จำกันได้ไหมว่า เรื่องราวมิตรภาพและความสัมพันธ์สมัยมัธยมของแต่ละคนหน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง?
ทั้ง 2 เรื่องน่าจะเป็นหัวข้อที่เชื่อมโยงกับแต่ละคนได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว เพราะหากย้อนกลับไปสมัยมัธยม นอกจากการเรียนที่เด็กหลายคนต้องโฟกัสแล้ว ก็มีเรื่องมิตรภาพและความสัมพันธ์นี่แหละที่เด็กๆ ให้ความสนใจกัน
ถ้ามองผ่านมุมผู้ใหญ่ การดีลกับความสัมพันธ์ในแง่ต่างๆ ก็อาจไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก แต่พอมองไปในสมัยที่เราเป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่ง ผู้กำลังอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ก็ดูจะเป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะช่วงวัยรุ่น เป็นช่วงวัยที่เราเพิ่งจะได้เติบโตและได้ลองตัดสินใจบางอย่างด้วยตัวเอง ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของวัยรุ่นมีความซับซ้อนมากกว่าช่วงวัยก่อนหน้า
‘ฮิกาวะ โคยูกิ’ เด็กสาววัยมัธยมปลายจากอนิเมะเรื่อง The Ramparts of Ice (หรือในชื่อภาษาไทย ปราการน้ำแข็งแห่งหัวใจ) ผู้มีปัญหาในเรื่องการเข้าสังคม เธอมักจะรักษาระยะห่างกับคนรอบตัวและใช้เวลาอยู่คนเดียวเสมอ ทว่าชีวิตมัธยมของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่ ‘อามามิยะ มินาโตะ’ เด็กหนุ่มวัยเดียวกันได้เข้ามาในชีวิตด้วยความบังเอิญ มินาโตะพยายามเข้าหาโคยูกิมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความสัมพันธ์ในระยะแรกเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน จนกระทั่งวันหนึ่งโคยูกิเริ่มรู้สึกว่ากำแพงที่มีในใจเธอเริ่มพังทลายลงมาทีละเล็กทีละน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เริ่มลดลง ก่อกลายเป็นความสัมพันธ์ที่พวกเขาต่างก็คาดไม่ถึง

การเติบโตไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงอารมณ์ด้วย
แท้จริงแล้วภายในเรื่องไม่ได้มีแค่ตัวโคยูกิและมินาโตะเท่านั้น แต่ยังมีตัวละคร อย่าง ‘อาซูมิ มิกิ’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของโคยูกิ และ ‘ฮิโนะ โยตะ’ เด็กหนุ่มแสนใจดีผู้เป็นเพื่อนกับทั้งโคยูกิและมินาโตะ ซึ่งทั้ง 4 ตัวละครต่างค่อยๆ มีบทบาทในชีวิตของกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มกลายเป็นกลุ่มก้อนที่เรียกว่า ‘มิตรภาพ’ ซึ่งหากกระเทาะออกมา ก็จะเห็นถึงความซับซ้อนและเส้นสายความสัมพันธ์ที่พันกันยุ่งเหยิง
แม้จะมีตัวละครถึง 4 ตัวที่พาเรื่องราวของ The Ramparts of Ice เคลื่อนไปข้างหน้า แต่ก็ต้องยอมรับว่า โคยูกิคือผู้มีบทบาทสำคัญที่คอยขับเคลื่อนทั้งเนื้อหาและตัวละครอื่นให้ดำเนินต่อไปในทิศทางที่ควรจะเป็น โคยูกิเป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อที่ดึงเอาอีกทั้ง 3 คนเข้าไว้ด้วยกัน และขณะเดียวกัน เธอก็เป็นเหมือนบทเรียนบางอย่างให้เพื่อนที่เหลือได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘การเติบโต’
เหตุผลที่โคยูกิค่อยๆ ก่อปราการก้อนใหญ่ขึ้นมาขวางกั้นคนรอบตัวนั้น ย้อนกลับไปสมัยมัธยมต้น เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวเธอและเพื่อนอีกคนดำเนินไปอย่างไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นัก โดยเธอมักโดนเพื่อนคนนี้พูดจากระแหนะกระแหนถึงพฤติกรรมของเธอที่ชอบแสดงออกมาเกินไป ซ้ำเธอยังมีปัญหาเกี่ยวกับการแสดงอารมณ์กับอดีตคนรักด้วย ซึ่งพอต้องเผชิญกับเรื่องราวแบบนี้มาอยู่ตลอด ปราการน้ำแข็งนี้จึงเริ่มก่อตัวขึ้นมาเพื่อคอยสกัดกั้นไม่ให้คนนอกเข้ามาทำร้ายความรู้สึกเธอได้อีก พร้อมกันนี้ยังป้องกันตัวเธอเองแสดงอารมณ์กับใครมากเกินไปจนเพราะในลึกๆ โคยูกิก็กลัวว่าคนนอกเหล่านั้นอาจวกกลับมาทำร้ายความรู้สึกเธอได้
ต้องยอมรับว่า การเติบโตในช่วงวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนรอบข้างไปพร้อมกัน หลายครั้งเราอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกที่กำลังเผชิญอยู่นั้นเรียกว่าอะไร หรือควรรับมือกับมันอย่างไร เช่นเดียวกับโคยูกิที่แม้จะรู้ว่าตัวเองกำลังเจ็บปวด แต่กลับไม่รู้ว่าจะเปิดเผยความรู้สึกเหล่านั้นออกมาอย่างไรโดยไม่ทำให้ตัวเองต้องกลับไปเจ็บปวดอีกครั้ง
จนกระทั่งโคยูกิขึ้นมัธยมปลาย ตัวเธอก็ไม่ได้เจอกับเพื่อนคนนั้นหรือแฟนเก่าเจ้าปัญหาอีก แต่การอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ ด้วยจิตใจที่ถูกปราการน้ำแข็งครอบเอาไว้ ทำให้เธอกลายเป็นเด็กสาวผู้โดดเดี่ยว ไร้เพื่อนฝูงเข้าหา จนกระทั่งเธอได้พบกับ มินาโตะเด็กหนุ่มค่อยๆ เข้าหาโคยูกิอย่างเป็นมิตร ด้วยท่าทีที่เหมือนคาดหวังให้เธอเปิดใจและยอมรับอีกฝ่ายในฐานะเพื่อน ซึ่งในช่วงแรก สำหรับโคยูกิแล้ว มินาโตะเปรียบเสมือนบุคคลอันตรายที่เธอต้องคอยหลบหน้า เนื่องจากเธอก็ไม่รู้จะรับมือกับความกล้าแสดงออกที่มากเกินไปจนชวนให้อึดอัดของอีกฝ่ายได้อย่างไร
เมื่อพูดถึงมินาโตะ เหตุผลที่เจ้าตัวดูจะสนใจโคยูกิเป็นพิเศษไม่ใช่เพราะเจ้าตัวชื่นชอบอีกฝ่ายมาตั้งแต่แรก แต่เพราะเจ้าตัวมักชอบทำตัวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบกับปัญหาด้านการเข้าสังคมในแง่มุมต่างๆ โดยมินาโตะที่เห็นว่าโคยูกิไม่ค่อยมีเพื่อนและอยู่อย่างโดดเดี่ยว เขาจึงเข้าหาเธอ เพื่อหวังให้ตัวเองจะช่วยให้อีกฝ่ายได้มีความสุขมากกว่านี้
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการพยายามเข้าช่วยเหลือโคยูกิโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ร้องขอ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงแรกเต็มไปด้วยความอึดอัดไม่น้อย จากเดิมที่มินาโตะเป็นคนที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสนใจ กลับต้องเผชิญกับการถูกเมินเฉยจากโคยูกิอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงอย่างนั้น การได้พบกับมินาโตะก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โคยูกิค่อยๆ เรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กับคนรอบข้างมากขึ้น เธอเริ่มกล้ายิ้มและหัวเราะต่อหน้าผู้อื่น ความรู้สึกที่เคยเก็บซ่อนเอาไว้ภายใต้ปราการน้ำแข็งเริ่มเผยออกมาให้เห็นอย่างช้าๆ
หากเปรียบเทียบโคยูกิในช่วงต้นเรื่องกับตัวเธอในปัจจุบัน จะเห็นได้ถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเด็กสาวที่แทบไม่พูดคุยกับใคร กลับเริ่มมีเพื่อนมากขึ้น กล้าแสดงออกถึงความรู้สึกของตัวเอง และเปิดพื้นที่ให้คนอื่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต แม้เส้นทางดังกล่าวจะไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ทุกความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นก็กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เธอค่อยๆ ก้าวข้ามบาดแผลในอดีตและเติบโตขึ้นทีละนิด

นอกจากมินาโตะแล้ว ยังมีมิกิและโยตะที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มพัฒนาการของโคยูกิด้วยเช่นกัน มิกิเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างโคยูกิมาโดยตลอด ซึ่งตัวเธอเองก็มีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าสังคมไม่ต่างกัน เพียงแต่สิ่งที่ทำให้มิกิแตกต่างจากโคยูกิคือ เธอเป็นคนที่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้คนและต้องการเป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง จึงพยายามรักษาภาพลักษณ์บางอย่างเอาไว้เสมอ แม้ตัวตนที่แท้จริงภายในจะเป็นคนแก่นเซี้ยวและเฮฮามากกว่าที่ใครหลายคนเห็นก็ตาม
ขณะที่โยตะเป็นหนึ่งในคนแรกๆ ที่โคยูกิเริ่มเปิดใจทำความรู้จัก ด้วยอุปนิสัยที่เป็นมิตร ใจดี และไม่เข้าหาผู้อื่นอย่างบุ่มบ่ามเหมือนมินาโตะ ทำให้เขาสามารถสร้างความสัมพันธ์กับโคยูกิได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า ทั้งคู่ยังเป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดีให้แก่กัน คอยแลกเปลี่ยนเรื่องราวและรับฟังความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่เสมอ แม้เบื้องหลังแล้วโยตะเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องความสัมพันธ์ไปกว่าโคยูกินัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างออกไปคือความมั่นใจในการลงมือทำสิ่งต่างๆ และความกล้าที่จะทำตามความต้องการของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่โคยูกิยังต้องค่อยๆ เรียนรู้
สิ่งที่ทั้ง 2 คนเข้ามาช่วยเติมเต็มโคยูกิคือ การค่อยๆ พาเจ้าตัวไปรู้จักกับนิยามความหมายของคำว่าเพื่อนและความสัมพันธ์ มิกิที่มักจะเป็นตัวเองเสมอเวลาอยู่กับโคยูกิ ก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวตนข้างในตัวเอง และค่อยเผยด้านนั้นออกมา ส่วนโยตะที่มักจะมาเล่าถึงความรู้สึกที่ตัวเขามีต่อมิกิเป็นประจำ จึงทำให้โคยูกิรู้ว่าความสัมพันธ์มีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่ตัวเองคิด แต่ในขณะเดียวกันมันก็ได้ไม่ได้ซับซ้อนเกินไปมากกว่าที่ตัวเราผู้เป็นเจ้าของความรู้สึกจะไม่สามารถเรียนรู้มันได้
การที่มินาโตะ มิกิ และโยตะ เข้ามาในชีวิตของโคยูกิ จึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวตนบางอย่างของเด็กสาวไปทีละนิด จากเดิมที่เธอไม่กล้าเข้าหาใคร หรือแม้แต่สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยบาดแผลในอดีต การมีอยู่ของทั้ง 3 คนกลับทำให้เธอเริ่มมองเห็นว่า ความสัมพันธ์เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของชีวิตที่เปิดโอกาสให้เธอได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยกล้าทำมาก่อน
ในความเป็นจริงแล้ว กำแพงที่โคยูกิสร้างขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเธอเพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลต่อวิธีที่เธอปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วย การไม่กล้าแสดงความรู้สึก การรักษาระยะห่างจากผู้อื่น หรือแม้แต่การไม่ยอมเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาทำความรู้จัก ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้คนอื่นยากจะเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของเธอ บางครั้งความเงียบอาจถูกตีความว่าเป็นความเย็นชา การปฏิเสธความหวังดีอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งที่ลึกๆ แล้วโคยูกิเองก็ไม่ได้ต้องการอยู่เพียงลำพังเสมอไป
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ประสบการณ์ในอดีตสามารถส่งผลต่อวิธีที่มนุษย์มองความสัมพันธ์ในปัจจุบันได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่เรายังอยู่ระหว่างการเรียนรู้และทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง หลายครั้งความกลัวที่จะถูกปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจอาจทำให้เราเลือกปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นเสียก่อน ทั้งที่การทำเช่นนั้นก็อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ดีๆ ไปด้วยเช่นกัน
การเติบโตของโคยูกิจึงไม่ได้อยู่ที่การเอาชนะความกลัวหรือกลายเป็นคนที่เข้าสังคมเก่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองสามารถมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องสูญเสียความเป็นตัวเอง เธอเริ่มเข้าใจว่าการเปิดใจไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมให้ทุกคนเข้ามาในชีวิต และการมีความสัมพันธ์กับใครสักคนก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีวันเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
การเติบโตของวัยรุ่นจึงไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาผ่านแค่ร่างกายเท่านั้น หากยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ด้วยเช่นกัน โคยูกิตลอดจนเพื่อนอีก 3 คนจึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนของการก้าวผ่านช่วงวัยแห่งความท้าทายนี้ ซึ่งสำหรับบางคนก็อาจจะง่าย แต่อีกหลายคนก็อาจมองว่ายาก