ชา & ชีวิตช้าๆ ดีต่อคุณอย่างไร

ดูนาฬิกาแล้วก็ตกใจ ต้องรีบไปประชุมด่วนนี้สิ ไหนจะต้องฝ่ารถติด ไหนจะต้องเตรียมพรีเซ็นเทชั่นนี่ก็ยังไม่ได้อ่านเลย เอาเป็นว่าเปิดตาม อ่านไปตาม แก้ไปพร้อมๆ กับลูกค้าเลยแล้วกัน ยุ่งเว่อร์!

 

หนุ่มสาวยุคนี้ล้วนกำลังทำงานหามรุ่งหามค่ำ ต้องแข่งขันกับเวลาตลอด เราดูนาฬิกาข้อมือ จนลืมดูนาฬิกาของร่างกายของตัวเอง ใช่! ร่างกายคุณเองก็มีนาฬิกาที่เรียกว่า ‘Circadian Rhythm’ มันเป็นนาฬิกาที่ธรรมชาติมอบให้ เพื่อควบคุมกิจกรรมเกือบทุกอย่างตั้งแต่การนอนหลับ กิน จวบจนขับถ่าย แต่เอาเข้าจริงๆ ‘นาฬิกาชีวิต’ ถูกปั่นป่วนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครเคยได้นอนตรงเวลา กินตรงเวลา ทำให้นาฬิกาชีวภาพไม่สมดุล กลายเป็นว่าเราห่างไกลสุขภาพขึ้นเรื่อยๆในแต่ละวัน

เบรกตัวเองก่อนที่จะดริฟท์แหกโค้ง ยุคนี้เขาพยายามสร้างสมดุลให้กับชีวิตแล้ว และการใช้ชีวิตช้าๆ ก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลงอย่างที่ใครๆ คิดกัน อันที่จริงในผลลัพธ์แล้วมันกลับดีต่อทั้งทางธุรกิจและสุขภาพของตัวคุณเอง

 

นอกจากชีวิตช้าๆ จะช่วยให้ชีวิตอันเร่งรีบของเราดีขึ้นได้แล้ว อีกทางหนึ่งที่จวนจะพ้องเสียงอย่าง ‘การกินชา’​ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวที่น่าจะจับมาคู่กันเป็นคอมโบ

แต่ชา & ชีวิตช้าๆ ดีต่อคุณอย่างไร

 

1. ทำให้ชีวิตห่างโรคซึมเศร้า

ชา – ชาถูกพิจารณาว่าเป็น Healing Herb ออกฤทธิ์ในทางยามานับ 3,000 ปี การบริโภคชาช่วยลดความเครียดระยะยาวจากอนุภาคเฉพาะที่ส่งผลต่อสารเคมีในสมอง มีการศึกษาผู้สูงอายุในญี่ปุ่นพบว่า การดื่มชาเขียวเป็นประจำช่วยลดอาการโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งผลที่ได้ไม่ปรากฏในกาแฟ ชาดำ หรือชาอูหลง มีงานวิจัยว่าสาร “พอลิฟีนอล” (Polyphenols) ที่อยู่ในชาเขียว ช่วยลดความเครียดในหนูทดลองด้วยนะ จิบเบาๆลดเครียดก็เข้าท่าอยู่นะ

ออกกำลังกายเบาๆ 10 นาที แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่ชัดเจนว่าการออกกำลังกายจะช่วยลดภาวะซึมเศร้าได้อย่างไร แต่แพทย์ทุกคนจะแนะนำว่า “ขาดไม่ได้” แน่นอน คนซึมเศร้ามักคิดว่าทำอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่เมื่อพวกเขาได้ยืดเส้นยืดสาย มักรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เพราะการออกกำลังสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม แพทย์แนะนำอย่างน้อยที่สุด 10 นาทีต่อวัน หากไม่มีเวลาเลย การเดินขึ้นบันไดแทนการโดยสารลิฟท์ทำให้หัวใจคุณเต้นเร็ว เมื่อคุณรู้ว่าร่างกายตอบสนองอย่างไร คุณจะไม่รู้สึกว่าตัวเองตายด้านแน่นอน

 

ที่มา : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21964320

http://www.thedoctorwillseeyounow.com/content/depression/art2821.html

http://articles.mercola.com/sites/articles/archive/2010/04/29/green-tea-extract-effective.aspx

 

2. ลดความอ้วน ศัตรูฉกาจของหญิงสาว

ชา – บางทีจะกินอะไรก็คิดหนัก เดือนนี้รอบเอวหนาขึ้นหลายเซนติเมตรจากความไม่ปราณีของบุฟเฟต์ทุกเย็น ระหว่างวันลองดื่มเบาๆ ด้วยชาเขียวดู นักวิจัยได้ค้นพบว่า ใบชาเขียวนั้นมีสาร “อีจีซีจี” (Epigallocatechin Gallate; EGCG) ที่มีส่วนช่วยเร่งระบบเมตาบอลิซึมให้ทำงานดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ หากดื่มชาเขียวที่มี“แอลคาร์นิทีน (L-Carnitine) จะช่วยร่างกายเร่งการเผาผลาญไขมันและลดความอ้วน นอกจากนั้นใยอาหารในน้ำชาเขียว ยังมีส่วนช่วยปรับสมดุลร่างกาย ให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายดีขึ้น แถมช่วยให้รู้สึกอิ่มท้อง ไม่อยากอาหารเพิ่ม และจริงๆอารยธรรมมนุษย์รู้จัก“มะระขี้นก”มานมนานแล้ว ในมะระขี้นกมีสารหลายชนิดที่ต้านเบาหวาน และมีหลายกลไกที่ออกฤทธิ์ต้านเบาหวาน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ เสริมการเผาผลาญน้ำตาล

 

ชีวิตช้าๆด้วยการไม่อด– จะอดทำไม? การกินอย่างพอเหมาะก็ลดน้ำหนักได้ ปัจจุบันมีกระบวนทัศน์ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคิดโดยการไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่ลดการกินที่นำไปสู่การติดนิสัย อย่างลดการกินอาหารในรถที่เร่งรีบ ลดอาหารตอนกลางคืน และบางคนมีกลยุทธ์ทำความสะอาดครัวตอนกลางคืน เพราะเมื่อตื่นเช้ามาพบครัวที่สะอาด คุณจะมีแนวโน้มอยากปรุงอาหารทานเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาหารเช้าดีต่อสุขภาพเสมอ

 

3. นอนหลับตามเวลาธรรมชาติ

ชา – แม้บางครั้งคุณก็อยากดื่มอะไรที่ช่วยให้ทำงานต่อได้อีกสักหน่อย แต่การดื่มกาแฟดำเข้มๆ อาจทำให้คุณตาแข็งถึงเช้า ซึ่งมันก็มากเกินความจำเป็น ลองหันมาดื่มชาแทนดู เพราะ ชามี ‘กาเฟอีน’ ระดับที่อ่อนกว่า กาแฟ หรือเครื่องดื่มอัดลมอื่นๆ มันไม่รบกวนการนอนตามปกติหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

 

1 ชั่วโมงก่อนนอน ไม่แตะมือถือ– เลิกทวงงานคนอื่นตอนดึกๆได้แล้ว โทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์ที่ป่วนวงจรการนอนได้ดีที่สุด แสงสีฟ้า (Blue light) กระตุ้นการตื่นตัวของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้ร่างกายคุณคิดว่ามันยังเช้าอยู่ ฮอร์โมนเมลาโทนิน(Melatonin) ปรับเปลี่ยนระบบนาฬิกาของร่างกาย บอกว่า เฮ้ย ตื่นดิตื่นดิกลายเป็นว่าคุณนอนไม่หลับ แถมประเด็นดราม่าในกรุ๊ปทำให้คุณเครียดหนักกว่าเดิมอีก จะข่มตานอนไปได้อย่างไร?

 

4. ลดความเสี่ยง เบาหวานประเภทที่ 2

ชา – มีคน 300 ล้านคนกำลังเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 แต่ มีงานวิจัยในคนญี่ปุ่นและไต้หวัน พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียว 6 แก้วต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยงของเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ ถึง 33 เปอร์เซ็นต์มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มเลย โดยเฉพาะหากชาที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากถั่วขาวจะช่วยป้องกัน และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

 

ชีวิตช้าๆ เดินเบาๆ – ผู้ป่วยเบาหวานมีระบบเผาพลาญที่ต่างจากคนปกติ แต่การออกกำลังกายช่วยลดระดับกลูโคสในเลือด โดยกล้ามเนื้อเมื่อออกแรง จะสามารถนำกลูโคสไปใช้งานโดยไม่ต้องใช้อินซูลิน (เฉพาะตอนออกกำลังกาย)ยิ่งคุณได้ออกแรง มันไม่ได้แค่ลดเบาหวาน แต่ยังช่วยไม่ให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ แถมควบคุมคอเลสเตอรอลที่ดี ไม่ต้องเสี่ยงกับ ภาวะหลอดเลือดตีบตันในหลอดเลือดแดง (Atherosclerosis)

 

ที่มา : https://www.endocrineweb.com/conditions/type-2-diabetes/type-2-diabetes-exercise

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3689013/

5. ป้องกันอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน

ชา – ชาเขียวนอกจากจะมีสีสันและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีคุณประโยชน์มากมายแอบซ่อนอยู่ในใบชาอีกเพียบ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าสาร Catechin ซึ่งเป็นสารประกอบกลุ่ม Polyphenol ที่พบในชาเขียว มีผลช่วยปกป้องระบบประสาท ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์และพาร์กินสันได้

 

ชีวิตช้าๆ หนังสือดีๆ– การอ่านหนังสือหรือการเล่นเกมลับสมองอย่างการต่อจิ๊กซอว์ อาจเป็นกิจกรรมเนิร์ดๆ น่าเบื่อสำหรับบางคน แต่คุณอาจเห็นคุณค่าพวกมันก็ตอนที่แก่ตัวซะแล้ว เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้คุณไม่ต้องเผชิญกับโรคความจำเสื่อมในวัยชราได้ มีงานวิจัยระบุว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมอ่านหนังสือมาอย่างยาวนาน และหมั่นใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ มักมีแนวโน้มเป็นอัลไซเมอร์ต่ำกว่าคนที่ไม่อ่านหนังสือ

 

ที่มา : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15350981

https://www.alzinfo.org/articles/reading-alzheimers-bay/

 

6. ลดโอกาสเป็นมะเร็ง

ชา มะเร็งคือโรคที่ทุกคนขยาดมากที่สุด แต่โชคยังดีที่พืชผักผลไม้และธรรมชาติรอบตัวเรายังมอบทางออกที่ช่วยให้เราห่างไกลมะเร็งได้ อย่างในใบชาเองก็มีการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง 3 ชนิด คือมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้

ชีวิตช้าๆ หอบงานไปทำใกล้ทะเล ความเครียดสะสมคือจุดเริ่มต้นที่นำมาสู่โรคร้ายอีกมากมาย และยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้นในร่างกายหากงานที่ทำมันทำร้ายคุณมากเกินไป ลองเปลี่ยนสถานที่ทำงานไปหาที่พักใจ ทำงานไปดูทะเลไป ก็จะช่วยลดความเครียดสะสมระยะยาวที่เป็นความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้

 

7. คืนความสดชื่น ให้กับสมองยุ่งๆ

ชา – สมองของคนเราประกอบไปด้วยน้ำกว่า 85% ในยามที่สมองกำลังอ่อนล้า คิดอะไรก็ไม่ออก ทางลัดที่ช่วยให้สมองกลับมาไบรท์ได้เร็วที่สุดคือวิธีง่ายๆอย่างการดื่มน้ำ ยิ่งเป็นชาแช่เย็นๆ นอกจากจะดื่มแล้วชื่นใจ ยังช่วยให้ความเครียดลงไปได้อย่างเห็นได้ชัด

 

ชีวิตช้าๆ กับการทำสมาธิ หัวหมุนติ้วเพราะปั่นงานด่วนให้เจ้านายมาตั้งแต่เช้าจรดบ่าย ลองเบรกสมองให้ช้าลงด้วยการหลับตาทำสมาธิสัก 5 นาที ก็น่าจะช่วยจัดระเบียบสมองรกๆให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้น ลุยงานต่อได้ไม่เป็นไมเกรนไปซะก่อน

 

ที่มา : https://www.brainscape.com/blog/2011/06/water-less-stressed/

 

8. ยืดหยุ่นสูงปรับตัวอย่างไรก็ได้

ชา จะจิบชาดีๆ บางครั้งก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใส่กิโมโนนั่งพับเพียบ เมื่อเราเอาพิธีรีตองพับเก็บไป ชาดีๆอย่าง Daily Mate ก็สามารถกลายเป็นเครื่องดื่มคู่ใจ ที่ดื่มง่ายและสามารถติดตัวไปกับคุณได้ทุกที่

 

ชีวิตช้าๆ กับการเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ชีวิตคนเราบางทีก็ไม่ต้องเถรตรงมากเกินไปนัก การเร่งตัวเองให้พุ่งทะยานไปแต่ข้างหน้าอาจทำให้เราพลาดโอกาสดีๆที่อยู่ระหว่างทาง ลองผ่อนจังหวะชีวิตให้ช้าลง ปรับตัวเองให้ยืดหยุ่น เรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต แล้วคุณจะพบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณไปถึงเป้าหมายที่ฝันได้ช้าลง แต่มันทำให้คุณไปถึงเป้าหมายที่ใช่ได้เร็วขึ้นพร้อมกับความมั่นใจในตัวเองที่มากขึ้นด้วย

 

รู้ยังงี้แล้วก็ลองลดความเร็วของชีวิตดูลงสักนิด แล้วหาชาดีๆ พร้อมดื่มง่ายๆ อย่าง ‘Daily Mate’ ที่สแตนด์บายไปทุกที่กับคุณทุกเวลา ไม่ว่าจะช้าหรือจะเร็ว เวิร์กเว่อร์!

 

 

 

#ชาเดลี่เมท #ดูดีทุกวันดื่มชาเดลี่เมท

Daily Mate Fapnage:

https://www.facebook.com/DailyMateHealthyTea/

Daily Mate Product Info

http://www.uni-president.co.th/product/daily_mate/green_tea.php

 

Illustration By Namsai Supavong
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed