบโต้ด้วยกองกำลังป้องกันตนเอง หากจีนพยายามรุกราน ‘ไต้หวัน’ คำพูดของเธอก็ก่อให้เกิดความตึงเครียดจากรัฐบาลจีนในทันที
ต่อมา จีนได้ออกคำเตือนพลเมืองไม่ให้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งสองประเทศกำลังเผชิญหน้ากันทางการทูต โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่า มีสายการบินจีนอย่างน้อย 7 สาย รวมถึงสายการบินของรัฐ 3 สาย ที่เสนอจะ ‘ยกเลิกเที่ยวบินฟรี’ ให้ กับผู้โดยสารที่จองเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่น
นอกจากนี้สำนักข่าวจีมูนิวส์ (Jimu News) ของจีน ก็รายงานว่า เสฉวนแอร์ไลน์ส (Sichuan Airlines) ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดระหว่างเฉิงตูและซัปโปโร ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปลายเดือนมีนาคม ส่วนสปริงแอร์ไลน์ส (Spring Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัด ก็ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่น ‘หลายเที่ยว’ โดยทั้งสองสายการบินให้เหตุผลว่าเป็น “การวางแผนของบริษัท”
ด้านนักวิเคราะห์การบินอิสระ หลี่ ฮั่นหมิง (Li Hanming) ผู้รวบรวมข้อมูลการจองเที่ยวบินประจำวันของผู้โดยสารชาวจีน จากสายการบินและจากเอเจนซีออนไลน์ มาตั้งแต่ปี 2023 ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า มีตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นประมาณ 500,000 ใบ ถูกยกเลิกระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน
ตามข้อมูลที่เขาได้รวบรวม การจองเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นลดลง จากประมาณ 1.5 ล้านเที่ยวในวันที่ 15 พฤศจิกายน เหลือเพียง 1 ล้านเที่ยวในอีกสองวันต่อมา ทำให้หลี่สรุปได้ว่า มีเที่ยวบินถูกยกเลิกประมาณ 500,000 เที่ยว หลังจากที่เกิดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
จีนมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งนักศึกษาจีนยังเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น เหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้เกิดผลกระทบในหลายแง่มุม
หลี่ยังกล่าวกับ The Guardian ว่านี่เป็นการยกเลิกเที่ยวบินครั้งใหญ่ที่สุด ที่เขาเคยเห็นนับตั้งแต่ช่วงที่โควิด-19 ระบาดแรกๆ อย่างไรก็ตามเขามองว่า เหตุการณ์นี้น่าจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของจีน เพราะตลาดจีน-ญี่ปุ่นมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจภายในประเทศและต่างประเทศโดยรวม
อ้างอิงจาก