หลังจากที่ ‘ปลาหมอคางดำ’ ปลาเอเลี่ยนสปีชีส์สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมง ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย
ล่าสุดมีรายงานการพบปลาหมอคางดำใน ‘ทะเลพัทยา’ ที่ถือเป็นพื้นที่สำคัญของไทย โดยมติชนรายงานว่า หลังจากที่ชาวบ้านแจ้งว่าพบปลาหมอคางดำในทะเล บริเวณสะพานปลานาเกลือ และชายหาดพัทยา
วันนี้ (14 พฤษภาคม) มยุรี ณ พัทลุง ประมงอำเภอบางละมุง ได้ลงพื้นที่บริเวณดังกล่าว พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ระบุว่าจากการตรวจสอบวันนี้ไม่พบปลาหมอคางดำ
ทั้งนี้ให้ข้อมูลว่า ในช่วงฤดูฝนน้ำจืดไหลจะลงสู่ทะเล กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ปลากระจายตัวมากขึ้น ซึ่งปลาหมอคางดำสามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่น้ำกร่อยบริเวณชายฝั่ง แต่ยังไม่พบในเขตทะเลลึก
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานประมงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยขอความร่วมมือประชาชน “หากพบเป็นปลาขนาดเล็กและไม่นำไปใช้ประโยชน์ ขอให้ทำลายทันที และหลีกเลี่ยงการปล่อยกลับลงทะเลหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ” เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในระบบนิเวศชายฝั่ง
ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุผ่านเฟซบุ๊กถึงไทม์ไลน์การพบปลาหมอคางดำ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง 3 พื้นที่ คือ น้ำจืด-กร่อย-เค็ม ดังนี้
ช่วงแรก: คลองชายฝั่ง
ดร.ธรณ์ชี้ว่า ปลาหมอคางดำไม่มีศัตรูธรรมชาติ จึงขยายตัวอย่างมาก จนกลายเป็นภาพปลาเต็มคลอง และสร้างผลกระทบรุนแรงเพราะเป็นพื้นที่แคบ แต่เมื่ออาหารเหลือน้อย ปลาเต็มวัยก็เริ่มย้ายหาแหล่งใหม่
ช่วงสอง: ปลาเริ่มลงไปในชายฝั่ง
เขายกตัวอย่างอ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งเป็นอ่าวเกือบปิดที่ติดกับแหล่งน้ำกร่อย อีกทั้งเป็นแหล่งหญ้าทะเลและป่าชายเลน ที่มีสัตว์น้ำจำนวนมาก แต่เมื่อปลาหมอเริ่มย้ายถิ่นเข้าไป จะเกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่เช่นนี้อาจยังไม่เหมาะกับขยายพันธุ์มากนัก ทำให้ปลาย้ายไปขยายพันธุ์ตามคลองติดกับอ่าว ซึ่ง ดร.ธรณ์กล่าวว่า อ่าวอื่นๆ ในลักษณะเดียวกับอ่าวคุ้งกระเบนยังมีอีกมากในประเทศไทย แต่ขณะนี้ไม่ทราบสถานการณ์แน่ชัด
ช่วงสาม: ชายฝั่งทะเล
ดร.ธรณ์ระบุว่า ไทม์ไลน์สุดท้ายคือชายฝั่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอ่าวปิด เพียงแต่อยู่ไม่ไกลจากปากคลอง หรือป่าชายเลน ซึ่งที่ผ่านมาก็พบรายงานข่าวของหาดต่างๆ ที่ชาวประมงจับปลาหมอคางดำได้บริเวณ จ.เพชรบุรี
“หนนี้มาที่พัทยา อ่าวกึ่งปิดแต่มีแหล่งน้ำกร่อยไม่ไกล ปลาหมอตัวโตหนีออกมาจากคลองจากแหล่งน้ำกร่อยใกล้ๆ เข้ามาอยู่ชายฝั่ง รบกวนระบบนิเวศแน่นอน แม้ทะเลจะใหญ่ โดนแรงไม่เท่าในคลอง แต่ก็เกิดผลกระทบ”
เขาคาดการณ์ว่า ในอนาคตชายฝั่งที่คล้ายกับพัทยา ซึ่งมีอยู่เยอะในไทย “ก็จะโดนแบบนี้” ทั้งนี้เสริมว่า “จริงๆ ก็โดนแล้ว แต่ไม่เป็นข่าว ไม่ใช่แค่ที่พัทยาเท่านั้น”
ต่อจากนี้ “ปลาจะขยายเขตไปเรื่อยๆ จากคลองหนึ่ง ปลาแน่น ตัวใหญ่ออกทะเล เข้าคลองสอง ออกลูกใหม่ หนีออกทะเลใหม่ เขยิบพื้นที่ไปเรื่อยๆ การกำจัดทำยากมากมาย ขนาดในคลองพื้นที่นิดเดียวยังจับไม่หมด ในทะเลชายฝั่งยาวเหยียด เราคงทำได้แค่ชะลอผลกระทบ” ดร.ธรณ์กล่าว
“เอเลี่ยนสปีชีส์น่ากลัวเพราะเหตุนี้แหละ เมื่อเกิดขึ้นถึงขั้นระบาด มันหมดปัญญากำจัด ทำได้แค่ประคองสถานการณ์ รักษาพื้นที่ตามเกาะไว้ครับ” เขาปิดท้าย