ถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ หลังนักโบราณคดีพบ ‘วรรณกรรมกรีก’ ในช่องท้องของมัมมี่ในอียิปต์เป็นครั้งแรก
เกริ่นก่อนว่า ไม่นานมานี้ทีมนักโบราณคดีชาวสเปนและอียิปต์ ที่ทำงานในแหล่งโบราณสถานออกซีรินคัส (Oxyrhynchus) หรือหนึ่งในเมืองสำคัญที่สุดของอียิปต์ในยุคกรีก-โรมัน ได้ค้นพบสุสานมัมมี่สมัยโรมัน เมื่อราว 1,600 ปีก่อน
หลังจากนั้นรัฐบาลอียิปต์ก็ได้ประกาศว่า นี่เป็นหนึ่งในการค้นพบครั้งสำคัญที่สุดในอียิปต์ตอนกลาง ซึ่งการขุดค้นนี้นำโดยนักวิจัยจากสถาบันศึกษาตะวันออกใกล้โบราณ มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร.ไมเต มาสคอร์ต และ ดร.เอสเธอร์ พอนส์ เมลลาโด
สุสานที่เพิ่งค้นพบนี้มีอายุย้อนไปถึงสมัยโรมัน และมีการพบห้องฝังศพหินปูนสามห้อง ซึ่งปัจจุบันเสื่อมโทรมไปมาก เนื่องจากกาลเวลาและการปล้นสะดมในสมัยโบราณ
เรื่องที่น่าสนใจในการขุดค้นที่โบราณสถานออกซีรินคัสคือ การผสมผสานของอารยธรรมอียิปต์และกรีกที่หาได้ยาก โดยภายในห้องฝังศพ นักโบราณคดีได้พบวิธีการฝังศพที่ผิดปกติ เช่น การใช้ภาชนะเซรามิกขนาดใหญ่บรรจุเถ้ากระดูกมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยพบเห็นในโบราณคดีอียิปต์ ควบคู่ไปกับกระดูกทารกและกะโหลกแมว ที่ถูกห่ออย่างระมัดระวังด้วยผ้า
การทำมัมมี่ในยุคโรมันของเมืองอ็อกซีรินคัส ถือเป็นการผสมผสานประเพณีดั้งเดิมของอียิปต์ กรีก และโรมัน ซึ่งสิ่งที่พบนี้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของพิธีศพ ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคปโตเลมีไปสู่ยุคโรมัน
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น นักโบราณคดียังพบสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่ภายในมัมมี่ร่างหนึ่งด้วย นั่นคือเศษกระดาษปาปิรัสหายากที่บรรจุข้อความจากบทที่ 2 ของมหากาพย์อิเลียด (Iliad) ของโฮเมอร์ โดยข้อความในนั้นตรงกับรายชื่อกองกำลังกรีกที่แล่นเรือไปยังเมืองทรอย
มหากาพย์อิเลียดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผลงานของโฮเมอร์ มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศักราช โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับสงครามกรุงทรอย รวมถึงวีรกรรมและความโศกนาฏกรรมของอคิลลีส นักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกองทัพกรีก
แม้ก่อนหน้านี้ จะเคยมีการค้นพบมัมมี่ที่บรรจุปาปิรัสที่เขียนด้วยภาษากรีกมาแล้ว แต่ปาปิรัสเหล่านั้นล้วนมีเนื้อหาเกี่ยวกับเวทมนตร์หรือพิธีกรรม ซึ่งนักวิจัยระบุว่า การค้นพบปาปิรัสที่เขียนเรื่องมหากาพย์อิเลียดนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบวรรณกรรมภาษากรีกในบริบทของการทำมัมมี่
การค้นพบข้อความวรรณกรรมกรีกโบราณภายในมัมมี่อียิปต์นั้นหายากเป็นพิเศษ และนักวิจัยก็ยังไม่แน่ใจว่า ทำไมคนโบราณจึงเลือกบรรจุข้อความเหล่านั้นในมัมมี่ จนนำไปสู่คำถามที่น่าสนใจมากมาย เช่น ทำไมข้อความนี้จึงถูกรวมอยู่ในการฝังศพ? นี่หมายถึงสัญลักษณ์ของการศึกษา สถานะทางสังคม หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมหรือไม่? หรือสิ่งนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น?