“หากปราศจากการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและเป็นเสรี ก็จะส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย”
วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์ นักกฎหมาย และนักวิชาการกว่า 209 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ห่วงใยต่อการเลือกที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) “รับผิดชอบ” ในการจัดการเลือกตั้ง 2569
“ภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ได้ปรากฏข้อมูลเผยแพร่และนำมาซึ่งข้อกังขาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งส่อให้เห็นถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าอาจไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองไว้” ตัวแทนกลุ่มนักวิชากล่าว
พร้อมระบุประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้
- การลงคะแนนของบุคคล อาจไม่ได้เป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบบประชาธิปไตย เพื่อให้บุคคลสามารถแสดงเจตจำนงทางการเมืองได้อย่างเสรี ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 85 ได้รับรองว่า การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ
ทั้งนี้ มีการตั้งคำถามถึงการทำเครื่องหมาย ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้มีการสืบค้นกลับไปที่ผู้ทำการลงคะแนนได้ ซึ่งหากเป็นความจริง ก็ย่อมทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปโดยลับแต่อย่างใด
- การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง อาจไม่ได้ดำเนินไปอย่างสุจริต ดังที่จะพบว่า มีกระบวนการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้ง ก่อให้เกิดคำถามว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
เช่น การนับคะแนนระหว่างไฟดับ การขีดคะแนนบนกระดาษที่ทับซ้อนกัน การประกาศคะแนนของแต่ละหน่อยเลือกตั้ง กระทั่งการรวมคะแนนที่แสดงให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก
- การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติ ที่ดำเนินไปอย่างล่าช้าและคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ ดังจะพบว่า การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติหยุดที่จำนวน 94% ทั้งที่การนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ต้องเสร็จไปภายหลังการเลือกตั้งแล้ว แต่แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันแล้ว ทาง กกต.ก็ยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการออกมา
ขณะที่ผลการเลือกตั้ง (ไม่เป็นทางการ) ก็สร้างปัญหาขึ้น ดังจะพบว่า จำนวนของบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ทั้งที่เมื่อบุคคลเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง จะได้รับบัตรเลือกตั้งมาจำนวน 2 ใบ ซึ่งหากจำนวนมีความคลาดเคลื่อนระหว่างจำนวนบัตร ก็ไม่ควรเกิดความแตกต่างมากมายดังที่เกิดขึ้น
- การรวบรวมและการจัดเก็บกล่องคะแนน ที่อาจไม่ได้ทำอย่างถูกต้องและมีเงื่อนงำ ดังจะพบว่า การยุบรวมและการจัดเก็บของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หรือการเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บกล่องคะแนน ที่ทำให้เกิดความสงสัยว่า อาจเป็นโอกาสให้มีการใส่บัตรเลือกตั้ง ใส่บัตรลงคะแนน ลงไปในกล่องเพิ่มเติมได้
จากประเด็นที่กล่าวมา ทำให้เกิดความเคลือบแคลงต่อการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างรุนแรง
แถลงการณ์ระบุว่า “การเลือกตั้งถือเป็นสถาบันการเมืองสำคัญของระบบประชาธิปไตย หากปราศจากการเลือกตั้งที่เป็นอิสระและเป็นเสรี ก็จะส่งผลต่อความเข้มแข็งของระบบการเมือง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย”
อีกทั้งย้ำว่า “การเลือกตั้งที่เป็นไปโดยมิชอบหรือการจัดการเลือกตั้งแบบฉ้อฉล ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ระบอบประชาธิปไตย ตกอยู่ในสถานะที่เลวร้ายลง” ซึ่ง กกต.เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง อย่างไม่อาจปฏิเสธต่อหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ให้เป็นไปอย่างสุจริตและเป็นธรรม
แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีคำถามและข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นไปโดยทุจริตและฉ้อฉล ซึ่งล้วนไม่เป็นผลดีต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด
แถลงการณ์ย้ำว่า กกต.จำเป็นต้องให้คำอธิบายและคำชี้แจงต่อกรณีต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจอย่างกว้างขวาง บนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และไม่ควรที่จะใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากคนในการตั้งคำถามต่อข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดจากการเลือกตั้งครั้งนี้