วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวถึงประเด็นผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perceptions Index หรือ CPI 2025) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ดัชนีคอร์รัปชัน”
ดัชนีดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนน และอยู่ที่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี
“รัฐบาลมีความไม่สบายใจเกี่ยวกับค่าคะแนนของ CPI ที่ต้องถือว่าเป็นเครื่องมือสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศนั้นๆ 33 คะแนนนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือสอบตก เพราะงั้นเราจะต้องเร่งดำเนินการในทุกวิถีทางโดยใช้มูลเหตุนี้เป็นตัวที่จะต้องผลักดันให้มีการปฏิรูปวิธีการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” อนุทินกล่าว
เขาย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจที่ประเทศไทยได้คะแนนลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 คะแนน ทำให้อันดับลงมาอยู่ที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก โดยอนุทินได้เชิญ ภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มาร่วมแถลงในครั้งนี้
อนุทินระบุว่า “เรื่องทุจริตคอร์รัปชันมันไม่ใช่เฉพาะเรื่องเอาเงินไปให้เพื่อซื้อความสะดวกอย่างเดียว แต่มันไปถึงในเรื่องของเราต้องปฏิรูปในเรื่องของระบบการอนุมัติอนุญาต เป็นสาระสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย”
สิ่งที่รัฐบาลจะทำต่อจากนี้คือ มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เช่น ป.ป.ท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) หรือแม้กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกันหาวิธีในการที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้มีความโปร่งใสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสังคายนาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐโดยด่วน
อ้างอิงจาก