หลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจตอบโต้ทางการทหารต่อการรุกรานไต้หวัน นำมาสู่การที่จีนส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลผ่านน่านน้ําในหมู่เกาะเซ็งกากุ (Senkaku) ในทะเลจีนตะวันออก พร้อมใช้โดรนทหารบินผ่านพื้นที่ดังกล่าว
หมู่เกาะเซ็งกากุ เป็นกลุ่มเกาะร้างขนาดเล็กในทะเลจีนตะวันออก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีนแผ่นดินใหญ่ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน และทางตะวันตกของเกาะโอกินาวะ ปัจจุบันหมู่เกาะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น แต่จีนและไต้หวันต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะดังกล่าว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลัง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวกับรัฐสภาว่า ถ้าจีนส่งกำลังเข้ารุกรานไต้หวันอาจเป็น ‘สถานการณ์คุกคามความอยู่รอด’ ที่ส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องตอบโต้ทางทหารต่อจีน
คำพูดนี้สร้างความไม่พอใจกับจีนเป็นอย่างมาก โดย 13 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า คำแถลงของทาคาอิจิสะท้อนถึงการแทรกแซงกิจการภายในของจีนโดยไม่กลั่นกรอง ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของจีน-ญี่ปุ่นอย่างรุนแรง ซึ่งญี่ปุ่นจะต้องรับผลที่จะติดตามมา หากทาคาอิจิไม่ถอนคำพูด
จากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศจีนได้เชิญเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำจีนเข้าพบ และเรียกร้องให้ทางการญี่ปุ่นลบคำแถลงของทาคาอิจิ มิเช่นนั้นญี่ปุ่นจะต้องเผชิญกับผลต่างๆ ที่จะติดตามมา
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว พร้อมแจ้งว่า จุดยืนของญี่ปุ่นเกี่ยวกับไต้หวันยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเสริมว่า จุดยืนเกี่ยวกับไต้หวันสอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่คาดหวังให้มีการแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับไต้หวันอย่างสันติวิธี
ขณะที่เช้าวันอาทิตย์ (16 พฤศจิกายน 2568) กระทรวงกลาโหมไต้หวันรายงานว่า ตรวจพบเครื่องบินทหารจีน 30 ลํา เรือทหารเรือ 7 ลํา และเรือทางการ 1 ลํา ซึ่งน่าจะเป็นหน่วยยามฝั่งที่ปฏิบัติการรอบเกาะในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ยังมีโดรนกว่า 3 ตัว บินระหว่างไต้หวันและหมู่เกาะโยนากุนิของญี่ปุ่น ซึ่งแม้การเคลื่อนไหวทางทหารของจีนในพื้นที่รอบๆ จะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการเคลื่อนไหวทางทหารของจีนในเขตการป้องกันทางอากาศของไต้หวันโดยทั่วไป อยู่ในระดับต่ําตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ไต้หวันได้ส่งเครื่องบินและเรือของตัวเองเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยไต้หวันรายงานการลาดตระเวนของจีนเดือนละ 2-3 ครั้ง ซึ่งอาจมองว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์กดดันทางทหารของจีนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยฝั่งจีนได้กล่าวว่า ตนเองใช้สิทธิ์บังคับลาดตระเวน ผ่านน่านน้ำของหมู่เกาะเซ็งกากุ โดยอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในชื่อ ‘หมู่เกาะเตียวหยู (Diaoyu)’ และให้เหตุผลว่า “นี่คือการกระทำเพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของตน”
นอกจากนั้น เมื่อวันศุกร์ จีนยังออกประกาศเตือนประชาชนไม่ให้เดินทางไปท่องเที่ยวจีน โดยกล่าวว่า “กระทรวงและที่ทำการทูตของจีนขอเตือนพลเมืองจีนให้งดเว้นจากการเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นสำหรับเวลานี้”
ขณะสายการบินจีน 3 แห่งกล่าว ประกาศให้ผู้โดยสารสามารถขอเงินคืนสำหรับตั๋วโดยสารเที่ยวบินญี่ปุ่นหรือเปลี่ยนไฟลท์ไปจุดหมายปลายทางอื่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในวันเสาร์ที่ผ่านมา
และในวันอาทิตย์ รัฐบาลปักกิ่งยังเรียกร้องให้นักศึกษาจีน หันมาพิจารณาในการเดินทางไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นอย่างรอบคอบ โดยอ้างเรื่องสิ่งแวดล้อมทางความมั่นคงที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลต่อจํานวนนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น โดยมี 1 ใน 3 เป็นนักศึกษาชาวจีน
ทั้งนี้ รัฐบาลไต้หวันกล่าวว่ามีเพียงประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจอนาคตได้ โดยก่อนหน้านี้ผู้นําญี่ปุ่นได้หลีกเลี่ยงการพูดถึงไต้หวันในที่สาธารณะ เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยรักษา ‘ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์’ ที่สหรัฐฯ พันธมิตรด้านความปลอดภัยหลักของโตเกียวชื่นชอบ
อ้างอิงจาก