“การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งต่อไป” คือคำพูดที่เรียกเสียงโห่ร้องไม่เห็นด้วยจากบัณฑิตจบใหม่ที่มหาวิทยาลัยในฟลอริดา อย่างที่ไม่ต้องนัดกันมาก่อน
โดยปกติแล้ว พิธีสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาในสหรัฐอเมริกา มักจะมีผู้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ให้คำแนะนำแก่นักศึกษา แต่เมื่อไม่นานมานี้ ในพิธีจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ได้มีผู้กล่าวสุนทรพจน์คนหนึ่งถูกเหล่าบัณฑิต ‘โห่’ จนลั่นฮอลล์
ย้อนไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลอเรีย คอลฟิลด์ ผู้บริหารด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้กล่าวกับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริดาในปี 2026 ว่าในสายงานของเธอได้มีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับ ‘ผู้นำและนักนวัตกรรมที่โดดเด่นที่สุดในยุคของเรา’ เช่น เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon, ลินด์เซย์ วอนน์ นักกีฬาโอลิมปิก, เฟรด สมิธ ผู้ก่อตั้ง FedEx, แมจิก จอห์นสัน ไอคอนแห่ง NBA และอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และบิล คลินตัน
เธอกล่าวต่อว่า บุคคลสำคัญเหล่านั้นเป็นนักฝันที่ ‘ลงมือทำ’ และไม่ยอมให้สิ่งใดหรือ ‘ความกลัว’ มาหยุดยั้งพวกเขา เพราะพวกเขาเข้าใจความปรารถนาของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ และยึดมั่นในเป้าหมายชีวิตของตน เธอยกตัวอย่างความฝันของเบโซสสมัยเรียนมัธยมปลายที่อยากไปอวกาศ ซึ่งต่อมาเขาก็ทำได้สำเร็จในฐานะผู้ก่อตั้ง Blue Origin
“ประการที่สองที่ฉันสังเกตเห็นคือการเปิดรับนวัตกรรม” เธอกล่าว “โดยไม่กลัวที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ผู้นำที่ยิ่งใหญ่รู้ว่านวัตกรรมที่ก้าวล้ำเกิดขึ้นที่จุดตัดของสาขาวิชา วัฒนธรรม และสาขาต่างๆ”
คอลฟิลด์กล่าวเสริมว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง นั่นเป็นการกล่าวที่น้อยเกินไปใช่ไหม การเปลี่ยนแปลงนั้นน่าตื่นเต้น และเราต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงอาจน่ากลัว การเกิดขึ้นของปัญญาประดิษฐ์คือ ‘การปฏิวัติอุตสาหกรรม’ ครั้งต่อไป”
หลังจบประโยค เหล่าบัณฑิตที่อยู่ในฮอลล์ต่างส่งเสียง ‘โห่’ ดังสนั่น จนคอลฟิลด์ต้องหยุดพูดและหันหลังให้แท่นบรรยาย ก่อนยกมือขึ้นเหนือศีรษะ และถามพร้อมหัวเราะอย่างประหม่าว่า “เกิดอะไรขึ้น?” คอลฟิลด์หันหน้าเข้าหาผู้ชมอีกครั้ง ยิ้มและกล่าวว่า “โอเค ฉันพูดได้ตรงใจพวกคุณแล้ว ขออนุญาตพูดต่อได้ไหมคะ”
เมื่อเสียงโห่สงบลง คอลฟิลด์พูดต่อว่า “เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตของเราเลย” ซึ่งน่าจะเป็นคำพูดที่เหล่าบัณฑิตยอมรับเพราะมีเสียงปรบมือและโห่ร้องอย่างถูกใจ
“ฉันเห็นว่าเรามีประเด็นที่ขัดแย้งกัน” คอลฟิลด์กล่าวขณะที่เธอกลับมาพูดเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สาม “ความสามารถของ AI อยู่ในมือของเราแล้ว” เธอกล่าว ก่อนที่ฝูงชนจะโห่ร้องอีกครั้ง “โอ้ ฉันชอบจังเลย ความกระตือรือร้นนี้ ไปกันต่อเลย!” เธอกล่าวอย่างสนุกสนาน
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนครูที่กำลังดุเด็กนักเรียนที่ก่อกวนว่า “โอเค ฉันไม่อยากให้ใครหัวเราะคิกคักเวลาพูดแบบนี้ เราเคยผ่านเรื่องนี้มาแล้ว”
คอลฟิลด์เปรียบเทียบสถานการณ์ของบัณฑิตรุ่นปัจจุบันกับตอนที่เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยในช่วงที่อินเทอร์เน็ตเริ่มเฟื่องฟูว่า “ฉันรู้ว่ามันฟังดูตลก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อโลกและชีวิตของเราอย่างไร”
“เรามีความกังวลและความหวาดหวั่นเหมือนที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ แต่สุดท้ายแล้วมันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจโลกและการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ” คอลฟิลด์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เสียงโห่ของบัณฑิตที่ดังไปทั่วสนามกีฬาสะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในหมู่นักศึกษาทั่วประเทศว่า บัณฑิตจบใหม่กังวลว่า AI ส่งผลต่องานบางประเภทและอาจเข้ามาแทนที่งานอื่นๆ ในตลาดแรงงานทั้งหมด