จีเซล เพเลคอต ผู้ถูกล่วงละเมิดจากสามี ได้เปลี่ยนเรื่องราวส่วนตัวอันน่ากลัวเป็นการต่อสู้เพื่อต่อต้านวัฒนธรรมการข่มขืน
ย้อนไปเมื่อ 19 ธันวาคม 2024 โดมินิก เพเลคอต (Dominique Pelicot) อดีตสามีของเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานวางแผนข่มขืนเธอหลายสิบครั้งร่วมกับผู้ชายหลายคนในช่วงเกือบทศวรรษ ซึ่งนำมาสู่การผลักดันให้ประเทศฝรั่งเศสตรวจสอบการล่วงละเมิดทางเพศอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ชายหลายคนกว่า 50 คน ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศในวันนั้น
ล่าสุด เพเลคอตได้ให้สัมภาษณ์ออกอากาศผ่าน France 5 ช่องโทรทัศน์สาธารณะของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ออกอากาศครั้งแรกของเธอนับตั้งแต่มีการพิจารณาคดีดังกล่าว โดยเพเลคอตในวัย 73 ปี ได้เล่าถึงความรู้สึกนับตั้งแต่วันที่ตำรวจมาแจ้งว่าเธอเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิด สัญญาณจากสามี ความสัมพันธ์ในครอบครัว และรักครั้งใหม่ของเธอ
วันที่รู้ว่าตัวเองเป็นเหยื่อถูกข่มขืน
เพเลคอตเล่าถึงวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งหมายเรียกและแจ้งให้ทราบว่า สามีอายุ 50 ปี บดยานอนหลับลงในอาหารและเครื่องดื่มของเธอ ก่อนจะเชิญคนแปลกหน้ามาข่มขืนเธอ ขณะที่เขาบันทึกวิดีโอดังกล่าว
ทันทีที่เห็นภาพเหล่านั้น เพเลคอตเปิดเผยว่าเธอรู้สึกตกใจและปฏิเสธทันทีว่า “นั่นไม่ใช่ฉัน” เพราะเธอจำตัวเองไม่ได้
“ผู้หญิงคนนี้นอนอยู่บนเตียงราวกับว่าเธอตายแล้ว มีผู้ชายที่ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครอยู่ข้างๆ ตัว เธอมั่นใจว่าไม่รู้จักพวกเขามาก่อน” เพเลคอต กล่าว
สัญญาณอันตราย
หลายคนอาจสงสัยถึงสัญญาณใดๆ ที่ทำให้เธอรู้ตัวว่าถูกกระทำจากสามีมาเกือบทศวรรษ เพเลคอตเล่าว่าเมื่อมองย้อนไป เธอก็เห็นถึงสัญญาณเตือนอื่นๆ ว่าเธออาจจะถูกข่มขืน แต่ตอนนั้นเธอเลือกที่จะหลีกหนีจากสถานการณ์ดังกล่าว
เพเลคอตจำได้ว่าเคยสังเกตเห็น ‘คราบสีเหลือง’ บนกางเกง หลังจากเธอและสามีย้ายไปหมู่บ้าน Muzan ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
ยังมีอีกเหตุการณ์ คือ ครั้งหนึ่งที่เบียร์ขาวของเธอดูเหมือนจะเปลี่ยนสี โดยสามีของเธออ้างว่าเขาใส่ ‘มินต์ไซรัป’ ลงไป เมื่อเธอตั้งข้อสงสัย เขาก็เทเบียร์นั้นทิ้งลงอ่างล้างจานทันที ซึ่งตอนนั้นเธอก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลย
การพบเจอกับสามีในเรือนจำ
แม้ต้องเผชิญกับเหตุการณ์แสนโหดร้ายจากการถูกทารุณ แต่เพเลคอตกล่าวว่าเธอยังตั้งใจที่จะไปเยี่ยมอดีตสามีในเรือนจำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘กระบวนการเยียวยาจิตใจ’ ของเธอ
เธอเล่าว่า ตลอดการพิจารณาคดีที่ผ่านมา เธอไม่เคยพูดคุยกับเขาโดยตรงเลย แต่ตอนนี้เธอต้องการที่จะ “จ้องตากับเขาตรงๆ แล้วถามเขาว่า ‘ทำไมคุณถึงทำแบบนั้น?’”
ทั้งนี้ มุมมองของเธอที่มีต่อชีวิตคู่ตลอด 50 ปีนั้นค่อนข้างซับซ้อน เพราะขณะที่เธอเล่าถึงความรู้สึกที่ถูกทรยศและความขุ่นเคือง แต่เธอก็ยังคงต้องการเก็บรักษาความทรงจำที่มีความสุขไว้ เพราะนั่นคือตัวตนและทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมาของเธอ
ความสัมพันธ์กับลูกๆ หลังประสบเหตุสะเทือนใจ
เพเลคอตเล่าว่าตอนนี้เธอกำลังจัดการกับรอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นภายในครอบครัว โดยเธอมองว่ามันเป็นความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าเหตุโศกนาฏกรรมจะทำให้ครอบครัวมีความกลมเกลียวกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูกสาวกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่ลูกชายของเธอยังต้องการเวลามากกว่านี้
ทั้งนี้ เธอมองว่าตัวเองเป็นคนเลือกใช้ชีวิตร่วมกับสามีเอง แต่ลูกๆ ไม่ได้เป็นคนเลือกพ่อของพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงอยู่ในสถานะที่ต่างออกไป เธอคิดว่าการก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ของลูกๆ อาจต้องใช้เวลานานกว่านี้
มุมมองต่อความสัมพันธ์
ในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์ ได้มีการถามถึงความสัมพันธ์ใหม่ๆ ของเพเลคอต เธอเปิดเผยว่าเธอนึกไม่ออกว่าตัวเองจะสามารถตกหลุมรักใครได้อีกและไม่ได้รู้สึกอยากจะมีความสัมพันธ์ใหม่ด้วยซ้ำ
แต่เมื่อปี 2023 เธอได้พบกับชื่อ ฌอง ลูป (Jean-Loup) ณ เกาะอีลเดอเร ในฝรั่งเศส เธอกล่าวว่า “การได้พบเขามันเหลือเชื่อมาก” เพราะพวกเขาต่างตกหลุมรักกันโดยไม่คาดคิดมาก่อน
นอกจากนั้น ชายคนนี้ยังเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาเหมือนกัน พวกเขาจึงต่างเข้าใจกันและกัน ซึ่งการได้พบรักใหม่ได้เปลี่ยนชีวิตของเธอและเขา
“ชีวิตมักนำพาเรื่องสวยงามที่น่าประหลาดใจมาให้เสมอ ซึ่งมันจะนำสีสันมากมายมาสู่ชีวิตของเรา” เพเลคอต กล่าว
เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์อย่างละเอียดของเพเลคอต ก่อนจะมีการตีพิมพ์หนังสือบันทึกความทรงจำของเธอเรื่อง “A Hymn To Life” ที่ตีพิมพ์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเนื้อด้านในจะเล่าเรื่องราวการเอาชีวิตรอดจากการถูกสามีวางยาและข่มขืนหมู่โดยคนแปลกหน้ากว่า 70 คน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ การต่อต้านความรุนแรง และการยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีของเหยื่อ
อ้างอิงจาก