แม้เราจะได้ยินชื่อของ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ (Jeffrey Epstein) ในหน้าข่าวมาแล้วหลายครั้งแล้ว แต่ล่าสุดมีการเพิ่งเผยแพร่เอกสารใหม่ ‘หลายล้านฉบับ’ ที่เกี่ยวข้องกับชายคนนี้ออกมาอีกครั้ง
นับเป็นหนึ่งในชุดเอกสารจำนวนมากที่สุด ที่รัฐบาลสหรัฐฯ เคยเปิดเผยมาก็ว่าได้ โดยเมื่อวันศุกร์ (31 มกราคม) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (US Department of Justice หรือ DOJ) ได้เผยแพร่เอกสารจำนวน 3 ล้านหน้า ภาพ 180,000 ภาพ และวิดีโอ 2,000 รายการ สู่สาธารณะ
แล้วเอกสารหลายล้านฉบับนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
เอกสารส่วนใหญ่ก็เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ ของเอปสไตน์ ซึ่งเป็นอดีตเศรษฐีที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ทรงอิทธิพลหลายคน ไม่ว่าจะในวงการบันเทิง ธุรกิจ เทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หรือแม้กระทั่งการเมือง ทั้งนี้เขาเสียชีวิตเมื่อเดือนสิงหาคม 2019 ขณะถูกคุมขังในข้อหาคดีทางเพศ
ก่อนหน้านี้ก็มีการเผยแพร่เอกสารมาแล้ว ซึ่งทำให้เราได้เห็นหลักฐานต่างๆ ที่ชี้ถึงความผิดของเอปสไตน์มาบ้าง แต่ครั้งนี้ถือว่ามีความคืบหน้าใหม่ที่ต้องจับตามอง
ความคืบหน้าของเอกสารที่ว่า ก็มีตั้งแต่รายละเอียดในช่วงเวลาที่เอปสไตน์อยู่ในเรือนจำ รายงานทางจิตวิทยา และรายงานการเสียชีวิตของเขาขณะถูกคุมขัง ตลอดจนบันทึกการสอบสวนเกี่ยวกับกิสเลน แม็กซ์เวลล์ (Ghislaine Maxwell) ผู้สมรู้ร่วมคิดของเขา ซึ่งเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานช่วยเอปสไตน์ค้ามนุษย์เด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี
นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่อีเมลระหว่างเอปสไตน์กับผู้ทรงอิทธิพลหลายคนและจากหลากหลายวงการ โดยเปิดเผยย้อนหลังไปกว่า 10 ปี จนทำให้สาธารณะได้เห็นความเชื่อมโยงของคนเหล่านี้ท่ามกลางคดีมากมายของเอปสไตน์
โดนัลด์ ทรัมป์
เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า เอปสไตน์เป็นเพื่อนกับโดนัลด์ ทรัมป์–ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาก่อน โดยเอกสารที่เปิดเผยมานั้น ก็มีข้อมูลที่พูดถึงทรัมป์หลายพันรายการ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองมากนัก และที่ผ่านมาทรัมป์ก็ปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่องอาชญากรรมทางเพศของเอปสไตน์ใดๆ ซึ่งข้อมูลที่พบเกี่ยวกับทรัมป์นั้น ส่วนใหญ่เป็นอีเมลที่เอปสไตน์และคนอื่นๆ แชร์บทความข่าวเกี่ยวกับทรัมป์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายหรือการเมืองของเขา หรือนินทาเกี่ยวกับเขาและครอบครัวของเขา เป็นต้น
บิล คลินตัน
คล้ายๆ กับทรัมป์ กรณีของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน พบเพียงหลักฐานว่า เขาเคยใช้เวลาร่วมกับเอปสไตน์ในอดีต เช่น เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวของเขาเป็นครั้งคราว หรือพบกันบ้างที่ทำเนียบขาว ซึ่งที่ผ่านมา คลินตันก็เคยปฏิเสธว่า ไม่รู้เรื่องอาชญากรรมของเอปสไตน์
อีลอน มัสก์
ชื่อของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลา ปรากฏอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ในเอกสารที่เพิ่งเผยแพร่ ทั้งนี้พบการแลกเปลี่ยนอีเมลระหว่างทั้งสองในปี 2012 และ 2013 ซึ่งพวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับการไปเยือนเกาะส่วนตัวของเอปสไตน์ ในทะเลแคริบเบียน
หนึ่งในอีเมลระหว่างทั้งสอง มัสก์ถามเอปสไตน์ว่า “คุณจะจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงที่สุด (the wildest party) บนเกาะของคุณ ในวัน/คืนไหน?” นอกจากนี้ ยังมีอีเมลที่เอปสไตน์ถามมัสก์ว่า จะมีคนกี่คนที่จะเดินทางไปเกาะด้วยเฮลิคอปเตอร์ และมัสก์ตอบว่า จะมีเพียงตัวเขาเองและทาลูลาห์ ไรลีย์ ภรรยาในขณะนั้นเท่านั้น
อีกหนึ่งอีเมลที่ส่งในวันคริสต์มาสปี 2012 มัสก์ถามเอปสไตน์ว่า เขามีแผนจะจัดปาร์ตี้หรือไม่ เพราะเขาต้องการ “ปลดปล่อย” ตัวเอง
ข้อความระบุว่า “ปีนี้ผมทำงานหนักจนแทบเสียสติ ดังนั้นหลังจากลูกๆ กลับบ้านหลังคริสต์มาส ผมอยากไปปาร์ตี้ที่เซนต์บาร์ตส์ (St Barts) หรือที่อื่นๆ แล้วปล่อยตัวปล่อยใจให้เต็มที่” มัสก์เขียนพร้อมบอกว่า “ประสบการณ์บนเกาะที่เงียบสงบ” นั้นตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาต้องการ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า มัสก์ได้ไปเยือนเกาะนั้นจริงๆ หรือไม่ โดยสื่อต่างประเทศหลายแห่ง ได้ติดต่อโฆษกของ Tesla และ X เพื่อถามความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
ที่ผ่านมา มัสก์ยืนยันมาโดยตลอดว่า เขาปฏิเสธข้อเสนอของเอปสไตน์มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเมื่อปี 2025 เขาเคยโพสต์บน X ว่า “เอปสไตน์เคยพยายามชักชวนให้ผมไปที่เกาะของเขา และผมปฏิเสธ”
แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์
แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือที่เคยรู้จักกันในฐานะ ‘เจ้าชายแอนดรูว์แห่งอังกฤษ’ เคยถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสไตน์มานานแล้ว
ก่อนหน้านี้ เวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ จิฟเฟร ระบุว่าเธอถูกเอปสไตน์ลักพาตัว และถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ เมื่อตอนอายุเพียง 17 ปี
แม้อดีตเจ้าชายคนนี้จะปฏิเสธเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หรือพระเชษฐา ก็ทรงถอดถอนพระยศ รวมถึงสิทธิในการเรียกเขาว่า เจ้าชายและดยุคแห่งยอร์ก
สำหรับเอกสารที่เพิ่งเผยแพร่ล่าสุด ก็พบชื่อและความเกี่ยวข้องของเมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ปรากฏอย่างน้อยหลายร้อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น คำเชิญให้เอปสไตน์ไปรับประทานอาหารค่ำที่พระราชวังบัคกิงแฮม ข้อเสนอของเอปสไตน์ที่จะแนะนำเมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ให้รู้จักกับหญิงชาวรัสเซียวัย 26 ปี และภาพถ่ายที่ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์กำลังคุกเข่าอยู่เหนือหญิงสาวที่ไม่ระบุชื่อคนหนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนพื้น
ซาราห์ เฟอร์กูสัน
เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2011 ซาราห์ เฟอร์กูสัน ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งดัชเชสแห่งยอร์ก ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณชน กรณีที่ให้เอปสไตน์ชำระหนี้บางส่วนของเธอ
ขณะนั้นเธอและแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ ซึ่งเป็นอดีตสามี ถูกตั้งคำถามและตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากสาธารณชน เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสไตน์
ในช่วงเดียวกัน เธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่งของลอนดอนว่า เธอจะ “ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจฟฟรีย์ เอปสไตน์อีกต่อไป”
แต่เพียง 2 เดือนต่อมา เธอได้ส่งอีเมลถึงเอปสไตน์ โดยบอกว่าเธอจะไปออกรายการโทรทัศน์ของโอปราห์ วินฟรีย์ และต้องการคำแนะนำจากเขาเกี่ยวกับวิธีที่เธอควรตอบคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา
“ฉันแค่อยากแน่ใจว่า คุณรับทราบเรื่องนี้ และขอคำแนะนำจากคุณว่าคุณอยากให้ฉันตอบอย่างไร” เฟอร์กูสันถาม
และตอนนั้นเอปสไตน์ก็ตอบกลับมาว่า “เจฟฟรีย์ถูกสื่อแท็บลอยด์กล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นพวกใคร่เด็ก หลายปีที่แล้วเจฟฟรีย์สารภาพผิดในข้อหาชักชวนโสเภณีเด็ก เขาชดใช้ความผิดต่อสังคมและขออภัยโทษแล้ว ผมไม่มีอะไรจะพูดเพิ่มเติมอีกแล้ว”
ริชาร์ด แบรนสัน
ริชาร์ด แบรนสัน เป็นมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทข้ามชาติ เวอร์จิน กรุ๊ปและในการเปิดเผยหลักฐานครั้งนี้ ก็มีการเผยแพร่อีเมลระหว่างเขากับเอปสไตน์หลายฉบับ
ในอีเมลฉบับหนึ่งเมื่อปี 2013 แบรนสันได้เชิญเอปสไตน์ไปยังเกาะส่วนตัวของเขาในทะเลแคริบเบียน ที่ปกติมักใช้เป็นสถานที่จัดงานประชุมใหญ่ งานการกุศล และการประชุมทางธุรกิจ
แบรนสันระบุในอีเมลว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณมาแถวนี้ ผมยินดีที่จะพบคุณ” “ตราบใดที่คุณพาฮาเร็มของคุณมาด้วย!”
อย่างไรก็ตาม หลังจากอีเมลฉบับนี้ถูกเผยแพร่ ในวันต่อมาบริษัทของแบรนสันก็มีแถลงการณ์ว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดใดๆ จากฝ่ายแบรนสัน และการติดต่อกับเอปสไตน์นั้น “จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มหรือในบริบททางธุรกิจ”
บิล เกตส์
สำหรับบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ ก็มีชื่ออยู่บนเอกสารนี้เช่นกัน โดยพบเพียง ‘อีเมลฉบับร่าง’ ในไฟล์ของเอปสไตน์ ซึ่งยังคงไม่ชัดเจนว่า อีเมลเหล่านั้นได้ส่งถึงเกตส์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในอีเมลฉบับร่างนั้น เขียนในรูปแบบจดหมายลาออกจากมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ โดยเอปสไตน์กล่าวหาว่า เกตส์มีชู้ และบ่นเกี่ยวกับการที่เขาต้องจัดหา ‘ยา’ ให้เกตส์ “เพื่อรับมือกับผลที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวชาวรัสเซีย”
ในอีเมลฉบับร่างอีกฉบับ ถูกเขียนว่า “ถึงบิลที่รัก” พร้อมีข้อความบ่นเกี่ยวกับการที่เกตส์ยุติมิตรภาพระหว่างทั้งสอง และกล่าวหาเพิ่มเติมว่า เกตส์พยายามปกปิดการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากสาธารณะรวมถึงจากเมลินดา–ภรรยาของเขาในขณะนั้น
ด้านโฆษกของเกตส์ก็ได้ออกมาตอบโต้เอกสารนี้ผ่าน BBC ว่า “ข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ – จากคนโกหกที่พิสูจน์แล้วว่าแค้นใจ – เป็นเรื่องไร้สาระและเป็นเท็จอย่างสิ้นเชิง”
โฆษกกล่าวเสริมว่า “สิ่งเดียวที่เอกสารเหล่านี้แสดงให้เห็นคือ ความไม่พอใจของเอปสไตน์ ที่เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับเกตส์ และความพยายามทุกวิถีทางที่จะล่อลวงและใส่ร้ายป้ายสี”
นอกจากคนเหล่านี้แล้ว ยังมีชื่อของผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ ปรากฏอยู่ในเอกสารอีกมากมาย ทั้งจากในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของนายกฯ สโลวาเกีย มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Google จนถึงอดีตที่ปรึกษาของทรัมป์
แม้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ จะระบุว่า กระบวนการเปิดเผยเอกสารของพวกเขาสิ้นสุดลงแล้ว แต่ขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า นี่คือจุดจบของการเปิดเผยเอกสารของเอปสไตน์หรือไม่ เพราะมีข้อสงสัยว่า อาจมีเอกสารส่วนที่เหลืออีกหลายล้านหน้าที่ยังถูกปกปิดไว้ ทั้งนี้สิ่งที่ต้องรอดูกันต่อไป คงเป็นความคืบหน้าที่ว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเหล่านี้มีความผิดจริงหรือไม่
อ้างอิงจาก