คงไม่แปลกหากใครจะคิดว่าตอนนี้ วัฒนธรรมจีนกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทั้งซีรีส์ฮิต เทรนด์ไวรัล อาหาร ไปจนถึงการท่องเที่ยวประเทศจีนที่เราก็เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่รู้ไหมว่า การขยายตัวของวัฒนธรรมจีนไม่ได้มีแค่นั้น เพราะล่าสุดสื่อต่างประเทศรายงานว่า ‘พิพิธภัณฑ์ของจีน’ กำลังเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ไม่นานมานี้ สื่อ The Conversation ระบุว่าตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2024 จีนเปิดพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่โดยเฉลี่ยทุกๆ 1.5 วัน ซึ่งในปี 2022 เพียงปีเดียว มีพิพิธภัณฑ์ที่จดทะเบียนเปิดใหม่ถึง 382 แห่ง และอาจมียอดรวมถึง 6,833 แห่งในช่วงท้ายปี 2024
พิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ที่ว่า ก็รวมตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ไปจนถึงพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่ได้รับทุนจากภาคเอกชน ซึ่งหนึ่งในการขับเคลื่อนสำคัญคือภาคส่วน GLAM หรือความร่วมมือกับหอศิลป์ (Galleries) ห้องสมุด (Libraries) หอจดหมายเหตุ (Archives) และพิพิธภัณฑ์ (Museums)
GLAM เป็นความพยายามของภาคส่วนต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีเล่าเรื่องราวของประเทศนี้ อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ทำงานประสานกัน โดยเชื่อมโยงทั้งมรดก การพัฒนาเมือง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอำนาจทางวัฒนธรรม
แม้ความร่วมมือนี้ จะมีทั้งการลงทุนในห้องสมุดสาธารณะ สนับสนุนการแปลงเอกสารจดหมายเหตุเป็นดิจิทัล หรือสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ แต่พิพิธภัณฑ์ก็เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดที่สุด
ยกตัวอย่าง พิพิธภัณฑ์ Sanxingdui ในมณฑลเสฉวน ซึ่งเปิดในปี 2023 โดยผู้ชมสามารถชมโบราณวัตถุอายุ 4,000 ปีจากอารยธรรมโบราณ หรือสัมผัสประสบการณ์งานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตในตำนานจีน
หัวใจสำคัญของพิพิธภัณฑ์เหล่านี้คือ การให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริมวัฒนธรรมได้มากขึ้น รวมถึงใช้เป็นจุดศูนย์กลางของการพัฒนาเมือง ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และการท่องเที่ยว
นี่เป็นตัวอย่างสำคัญของกลยุทธ์ทางวัฒนธรรมของจีน ที่พยายามทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องราวของชาติ ซึ่งจะช่วยให้รัฐสามารถคัดสรรเรื่องราว ที่ส่งเสริมความสามัคคีทางสังคม ขณะเดียวกันก็สร้างวาทกรรมระดับโลกเกี่ยวกับชาติ นับเป็นความทะเยอทะยานของจีน ที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางวัฒนธรรม
อ้างอิงจาก