จริงไหมที่ว่าการย้ายงานไปเรื่อยๆ ช่วยให้ชีวิตการทำงานก้าวกระโดดมากกว่า?
สำหรับวัยทำงานที่ไม่ได้อยากนั่งทำงานให้ผ่านพ้นไปวันๆ ย่อมแสวงหาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานกันอยู่เสมอ และหนึ่งในวิธีที่หลายคนมักใช้เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้แก่ตัวเองคือ การย้ายงานบ่อยๆ หรือ Job-Hopping ซึ่งจะช่วยให้ได้รับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งและค่าจ้างมากกว่าที่เก่า
ก็จริงแหละที่การย้ายงานไปมาจะช่วยให้หน้าที่การงานก้าวกระโดดมากขึ้น ทว่างานศึกษาจำนวนหนึ่งกลับมองว่า วิธีการอย่าง Job-Hopping อาจไม่ได้เพิ่มโอกาสมากเท่ากับการอยู่ที่เดิมต่อ วันนี้ The MATTER จึงชวนทุกคนไปสำรวจเหตุผลผ่านงานศึกษาเหล่านี้กันว่า เพราะอะไรการอยู่ที่เดิมถึงดีกว่าการย้ายงาน

หรือการอยู่ที่เดิมอาจดีกว่า?
บางคนก็อาจสงสัยว่าการอยู่ที่เดิมจะไปดีกว่าได้อย่างไร เพราะการอยู่กับอะไรเดิมๆ ผลลัพธ์ก็คงหน้าตาเหมือนเดิม จะให้ก้าวหน้าแบบชาว Job-Hopper ได้จริงเหรอ
งั้นลองมาดูงานศึกษาชิ้นแรกจาก คณะวิชาอุตสาหกรรมและแรงงานสัมพันธ์ (School of Industrial and Labor Relations, ILR) มหาวิทยาลัยคอร์เนล ที่ศึกษาเกี่ยวกับการจ้างงานภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการเก็บข้อมูลผ่านชาวฟินแลนด์เกือบ 60,000 คน จากบริษัทมากกว่า 1,000 แห่ง พบว่า พนักงานมีโอกาสได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญจากการย้ายตำแหน่งภายในบริษัทเดิมมากกว่าการย้ายบริษัทเกือบ 6 เท่า เมื่อเทียบกับการย้ายงานข้ามบริษัท
สิ่งที่งานศึกษาชิ้นนี้กำลังจะบอกเราคือ การทำงานอยู่ที่เดิมในที่นี้ไม่ใช่การทำงานในตำแหน่งเดิมไปตลอด แต่จะต้องมีการโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งด้วย ดังนั้นหากเป็นการทำงานอยู่ที่เดิม ซ้ำยังในตำแหน่งเดิมอีก ก็อาจไม่ได้เพิ่มความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่าไหร่นัก
แล้วการอยู่บริษัทเดิมได้เปรียบกว่าคนย้ายงานบ่อยๆ อย่างไรบ้าง?
ในมุมของคนที่อยู่ตำแหน่งที่กลางค่อนไปทางสูงหรือหัวหน้างาน ก็อาจพบความแตกต่างชัดเจนกว่า โดยงานศึกษาในวารสาร Organization Science ฉบับที่ 26 (ประจำเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2015) ซึ่งได้สอบถามข้อมูลผ่านศิษย์เก่า MBA มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เกี่ยวกับจำนวนพนักงานที่พวกเขาต้องรับผิดชอบบริหารจัดการในแต่ละตำแหน่งงานหลังสำเร็จการศึกษา พบว่า การย้ายงานไปบริษัทใหม่ทำให้จำนวนลูกน้องที่ต้องดูแลแทบไม่เปลี่ยนแปลง แต่การเลื่อนตำแหน่งภายในบริษัทเดิมทำให้จำนวนลูกน้องเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า หมายความว่า การอยู่ที่เดิมเพิ่มโอกาสในหน้าที่การทำงานของเรามากกว่า ผ่านการเพิ่มขึ้นของหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องจัดการเมื่อเลื่อนตำแหน่ง
นอกจากนี้ นักวิจัยจาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และมหาวิทยาลัย IE ประเทศสเปนยังได้ศึกษาเพิ่มเติมในแง่มุมของผู้บริหาร เอาไว้ว่า ผู้บริหารระดับสูงกว่า 74% ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่พวกเขาทำอยู่ในปัจจุบันได้ผ่านการเติบโตขึ้นมาภายในองค์กร ไม่ใช่การโยกย้ายมาจากองค์กรอื่น
หากมองในมุมมผู้ว่าจ้าง ก็เหมือนว่าพวกเขาจะให้ความสนใจกับคนที่อยู่เดิมมากกว่าคนที่ย้ายเข้ามาใหม่เช่นกัน โดยงานศึกษาจากวารสาร Journal of Applied Psychology ฉบับที่ 103 เกี่ยวกับ การคัดเลือกการเลื่อนขั้นในตำแหน่งผู้จัดการ ด้วยการคัดเลือกจากบุคคลจากภายนอกและภายใน พบว่า ผู้จัดการที่ได้รับการจ้างจากภายนอกมีผลการทำงานด้อยกว่าผู้จัดการที่เติบโตมาจากภายในองค์กร อันเนื่องมาจากการที่คนในจะเข้าใจบริบทและเงื่อนไขบางอย่างขององค์กรได้ดีกว่าคนนอกที่เพิ่งเข้ามา ทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับตำแหน่งได้ดี พร้อมกับสะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานในองค์กรเดิมจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่องค์การต้องการมากกว่า

แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงการย้ายงาน อีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนอาจตั้งคำถามคงหนีไม่พ้นเรื่องรายได้ เพราะค่าตอบแทนถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนทำงานตัดสินใจย้ายไปยังองค์กรใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก National Longitudinal Survey of Youth (NLSY) หรือโครงการสำรวจประชากรวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวของสหรัฐอเมริกา ชี้ให้เห็นว่า คนที่เปลี่ยนนายจ้างบ่อยตั้งแต่ช่วงกลางวัย 20 ปี มีแนวโน้มที่จะมีรายได้น้อยกว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางวัย 30 ปี เมื่อเทียบกับคนที่เปลี่ยนงานน้อยกว่า สะท้อนให้เห็นว่าการอยู่กับองค์กรเดิมเป็นเวลานานอาจส่งผลดีต่อรายได้ในระยะยาวมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
จากงานศึกษาทั้งหมดที่ยกมา จึงได้ข้อสรุปว่า การอยู่ในองค์กรเดิมนานๆ ทำให้คนทำงานมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่า ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเติบโตที่ดีกว่า แถมยังได้รับรายได้ในระยะยาวมากกว่าคนที่เป็น Job-Hopper ด้วย
ทั้งนี้ ก็อาจต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นเพียงผลสำรวจจากแต่ละแหล่งที่เรารวบรวมมาชี้ให้เห็นว่า ยังมีงานศึกษาจำนวนไม่น้อยที่โต้กลับแนวคิด Job-Hopping เท่านั้น แน่นอนว่า ตัวองค์กรเองก็มีส่วนสำคัญต่อโอกาสในการก้าวกระโดดในหน้าที่การงานของเราเช่นเดียวกัน ยิ่งองค์กรแข็งแรงมีระบบแบบแผนต่างๆ เหนี่ยวแน่น ก็น่าจะมีโอกาสมากกว่าองค์กรที่ไม่มั่นคง
แม้ผลงานศึกษาต่างๆ จะชี้ให้เห็นว่าการทำงานในองค์กรเดิมจะดีกว่าการย้ายงานบ่อยๆ ทว่าสุดท้ายก็ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ อาทิ สังคมเพื่อนร่วมงาน เนื้องานที่ต้องรับผิดชอบ หรือกระทั่งวัฒนธรรมองค์กร ที่ล้วนเป็นองค์ประกอบสำหรับการพิจารณาในการจะย้ายหรือไม่ย้ายงานอยู่ดี
เพราะก็มีคนทำงานอีกจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจย้ายงานด้วยเหตุผลอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องเงินหรือความก้าวหน้าในอาชีพอยู่เหมือนกัน
อ้างอิงจาก