ในช่วงเวลาที่โรงหนังเต็มไปด้วยหนังใหญ่มหึมาไม่ว่าจะ The Odyssey หรือ Spider-Man: Brand New Day แต่กลับกลายเป็นว่าหนังอันดับหนึ่งที่ครองใจคนญี่ปุ่น ติดอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศ กลับเป็นหนังยาวของเจ้าสิ่งมีชีวิตสุดน่ารักที่เราคุ้นหน้าคือ Chiikawa the Movie ทำรายได้กว่า 5 พันล้านเยน
ทำไมเจ้า ‘จิคาวะ’ และเพื่อน สิ่งมีชีวิตเล็กๆ น่ารักๆ ที่อาศัยอยู่ในโลกอะไรซักอย่าง กลายเป็นสุดยอดซีรีส์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบจนสร้างปรากฏการณ์เมื่อมีฉบับภาพยนตร์ คนถึงไปดูอย่างถล่มทลาย จริงๆ เจ้าจิคาวะ เป็นตัวละคร เป็นมาสคอตที่เราเห็นอยู่ทั่วไป มีสินค้า สติกเกอร์ มีงานอาร์ตต่างๆ ของเจ้า สิ่งมีชีวิตคล้ายหมี กระตาย แมว และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ ‘นัย’ ในความน่ารัก ที่จริงๆ มีการใช้ชีวิตดื้นรนที่เราสัมผัสได้
ถ้าเราไปดูเรื่องราวของเจ้าจิคาวะจริงๆ ที่แบ่งเป็นตอนๆ มีฉายในช่อง DexClub ทางยูทูป เราจะพบว่าในความน่ารัก ชีวิตของพวกมันมีความ ‘ดาร์กๆ’ แฝงอยู่ ซึ่งตรงนี้ก็มีบทความหลายชิ้นที่ชี้ว่า ชีวิตในโลกของจิคาวะมันแทบจะเหมือนอยู่ในโลกดิสโทเปียเลยนี่นา เจ้าชิคาวะพูดกันตามตรงคือใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่อันตราย ต้องต่อสู้ดิ้นรน ทำงาน หลายครั้งก็ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตได้ บางครั้งก็ดูมีชีวิตที่ยากจน ในการทำงาน ต้องมีระดับการทำงาน ระดับรายได้ มีการสอบใบอนุญาต และหลายครั้งงานก็ทำให้ตายได้ง่ายๆ
หนึ่งในคำที่เรียบง่าย ที่ตัวละครพูดคือ ‘เก็บเงินนี่ยากจังนะ’ หลายต่อหลายต่อคือการที่พวกจิคาวะต้องทำงานถางหญ้า ล่าสิ่งมีชีวิตประหลาด เพื่ออดทนให้ได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นบ้านก็ได้

ถอนหญ้า ล่าสิ่งรุกราน
ความสนุกของจิคาวะคือการผสมผสานกันระหว่างเรื่องราวสิ่งมีชีวิตน่ารักๆ ผสมเข้ากับกลิ่นอายแปลกประหลาด และชีวิตที่ดูจะเลียนกับชีวิตจริงๆ ในโลกทุนนิยมของเรา ตรงนี้เอง ความสนุกหนึ่งคือการที่เจ้าชิคาวะเริ่มจากการเป็นมังงะตอนสั้นๆ ลงในทวิตเตอร์เมื่อปี 2020 กลายเป็นอนิเมะสั้น จนมาถึงการเป็นหนังใหญ่การผจญภัยเกาะเงือก ความสนุกคือการที่เราค่อยๆ เห็นบริบทโลกของจิคาวะ และค่อยๆ ปะติดปะต่อตีความโลกแปลกๆ นั้นได้
ส่วนเรื่องราวของจิคาวะ ในตอนแรกๆ ของจิคาวะ ดูจะเป็นเรื่องราวทั่วๆ ไปของสิ่งมีชีวิตในจินตนาการ ใช้ชีวิตกับผองเพื่อน กินขนม กินข้าว ท่องเที่ยว ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ช่วงต่อๆ มาเราจะเริ่มพบว่าเจ้าจิคาวะพวกนี้มันต้องไปทำงาน เป็นงานที่มีสิ่งมีชีวิตสวมเกราะดูแล แถมงานที่ทำก็เป็นงานใช้แรงงานทำนองทำงานรับจ้างรายวัน
ซึ่งงานที่จิคาวะทำ ดูๆ ไปก็เริ่มน่าคิด จากการที่พวกมันต้องใช้หอกสองง่าม ‘ซาสุมาตะ’ อาวุธโบราณและเครื่องมือควบคุมฝูงชน ในการรับมือล่าสัตว์หน้าตาแปลกๆ บางตอนเจ้าหมีน้อยไล่ล่าจนตกไปหลุม ฝนก็ตก ถ้าขึ้นไม่ได้ก็คือตายแน่ๆ
อันที่จริงในจักรวาลจิคาวะ ชีวิตชิลๆ สุดน่ารักแท้จริงกลับเต็มไปด้วยภัยอันตราย พวกมันอยู่ดีๆ ก็อาจจะกับสิ่งมีชีวิตประหลาด เจอกับแม่มดที่สาปคำสาป เจอกับปีศาจที่ไล่กินสิ่งมีชีวิตอย่างไรเหตุผล กระทั่งการที่ตัวตนของชิคาวะที่น่ารักๆ ก็อาจกลายเป็นปีศาจได้โดยง่าย เรียกได้ว่าทั้งงาน ทั้งการใช้ชีวิต ถ้าดูดีๆ ชีวิตน้อยๆ กลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย
สอบใบอนุญาต รอวันพ้นความยาก
นัยของชีวิตของพวกจิคาวะ นอกจากการเจอกับสิ่งมีชีวิตประหลาด ในชีวิตอันประหลาดของพวกมัน คือประหลาดเพราะโลกแฟนตาซีที่เราคุ้นเคย พวกจิคาวะกลับใช้ชีวิตอยู่ในความยากจน และต้องใช้ชีวิตในการทำงาน เติบโตดิ้นรน เพื่อให้พ้นความยากจนนั้นๆ
อย่างแรกคือ ตัวละครหลักๆ มีชีวิตในความยากจน หลายตัวละครเช่นน้องแมวใช้ชีวิตในถ้ำ มีตอนหนึ่งพาไปเจอเพื่อที่มีบ้านซึ่งได้จากการถูกรางวัล ชีวิตของพวกจิคาวะจึงวนเวียนอยู่กับการทำงานและการเก็บเงิน คำสำคัญที่พูดบ่อยๆ คือ ‘เก็บเงินนี่ยากจังนะ’ ซึ่งการเก็บเงินน่าจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีบ้านมีช่อง
ทีนี้ อีกจุดที่สะท้อนใจผู้ชม คนสมัยใหม่แบบเราๆ คือ การที่เพื่อนจิคาวะตัดสินใจทำงานที่อันตรายขึ้น ซึ่งงานของจิคาวะก็น่าสนใจ งานส่วนใหญ่ว่าด้วยการกำจัดสิ่งต่างๆ จากหญ้า ถึงตัวประหลาดที่ค่อยๆ ใหญ่และอันตรายขึ้น
การจะกำจัดสิ่งต่างๆ หรือคือการเจริญในหน้าที่การงาน ได้เงินเยอะขึ้น นอกจากตัดสินใจทำงานเสี่ยงขึ้น พวกมันต้องผ่านระบบการสอบเพื่อรับใบอนุญาต ในเรื่องก็จะว่าด้วยตัวละครที่สอบได้และไม่ได้ มีคนสมหวังและผิดหวัง ซึ่งระบบการสอบเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ทำงานที่ยากขึ้น หรืออาจเลือกงานเสี่ยงภัยขึ้น การมีคนที่แพ้และชนะ ก็สะท้อนการใช้ชีวิตในโลกสมัยใหม่ที่ไม่ต่างอะไรกับโลกแห่งความจริง คือมีความสมจริง ในโลกที่ไม่มีจริงเหล่านั้น

ในชีวิตที่ดูขมๆ หลอนๆ นี้เอง ความคาวาอี้แบบญี่ปุ่นจึงเข้ามา พวกจิคาวะต่างก็ใช้ชีวิตไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ เจอเรื่องดีบ้าง เรื่องร้ายบ้าง ซึ่งจริงๆ โลกของจิคาวะก็ค่อนข้างเข้ากับลักษณะของโลกดิสโทเปีย ทำงานหนัก แทบจะไม่มีอนาคต จมอยู่กับความยากจน หาเงินไปเรื่อยๆ
ดังนั้นความสุขของเจ้าจิคาวะ คือการใช้ชีวิตอยู่กับความสุขเล็กๆ การออกไปล่า เอาชีวิตรอด ใช้แรงงานถอนหญ้า ทำงานน่าเบื่อ รายได้น้อย และกลับมากินข้าวด้วยกันกับเพื่อน มีความสุขกับการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ การมีน้ำใจไมตรีดูแลซึ่งกันและกัน กินขนมอร่อยๆ เพราะทั้งหมด เป็นสิ่งที่เหล่าชิคาวะ มีความสุขได้กับสิ่งเล็กๆ ในโลกที่แปลกประหลาดและอันตราย
พอเขียนมาตรงนี้ ในที่สุด โลกของจิคาวะก็เหมือนโลกของเราเลย โลกที่เราพยายามใช้ชีวิตให้ดี อยู่ในโลกของการทำงาน การสะสมเงิน อยู่ในดินแดนที่บ้านเป็นความฝันแสนไกล โลกที่เราบอกกับตัวเองด้วยคำเดียวกันว่า เก็บเงินนี่ยากจังนะ การมีชีวิตที่ดีจึงอยู่ที่การที่เรามีความสุขกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ และการดูแลซึ่งกันและกัน
บางที เราก็เหมือนกับเจ้าจิคาวะนี่แหละ คือยิ้มร่า ใช้ชีวิตแบบไม่คิดอะไร มองเบลอๆ ไปกับโลกที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มีความหวังแบบไม่ต้องคิดเยอะ แม้จะแทบไม่มีโอกาสสมหวังเลยก็ตาม
อ้างอิงจาก