‘เด็กเจนนู้นเป็นแบบนี้ ผู้ใหญ่เจนนี้เป็นแบบนั้น’
ช่วงนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องมีเรื่องของเจนเนอเรชั่นมาช่วยกำหนดพฤติกรรมของเรากันไปเสียหมด คนช่วงอายุเท่านี้ต้องชอบทำอะไร คนช่วงวัยแบบนั้นจะแสดงออกอย่างไร
ไหนๆ สังคมเราก็ชอบจัดเจนแบ่งวัยกันอยู่แล้ว The MATTER เลยชวนเหล่าบรรณาธิการจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มาช่วยจัดหนังสือให้นักอ่านแต่ละช่วงวัยกัน โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ช่วงวัย ได้แก่ วัย 20 30 และ 40
แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่คนอายุตามกำหนดเท่านั้นที่จะอ่านหนังสือเหล่านี้ได้นะ เพราะไม่ว่าจะเป็นวัยไหน อายุเท่าไหร่ ก็สามารถเลือกหยิบอ่านหนังสือกันได้อย่างอิสระ
เอาล่ะ งานหนังสือรอบนี้ ถ้าใครยังไม่มีลิสต์ในใจกัน ก็ลองมาเลือกสรรรายชื่อหนังสือตามช่วงวัยกันไปได้เลย
Salmon Books

ช่วงวัย 20
EMPLOY ยี้ HANDBOOK คู่มือพนักงาน ฉบับระรานคนอื่น
ผู้เขียน: Note Sarun
ไม่มีหรอกคู่มือทำงานให้ได้งานหรือการใช้ชีวิตแบบซูเปอร์โปรดักทีฟ เพราะหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณใช้ชีวิตแบบ ‘ซูเปอร์โปรดักถีบ’ เท่านั้น!
ขอแนะนำทุกคนให้รู้จักกับ ‘ชัชชะนีย์’ เลขาฯ สาวผู้ผ่านโลกการทำงานมาอย่างโชกโชน กับการรวบรวมวีรกรรมปากกัดตีนถีบในออฟฟิศมาเผยแพร่ แบ่งปัน เพื่อให้ทุกคน (ไม่) ทำตาม
เรื่องเล่าอินไซต์เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ออฟฟิศ ถ่ายทอดแบบแสบๆ คันๆ จากประสบการณ์ตรงและประสบการณ์ผู้อื่นของ ‘Note Sarun’ (โน้ต—ศรัญ คุ้งบรรพต) HR มากความสามารถที่ทำงานเด่น ร้องเพลงได้ ผู้เคยทิ้งลวดลายไว้มากมายในช่องยูทูบ กับการเขียนหนังสือเล่มแรกภายใต้บทบาทพนักงานสาวฝีปากจัดที่จะมาเผยให้เห็นความถนัดในการระราน เอ้ย ช่วยงานผู้อื่น
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
คู่มือทำงานให้ได้งานหรือการใช้ชีวิตแบบซูเปอร์โปรดักทีฟมีเยอะแล้ว ขอชวนคนวัยเลข 2 ลองมาอ่านเรื่องเล่าอินไซต์ในโลกทำงานที่ไม่ควรทำตามกันบ้าง
ตั้งแต่วิธีการทำงานให้ไม่ได้งาน เทคนิคเข้าร่วมสังคมกับชมรมคนขี้เมาท์ ทริกข่มขู่เจ้านายและเพื่อนร่วมงานไม่ให้โดนตำรวจจับ ไปจนถึงแบ่งปันเล่ห์เหลี่ยมการเอาตัวรอดในออฟฟิศให้แต่ละวันผ่านไปโดยไม่จิตเสียจากบรรดาเจ้านายที่สั่งงานวันนี้จะเอาเมื่อวาน
ช่วงวัย 30
HIDDEN LAYER ประวัติศาสตร์ข้างหลังภาพ
ผู้เขียน: มนสิชา รุ่งชวาลนนท์
เบื้องหลังองค์ประกอบและสีสันในภาพวาด มีประวัติศาสตร์มากมายผสมผสานเป็นเนื้อเดียวกับศิลปะ
ตัวอย่างเช่น เหล่าเทพและเทพีมีความหมายอย่างไรใน ‘La Primavera’ ภาพวาดของขวัญการสมรสที่คนจดจำได้มากที่สุดภาพหนึ่ง ‘Darnley Portrait’ ภาพเหมือนราชินีเอลิซาเบธที่ 1 คือภาพ ‘ใบหน้า’ ในอุดมคติของพระองค์จริงหรือ? และทำไมภาพวาดห้องโถงสีแดงเปี่ยมพลังจึงมีสตรีนั่งบนบัลลังก์พระสันตะปาปา
พบอีกหลายเรื่องราวจากภาพศิลปะชื่อดังในประวัติศาสตร์ ผ่านการมองลึกลงไปบนผืนผ้าใบให้เห็นเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในภาพเหล่านั้น นำชมภาพวาดโดย ‘มนสิชา รุ่งชวาลนนท์’ ผู้เขียน WORLD WAR TOOLS สงครามโลกในสิ่งของ, HISTORY PALETTE ประวัติศาสตร์มีสี, ROYAL LOVE ประวัติศาสตร์การครองรักและเจ้าของเพจ พื้นที่ให้เล่า
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
พี่ๆ วัย 30 ทำงานเหนื่อยๆ ก็ต้องมาพักสายตาด้วยการดูภาพวาดศิลปะ พร้อมอ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในภาพ
ผลงานเล่มใหม่ของมนสิชาเล่มนี้ จะพาทุกคนไปดูว่าภาพวาดชื่อดังของโลกนั้น มีอะไรมากกว่าบุคคล สีสัน และฉาก แต่มีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมายซ่อนอยู่
ช่วงวัย 40
MYTH UNIVERSE: LOVE-DEATH RELATIONSHIP
ผู้เขียน: โจ้บองโก้
สำรวจชีวิตสุดโลดโผน วีรกรรมหลากสีสัน เรื่องรักใคร่และความสัมพันธ์ใดๆ ที่นำไปสู่ ‘จุดจบชีวิต’ ของเหล่าบุคคลที่อยู่ในตำนานรอบโลก
ไม่ว่าจะเป็น ‘พระเจ้าพิมพิสาร’ ราชาผู้ทรงธรรมที่ยอมติดคุกและมีจุดจบที่นั่น เพราะยอมทำสิ่งที่ลูกชายต้องการ ‘ออร์เฟียส’ นักดนตรีแห่งปกรณัมกรีก ที่ต่อให้ต้องลงนรกก็ยอมไปเพื่อพาคนรักกลับมา ‘แอนน์ บอนนี’ หญิงสาวที่พบเจอแต่ความโดดเดี่ยว จนกระทั่งได้ใช้อิสรภาพในฐานะโจรสลัด ความรักสามเส้าที่ไม่ใช่แค่เราสามคน เพราะมันถึงขั้นนำไปสู่การล่มสลาย ‘อัศวินโต๊ะกลม’
เรื่องราวในอดีตอันไกลโพ้นที่เดินทางผ่านกาลเวลา จากคำบอกเล่ากล่าวขาน นิทานพื้นบ้าน บทละคร หนังสือและเอกสารต่างๆ ที่อาจทำให้เห็นว่าความรักชนะทุกอย่าง ยกเว้นความตาย
หนังสือลำดับที่ 2 ในซีรีส์ Myth Universe กับการขุดสารพัดตำนาน นิทานปรัมปรามาเล่าอย่างเป็นมิตรโดย ‘โจ้บองโก้’ โฮสต์พอดแคสต์ Myth Universe ผู้เขียน MYTH UNIVERSE: MYTH STORIES ตำนานเหนือมนุษย์มานาน, BUDDHIST HOLY DAY หนีตามพระพุทธเจ้า และ SEE LANKA เอวังที่ลังกา
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
หนังสือเล่าเรื่องในตำนาน ว่าด้วยความรักและความตาย สองสิ่งที่ไม่อาจแยกจากกันได้ และทุกคนต้องพบเจอ น่าจะเป็นเล่มที่เหมาะกับชาวนักอ่านวัย 40 เล่าโดยคุณพ่อวัย 40 จากรายการพอดแคสต์ชื่อดัง Myth Universe
ในเล่มว่าด้วยความสัมพันธ์ 7 เรื่อง ตั้งแต่พระเจ้าพิมพิสาร ราชาผู้ยอมสิ้นชีพในคุกเพราะความรักที่มีต่อลูกชาย รักสามเส้าที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของอัศวินโต๊ะกลม หรือเตียวเสี้ยน หญิงนิรนามแห่งโลกวรรณกรรมจีนโบราณที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ด้วยการโปรยเสน่ห์มอบความรัก
Biblio

ช่วงวัย 20
จงบอกความปรารถนาเมื่อซาตานปรากฏ (CLOVER)
ผู้เขียน: นาฮเยริม
ผู้แปล: สุมาลี สูนจันทร์
‘จ็องอิน’ เป็นเด็กชายมัธยมต้นที่เติบโตมากับยายในสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ได้ง่ายดายนัก ชีวิตประจำวันของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ตั้งแต่เรื่องอาหารในแต่ละมื้อไปจนถึงอนาคตที่ยังมองไม่เห็นปลายทาง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามยืนหยัดใช้ชีวิตต่อไปในโลกที่ไม่ได้อ่อนโยนกับเขาเท่าไหร่
จนกระทั่งมีแมวดำตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น และมันไม่ใช่แมวธรรมดา ตัวตนที่แท้จริงของมันคือ ‘เฮลเลล’ ซาตานที่ลาพักร้อนมาอยู่บนโลกมนุษย์ ผู้พร้อมจะยื่น ‘ทางลัด’ ให้กับจ็องอิน ทางลัดที่ว่าอาจทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็น ไม่ว่าจะทั้งอิสระและพลังอำนาจยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้จ็องอินสามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องดิ้นรนอีกต่อไป
ทำไมถึงเหมะกับคนช่วงวัย 20
ในวัย 20 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องเริ่มตัดสินใจเรื่องสำคัญด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน และอนาคตที่ไม่มีใครบอกได้ว่าคำตอบที่ถูกต้องคืออะไร
‘จ็องอิน’ ตัวเอกของเรื่อง พาเราไปรู้จักโลกที่ไม่ได้ใจดีกับทุกคน และเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำที่ยากจะหลีกเลี่ยง เรื่องราวของเขาค่อย ๆ ชวนให้เราตั้งคำถามว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุและทางลัดมากมาย เราจะยังเติบโตอย่างซื่อตรงได้หรือไม่ เหมือนต้นโคลเวอร์ที่ยังคงงอกงาม แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจก็ตาม”
เพราะสุดท้ายแล้ว ปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่พรจากซาตาน แต่คือความกล้าหาญที่จะเติบโตอย่างงดงามด้วยหัวใจที่ซื่อตรงในโลกที่ไม่ได้ใจดีกับเราเสมอไป
ช่วงวัย 30
ความรู้สึกที่ไม่มีช่องให้กรอก (The Pleasures and Sorrows of the Work)
ผู้เขียน: ชังรยูจิน
ผู้แปล: มินตรา อินทรารัตน์
‘ความรู้สึกที่ไม่มีช่องให้กรอก’ รวมเรื่องสั้น 8 เรื่อง ของ ‘คนธรรมดาในวัยทำงาน’ ที่แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ล้มเหลวอย่างน่าเวทนา
ในเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล เหล่าคนทํางานกลับอ่อนล้าลงทุกวัน พวกเขาต้องตื่นเช้า ขึ้นรถไฟใต้ดิน เข้างาน ประชุม พิมพ์อีเมล รับมือกับระบบ ความคาดหวัง และความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเรียบง่าย และจะไม่มีวันเรียบง่ายอีกต่อไปในโลกยุคนี้
พบกับเรื่องราวในชีวิตการทำงานในบริษัทสตาร์ทอัปที่ดูทันสมัยและเท่าเทียม แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความย้อนแย้งของระบบงาน, เหตุการณ์ชวนอึดอัดในออฟฟิศ เมื่อ ‘เซนส์’ ต้องปะทะกับ ‘มารยาททางสังคม’ ผ่านวัฒนธรรมการแจกการ์ดแต่งงาน, หญิงสาวผู้ทำงานลบคอมเมนต์ขยะบนเว็บไซต์ และอาศัยอยู่คนเดียวในออฟฟิศเทล กลับต้องเผชิญค่ำคืนที่ไม่คาดคิด ฯลฯ
และทั้งหมดเป็นเพียงบางเรื่องจากเรื่องราวอีกหลายบทที่รอให้คุณไปทำความรู้จัก
เพราะในชีวิตจริง ยังมีความรู้สึกอีกมากมายที่ไม่มีช่องไหนให้กรอก แต่เราทุกคนอาจต่างเคยผ่านมันมาแล้ว
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
สำหรับคนวัย 30 ที่กำลังอยู่ท่ามกลางความกดดันของงานและความคาดหวังจากสังคม หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่รวมเรื่องสั้น แต่เป็นการหยิบ ‘หลายเหตุการณ์ในชีวิตการทำงาน’ มาเล่าอย่างตรงไปตรงมา ผ่านมุมของคนธรรมดาที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังพยายามใช้ชีวิตให้ไปต่อได้ในทุกวัน
เรื่องราวค่อยๆ พาเราไปเห็นทั้งความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ความคาดหวังที่ต้องแบกรับ จนถึงความจริงบางอย่างที่อาจไม่สวยงามนักในชีวิตวัยผู้ใหญ่ และสิ่งที่ทำให้เล่มนี้น่าอ่าน คือมันไม่ได้พยายามปลอบใจหรือให้คำตอบชัดเจน แต่เปิดพื้นที่ให้เราได้มองชีวิตตัวเองผ่านเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ และค่อยๆ เข้าใจจังหวะการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมากขึ้น
เรื่องราวเหล่านี้อาจไม่ได้ทำให้โลกการทำงานของคุณง่ายขึ้น แต่ในวันที่เหนื่อยและท้อที่สุด มันอาจทำให้รู้ว่า ยังมีใครอีกหลายคนที่กำลังพยายามยืนหยัด และกัดฟันต่อสู้ไปพร้อมกันกับคุณ
ช่วงวัย 40
ทำทุกวันให้นำหน้าชีวิตด้วยแนวคิดแบบเครสเชนโด (Live Life in Crescendo)
ผู้เขียน: Stephen R. Covey & Cynthia Covey Haller
ผู้แปล: ศิริกมล ตาน้อย
ในวัย 40 หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิต อาจกำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตวัยกลางคน’ รู้สึกหมดไฟ งานที่ทำเริ่มไร้ความหมาย หรือกังวลว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองได้ผ่านไปแล้ว แต่หัวใจสำคัญที่หนังสือเล่มนี้ต้องการบอกคุณคือ ‘งานชิ้นสำคัญที่สุดของคุณอยู่ข้างหน้าคุณเสมอ’ ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาก็ตาม
หนังสือ ทำทุกวันให้นำหน้าชีวิตด้วยแนวคิดแบบเครสเชนโด โดย สตีเวน อาร์. โควีย์ จากผู้เขียน The 7 Habits of Highly Effective People และซินเธียลูกสาวของเขา จะช่วยเปลี่ยนทิศทางชีวิตจากความเรียบเฉยไปสู่การเติบโตครั้งใหม่ เพราะในทางดนตรีเครสเชนโด หมายถึงการเพิ่มระดับเสียงและพลังให้ดังขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตของเราก็ควรเป็นแบบนั้น ไม่ใช่การใช้สิ่งที่เคยมีแล้วหยุดอยู่แค่นั้นแต่คือการเติบโตในทุกวัน
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัย 40 หนังสือเล่มนี้อาจเป็นเล่มที่มาในจังหวะที่ใช่
เพราะผู้เขียนไม่ได้บอกให้คุณเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่ชวนให้มองอีกแบบว่าชีวิตคือสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่เสมอ ต่อให้หน้าที่การงานเริ่มนิ่ง หรือถึงจุดอิ่มตัวแล้ว กลับมาโฟกัสที่การเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ซื่อสัตย์กับตัวเอง เติบโตจากข้างใน และส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนอื่น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ครอบครัว คนรัก พ่อแม่ เพราะเวลาที่เราให้กับพวกเขาคือการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน
Live Life in Crescendo ไม่ใช่แค่หนังสือพัฒนาตัวเองทั่วไป แต่เหมือนเป็นการเตือนเราว่าวัย 40 ไม่ใช่ช่วงขาลง แต่คือจังหวะที่คุณเริ่มสร้างงานชิ้นสำคัญที่สุดของชีวิตได้จริง ๆ
เพราะบางที… ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตคุณอาจเพิ่งเริ่มตอนนี้ก็ได้
Bookscape

ช่วงวัย 20
คำสารภาพของหน้ากาก (Confessions of a Mask)
ผู้เขียน: มิชิมะ ยูกิโอะ
ผู้แปล: บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์
ใต้หน้ากากนี้ มีคำสารภาพอันเปราะบาง หาญกล้า และจริงแท้…
นาฏกรรมแห่งชีวิตที่ปิดผนึกไว้ใต้หน้ากากของโคจัง เด็กชายผู้เติบโตมาพร้อม ‘ความลับ’ จากรสนิยมพิสดารในวัยเยาว์ สู่แรงปรารถนายามแตกเนื้อหนุ่มที่หลงใหลเรือนร่างบุรุษเพศ ตั้งแต่ภาพวาดนักบุญเปลือยกายผู้ถูกศรแทงร่าง ไปจนถึงจินตนาการดิบเถื่อนต่อสรีระของเพื่อนชาย และความหมกมุ่นลุ่มหลงต่อความตายอันหอมหวาน
เมื่อเติบโตสู่วัยหนุ่ม ‘ความลับ’ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่ซ่อนเร้นไว้ใต้หน้ากากแห่ง ‘ความปกติ’ ของสังคม โชคชะตาพลิกผันเมื่อโคจังได้สานสัมพันธ์ซับซ้อนกับโซโนโกะ หญิงสาวผู้ทำให้เขาต้องทบทวนละครแห่งชีวิตของตนอีกครั้ง ปรารถนาลึกล้ำจะเผยตัวตนหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงความลับดำมืดที่เก็บงำไว้จนวันตาย
คำสารภาพของหน้ากาก คือนวนิยายแนว ‘I-Novel’ ที่ซ้อนทับกับชีวิตจริงของมิชิมะ ยูกิโอะ ปรมาจารย์นักเขียนชาวญี่ปุ่น สะท้อนการสำรวจอัตลักษณ์ตัวตนและความสับสนขมขื่นที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้กรอบเกณฑ์สังคม ผสมผสานกลิ่นอายวรรณกรรมและปรัชญาตะวันตกเข้ากับความลุ่มลึกซ่อนเร้นแบบตะวันออกได้อย่างงดงาม ท่ามกลางบริบทปลายยุคสงครามที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เมื่อหน้ากากพังทลาย ที่เหลืออยู่นั้นมีเพียงหัวใจมนุษย์
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
คำสารภาพของหน้ากาก เป็นบันทึกปฐมบทของชีวิตอันน่าทึ่ง เป็นนิยายแนวเปลี่ยนผ่านวัย (coming-of-age) เป็นวรรณกรรมเควียร์ เป็นคำสารภาพที่ไม่ร้องขอความเห็นใจแต่เผยความรู้สึกนึกคิดจากจากมุมที่มืดและลึกสุดของหัวใจอย่างกล้าหาญ เมื่อก้าวแรกของการเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เพียงการค้นพบตัวตน แต่อาจต้องกำจัดบางตัวตนทิ้ง เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข นิยายแนว i-novel (หรือ 私小説 — shishōsetsu / watakushi shōsetsu) กลั่นจากชีวิตจริงของมิชิมะ ยูกิโอะ ยอดนักเขียนชาวญี่ปุ่น ถ่ายทอดเสียงในหัวของวัยรุ่นใจเกเรผู้ค้นพบปรารถนาลับที่ไม่อาจบอกใคร เชิญชวนนักอ่านในช่วงวัย 20 ปีร่วมสำรวจหัวใจใต้หน้ากากของนักเขียนระดับตำนาน และใต้หน้ากากของเราเอง
ช่วงวัย 30
คำสารภาพของสายลับสองหน้า (The Sympathizer)
ผู้เขียน: Viet Thanh Nguyen
ผู้แปล: นันทพร ปีเลย์ โพธารามิก
ผมเป็นจารชน คนสองใจ ชายสองหน้า
ผมเชื่อในอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย แต่แฝงกายอยู่ในโลกฝ่ายขวา
ผมเกิดจากสายเลือดผสม พ่อตะวันตก แม่ตะวันออก
ผมเป็นครึ่งหนึ่งของทุกอย่าง และไม่ใช่อะไรสักอย่าง
ในยามที่ต้องเลือกข้าง ผมควรฝักใฝ่ฝ่ายใคร?
หลังสงครามเวียดนามสิ้นสุดและไซ่ง่อนล่มสลาย ‘ผม’ ลี้ภัยไปอเมริกาพร้อมกับท่านนายพลฝ่ายสาธารณรัฐ ซ่องสุมกำลังด้วยหวังทวงอำนาจคืนจากคอมมิวนิสต์ — เพียงแต่ว่าผมเองที่เป็นคอมมิวนิสต์
คำสารภาพของสายลับสองหน้า คือละครแห่งชีวิตของชายหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส-เวียดนาม กับบทบาทจารชนสองโลกที่ร่ายรำอยู่บนคำลวง ภารกิจของเขาคือการเป็นหนอนบ่อนไส้คอยส่งข่าวกลับไปให้สหายฝ่ายซ้าย แต่งานที่ดูเรียบง่ายกลับบานปลายสู่เหตุการณ์บีบคั้นหัวใจไม่จบสิ้น ทั้งการป้ายสีคนบริสุทธิ์ ผจญกองถ่ายหนังฮอลลีวูด สานสัมพันธ์รักต้องห้าม และเหนืออื่นใดคือการรักษาตัวตนไม่ให้หล่นหายไปกับโชคชะตา
นวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์เล่มนี้ ไม่เพียงถ่ายทอดภารกิจหักเหลี่ยมเฉือนคมได้อย่างเข้มข้นและแสบสัน แต่ยังเปี่ยมด้วยรสชาติแห่งชีวิต มิตรภาพ อุดมการณ์ และความรัก สะท้อนการค้นหาอัตลักษณ์ตัวตนในโลกที่แบ่งขั้วเลือกข้าง ท่ามกลางมรดกแห่งสงครามและจิตวิญญาณปฏิวัติที่มิอาจลบเลือน
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
คุณนักอ่านช่วงวัย 30 ปี มักเป็นคน ‘กลางๆ’ ไม่ว่าจะอายุกลางๆ ตำแหน่งหน้าที่กลางๆ ต้องเป็นคนกลาง ต้องเป็นทุกอย่าง แต่อาจไม่ belong กับสักอย่าง ถูกเหวี่ยงหวืออยู่ในโลกสุดขั้วที่บีบให้ต้องเลือกข้าง ถ้าใช่ คุณน่าจะอินกับนิยายรสชาติเข้มขันและแสบสันเหลือร้ายเล่มนี้ได้ไม่ยาก เพราะนั่นคือสิ่งเดียวกับที่ ‘สายลับสองหน้า’ เชื้อสายเวียดนาม-ฝรั่งเศส ผู้ทั้งตะวันตกไม่พอและตะวันออกไม่พอ ซ้ายไม่พอและขวาไม่พอ ต้องเผชิญในช่วงที่ประวัติศาสตร์บาดแผลยังไม่ตกสะเก็ดดี เขามีสงครามของเขาที่ต้องก้าวผ่าน คุณเองก็มี ‘สงคราม’ ในแบบที่คุณเองต้องฝ่าฟัน
ช่วงวัย 40
ไขปริศนาแห่งความตาย กลไกการแก่ชรา และภารกิจสู่ชีวิตอมตะ (Why We Die)
ผู้เขียน: Venki Ramakrishnan
ผู้แปล: สุวิชชา จันทร
“ความเป็นมนุษย์โดยเนื้อแท้เชื่อมโยงลึกซึ้งกับความจริงที่ว่า เราต้องตาย”
‘ความตาย’ คือปลายทางที่ทุกชีวิตมิอาจหนีพ้น ทว่ามนุษย์กลับไม่เคยหยุดดิ้นรนค้นหาหนทาง ‘โกงความตาย’ เพื่อยืดอายุขัยให้ยืนยาว เป็นหนุ่มสาวได้ตราบนานเท่านาน จุดเริ่มต้นของภารกิจพิชิตชีวิตอมตะคือคำถามเรียบง่ายที่ว่า เหตุใดเราจึงต้องตาย?
เวงกี รามกฤษณัน นักชีววิทยาโมเลกุลเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี พาเราลัดเลาะพรมแดนแห่งวิทยาศาสตร์ พันธุศาสตร์ และจริยศาสตร์ เพื่อค้นหาคำตอบเบื้องหลังความตายตั้งแต่ระดับเซลล์ ไขปริศนาแห่งความแก่ชราที่ซ่อนอยู่ในโปรแกรมพันธุกรรม กลไกการรีไซเคิลเซลล์ ที่เกี่ยวพันกับการเสื่อมสภาพและอัลไซเมอร์ รวมถึงความลับอัศจรรย์ในตุ่นตัวน้อยที่ต้านทานทั้งมะเร็งและความชรา
มาร่วมสำรวจวิวัฒนาการของ ‘ยาอายุวัฒนะ’ ในยุคใหม่ และสารพัดหนทางยืดอายุขัย ตั้งแต่วิธีเรียบง่ายอย่างการจำกัดแคลอรี่ไปจนถึงวิทยาการสุดขั้วอย่างการแช่แข็งสมอง พร้อมค้นหาว่ามนุษย์จะเอาชนะขีดจำกัดอายุขัย 120 ปีได้หรือไม่ และหากเราบรรลุความเป็นอมตะได้จริง อะไรคือราคาที่ต้องจ่ายในทางศีลธรรมและสังคม?
Why We Die ไม่ใช่เพียงการหาคำตอบเบื้องหลังความตาย แต่คือการค้นหาความหมายของชีวิต เพราะปลายทางที่เราวาดหวังอาจไม่ใช่การอยู่ยืนยงตราบชั่วนิรันดร์ หากแต่เป็นการได้ใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงและมีความหมาย จวบจนลมหายใจสุดท้ายอย่างสง่างาม
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
ช่วงวัยนี้น่าจะเริ่มสนใจเรื่องความตาย งานรอบนี้เรามีหนังสือเกี่ยวกับความตายพอดี เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ที่พาไปดูกระบวนการวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการแก่ชรา (ageing) เพื่อตอบคำถามว่าคนเราจะมีอายุถึง 120 ปีได้หรือไม่ แล้วอะไรคือราคาที่ต้องจ่ายของการมีอายุยืนยาว เล่มนี้จะไม่ใช่แค่ให้คำตอบในเชิงกลไกวิทยาศาสตร์ แต่ช่วยให้ค้นพบความหมายของชีวิตด้วย
P.S. Publishing

ช่วงวัย 20
ลึกลงไปในหัวใจของความรัก (all about love: new visions)
ผู้เขียน: Bell Hooks
ผู้แปล: ศิริกมล ตาน้อย
ข้อเขียนที่จะบอกกับเราว่ารักไม่ใช่เพียงเรื่องอารมณ์ความรู้สึก และไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในความโดดเดี่ยว เบลล์ ฮุกส์เปิดโลกทัศน์แห่งความรักในมุมใหม่ให้เราเข้าอกเข้าใจ ‘หัวใจของความรัก’ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ฮุกส์บอกกับเราว่าทุกๆ คนว่าสามารถพบเจอ ‘รักแท้’ ได้
ข้อเขียนนี้จะพาเราสำรวจเหตุปัจจัยแวดล้อมซึ่งก็คือสังคมวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวิธีการให้และรับรักของเรา – เป็นหนังสืออีกเล่มที่ไม่ได้สั่งสอนให้เรารักตัวเองแล้วจึงจะเจอรักที่ดี แต่เป็นข้อเขียนที่จะขุดรากถอนโคนให้เราเข้าใจถึง ‘ศิลปะแห่งการรัก’ อย่างแท้จริง
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
20 เป็นตัวเลขก้ำกึ่งของสภาวะรัก บางคนที่มีรักมายาวนานก็อาจอิ่มตัว บางคนที่เคยไล่ตามหารักและยังไม่พบเจอก็อาจหมดแรง ข้อเขียนนี้จะเป็นเหมือน tool kit ที่ช่วยให้เรามาค้นพบและทำความเข้าใจความรักมุมใหม่ และไม่ว่าใครก็สามารถพบเจอและรักษา ‘รักแท้’ แบบของตนไว้ได้
ช่วงวัย 30
ระบำเมถุน และ กระจกเงา/เงากระจก
ผู้เขียน: อุทิศ เหมะมูล
ระบำเมถุน และ กระจกเงา/เงากระจก เป็นเสมือนบทบันทึกแห่งวัยกำดัด เรื่องราวหนุ่มสาวผู้เคยก้าวผิดก้าวถูกในวังวนของการเสาะแสวงที่ทางของตัวตนและดิ่งดำในล้ำลึกของเพศรส
‘ประทีป’ ชายหนุ่มต่างจังหวัดผู้หลงใหลศิลปะและวรรณกรรมเข้ามาผจญชีวิตในเมืองหลวง เผชิญกับภาวะ ‘ในระหว่าง’ ที่ถกถามคุณค่าชีวิตและขบคิดกับเพศวิถีถ่ายทอดอย่างแหว่งวิ่นผ่านชิ้นส่วนความคิดกะพร่องแพร่ง เชิญชมการแสดงมหรสพชีวิตในระบำเมถุน
เรื่องราวของ ‘เขา’ และ ‘ผม’ เป็นดั่งกระจกเงา/เงากระจกที่ชั่วแวบหนึ่งก็เป็นดังเส้นขนานที่ส่องสะท้อนกัน แต่อีกเสี้ยววินาทีหนึ่งก็ราวกับทาบทับเป็นคนคนเดียวกัน ต่างไต่ตะกายไปในความใคร่ ความรัก ความฝัน ฝ่าฟันความเจ็บปวดเพื่อหาตัวตน เล่าผ่านฉากหลังของแสงสีกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนในช่วงทศวรรษ 2540
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
อนึ่งในฐานะผลงานคลาสสิกของอุทิศ เหมะมูล จะทำให้คนวัย 30 ได้ระลึกนึกถึงวันวานและบรรยากาศในวัย 2540 ตลอดจนการอ่านเรื่องราวของวัยหนุ่มสาวในวันวัยเท่านี้ก็เป็นเหมือนการทบทวนวิถีที่เราเคยเดินผ่านมา
ช่วงวัย 40
Safe House อนุญาตให้เศร้าได้แป๊บนึง
ผู้เขียน: นทธี ศศิวิมล
‘ปราณ’ คือชายหนุ่มที่มีความสามารถพิเศษ มองเห็น ‘สี’ ของสภาวะจิตใจผู้คนได้ วันหนึ่งหลังสูญเสียครอบครัวในอุบัติเหตุรถชน เขาก็ค้นพบสีใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนสะท้อนอยู่ในกระจก แดงก่ำอมเขียวคล้ำน่ากลัว ที่แปลความหมายได้ว่าคือความคิด ‘อยากตาย’
นานวันเข้า มันก็ไม่ใช่สีที่เขาเห็นแค่ในกระจกเท่านั้น แต่กลับปรากฏอยู่บนกายของผู้คนที่ได้พบเจอ ทั้งเพื่อน คนรู้จัก คนแปลกหน้า และด้วยความไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เขาจึงชักชวนให้มาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหญ่ที่เคยเดียวดาย ไม่มีเป้าหมายอะไรมากไปกว่าหวังให้มันเป็นพื้นที่พักใจจากโลกภายนอก
ให้เวลาในนั้นหยุดเดินสักชั่วขณะ แยกขาดจากการต้องเสแสร้งว่าสบายดี ต้องฟังก์ชั่นให้เหมือนคนปกติ เพื่อปล่อยให้ตัวเองได้ร้องไห้และร้าวราน นาน…จนกว่าใจจะเบาลง
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
พออายุเข้าเลข 3 หลายหน้าที่กับความกดดันมักขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเราลืมนึกถึงตัวเองไป
แม้แต่ลมหายใจก็กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีอยู่เพื่อเป้าหมายยิ่งใหญ่ น้อยคนนักที่จะบอกเราว่าความมหัศจรรย์อาจอยู่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเฝ้ามองหยดแดดผ่านหน้าต่าง ร้านโจ๊กที่เปิดตอนตี 5 และความรู้สึกโล่งใจตอนได้ทิ้งตัวลงบนเตียง เซฟเฮาส์แห่งนี้จะไม่เร่งรัดอะไรคุณ จะไม่บอกว่าโลกนี้สวยงาม จะไม่บอกว่าให้เลิกเศร้า แค่จะชวนให้คุณหายใจช้าลงสักพัก นอนเฉยๆ สักหน่อย หลับตาฟังเสียงท้องฟ้า และอนุญาตให้น้ำตาไหลลงมา อนุญาตให้ตัวเองได้สบถด่า ได้กรีดร้อง ได้รู้สึกว่าคุณกำลังเหนื่อยมากเหลือเกิน
Avocado Books

ช่วงวัย 20
บันทึกจากเขา ถ้าเราไม่ได้เจอกันอีก
ผู้เขียน: หลิวเฉินจวิน
ผู้แปล: วนิดา ลิขิตมงคลสุข
บันทึกการเดินทาง ความทรงจำ และความรู้สึกสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจของนักเขียนชาวไต้หวันผู้หายสาบสูญไปถึง 47 วันบนเทือกเขาหิมาลัย ก่อนจะจากไปในถ้ำหิมะบนยอดเขาที่สูงและหนาวเหน็บที่สุดในโลก เพียง 3 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะพบร่างของเธอ…
“เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันแล้ว ชั่วชีวิตนี้ จนมาถึงบัดนี้ ฉันเพิ่งเรียนรู้ที่จะปล่อยวางได้อย่างแท้จริง แม้ว่าจะอยากมีชีวิตอยู่ต่อเหลือเกินก็ตาม เรื่องต่อจากนี้ก็ปล่อยให้ภูเขาจัดการไปก็แล้วกัน แม้จะมีอาหารไม่เพียงพอ แต่การได้เขียนต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นอมตะแล้ว
จนถึงบัดนี้ ฉันถึงเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็นนักเขียนจริง ๆ แล้ว”
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
วัย 20 ปีนับว่าเป็นช่วงเวลาที่เราอยากลองออกไปใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การทำตามความฝัน หรือการค้นหาในสิ่งที่ชอบ นักเขียนท่านนี้ก็เช่นกัน เขาลองออกไปเดินเขาเอเวอเรสต์และบันทึกเรื่องราวด้วยความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียน แม้ปลายทางจะจบลงด้วยการสูญเสีย แต่หนังสือเล่มนี้ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์และความรู้สึกต่อการมีอยู่ของชีวิตผ่านมุมมองของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งอาจมอบแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของคุณหลังจากนี้ไม่มากก็น้อย
ช่วงวัย 30
Stroke Fighter ทุ่มสุดตัวเพื่อผัวที่รัก
ผู้เขียน: ณัชณิชา พลังวาณิชย์
“…ฉันต้องดูแลเขาไปอีกเท่าไหร่ หรือเขามีโอกาสหายเป็นปกติ ถ้างั้นจะต้องใช้เงินอีกมากแค่ไหนถึงจะหาย ลำพังเงินเดือนเรามันจะไหวเหรอวะ เขาจะกลับมาทำงานได้ไหม หรือเราจะต้องหาเลี้ยงเขาไปตลอดชีวิต เขาจะป่วยติดเตียงไหม … ไอ้ตอนเรารักเขา เราหวังให้เขาติดเรา ไม่ใช่ให้เขาติดเตียง…”
ขอต้อนรับวันแห่งความรักด้วยหนังสือเล่มล่าสุดจาก Avocado Books ที่จะทำให้คุณทั้งซาบซึ้ง หัวเราะ อิ่มเอมใจ และพร้อมสู้สุดตัวเพื่อคนที่คุณรัก
‘Stroke Fighter ทุ่มสุดตัวเพื่อผัวที่รัก’ บันทึกประสบการณ์จริงของ ณัชณิชา พลังวาณิชย์ หญิงแกร่งพนักงานบริษัท PR แห่งหนึ่งที่ทุ่มสุดตัวเพื่อดูแลผัวที่รัก ผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองและเป็นอัมพฤกษ์ตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น … จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
ใครจะไปคิดว่าสตรีวัย 30 ต้นๆ กลายมาเป็นภรรยาที่ต้องรับบทบาทหนักในการดูแล ประคับประคอง และทำทุกอ่างเพื่อฟื้นฟูสามีที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองจนถึงขั้นต้องเรียนรู้และฝึกฝนใช้อวัยวะต่างๆ ใหม่อีกครั้งหนึ่ง คุณฝน ณัชณิชา คือนักเขียนและภรรยาคนนั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์จริงแบบถึงขิงถึงพริกในฐานะญาติผู้ป่วยที่ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อผัวที่เธอรัก
ช่วงวัย 40
วัดดูยูมีน
ผู้เขียน: ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล
แม้ว่าในยุคนี้เราอาจเข้าวัดกันน้อยลง เพราะกำลังหรี่ตาสงสัย ไม่ไว้วางใจในมนุษย์ผ้าเหลืองจากข่าว ‘คาว’ มากมาย หรือรู้สึกว่าเครื่องมืออย่างศาสนาไม่ตอบโจทย์ชีวิตยุคปัจจุบัน แต่วัดก็ยังคงอยู่คู่กับชุมชน เจดีย์ยอดสูงยังมองเห็นได้จากที่ไกล พระพุทธรูปองค์ใหญ่ยังตั้งตระหง่าน และวัดยังมี ‘ความหมาย’ ที่ไม่ใช่แค่สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ความหมายเหล่านั้น ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือเล่มนี้ – วัดดูยูมีน
วัดดูยูมีน หนังสือรวมเกร็ดความรู้เรื่องวัดไทย ที่จะชวนคุณหันหน้าหาวัด แบบไม่เน้นอิงธรรมะ แต่อิง ‘ทำไม’ ที่จะทำให้การเข้าวัดสนุกกว่าที่เคย เนิร์ดกว่าที่เป็น และเห็นมากกว่าที่เคยมอง
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเกี่ยวกับ ‘วัด’ คงเป็นแค่การแวะทำบุญ หลายๆ คนคงคุ้นชินกับการเข้าวัดทำบุญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในโอกาสพิเศษ หรือทำเป็นกิจวัตรมาเป็นเวลานาน แม้ว่าวัดจะเป็นสิ่งใกล้ตัว แต่บางทีเราอาจจะเผลอมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ ไปก็ได้ หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนเหมือนการพาเราไปทำความรู้จักวัดอีกครั้ง ในมุมมองที่ใหม่ขึ้นและเก็บตกเกร็ดความรู้น่าสนใจที่ทั้งชีวิตคุณอาจจะแค่มองข้ามผ่านก็เป็นได้
Matichon

ช่วงวัย 20
ถูกตาต้องตาย (The Eyes Are The Best Part)
ผู้เขียน: Monika Kim
ผู้แปล: นิติ ชนภัณฑารักษ์
จีวอนต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้านหลังจากที่พ่อทิ้งแม่ไป เธอต้องแบกรับทั้งความกดดันจากการเรียนและจากอารมณ์ของแม่และน้องสาว แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อแม่ได้พาแฟนใหม่มาทำความรู้จัก ชายคนนั้นเป็นชาวอเมริกันผิวขาว ตาสีฟ้า ชื่อว่าจอร์จ จอร์จเริ่มเข้ามามีบทบาทในครอบครัวของจีวอนจนมากเกินไป สร้างความไม่พอใจให้จีวอนเป็นอย่างมาก และความไม่พอใจนี้เองก็ได้ก่อเกิดเป็นความแค้น เพราะจีวอนจะไม่มีวันยอมให้คนแบบนี้มามีอำนาจในบ้านหลังนี้เด็ดขาด
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
ช่วงวัย 20 ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างชีวิตวัยรุ่นกับวัยทำงานเป็นวัยที่เกิดความเครียดได้ง่าย
การอ่านนวนิยายจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผ่อนคลาย The Eyes Are The Best Part เป็นเล่มที่สามารถอ่านจบได้อย่างรวดเร็วด้วยการเล่าเรื่องไวและน่าติดตาม ทั้งยังสะท้อนอคติในสังคมและแรงกดดันที่บรรดาลูกสาวมักต้องเผชิญ โดยเฉพาะลูกสาวคนโตเชื้อสายเอเชีย
ไม่แน่ว่าเมื่อคุณอ่านเล่มนี้จบ คุณอาจมีแรงใจลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ตัวเองต้องการก็เป็นได้
(แต่ก็อย่าสุดโต่งจนเกินไปล่ะ!)
ช่วงวัย 30
ร้อยพันเรื่องราวในโลกศิลปะ (Timelines of Art)
ผู้เขียน: DK Team
ผู้แปล: รติพร ชัยปิยะพร
ร้อยพันเรื่องราวในโลกโลกศิลปะเรียบเรียงวิวัฒนาการประวัติศาสตร์ของโลกศิลปะผ่านผลงานตั้งแต่ภาพวาดฝีมือมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมนุษย์มาถึงยุคแห่งการก่อร่างสร้างอารยธรรม โลกแห่งศิลปะก็เฟื่องฟูมาพร้อมๆ กัน
เพื่อสะท้อนความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และเศรษฐกิจของอารยธรรมนั้นๆ ทำให้เราเห็นได้ว่าภาพวาดเหล่านี้นอกจากจะเป็นการบันทึกและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยังเป็นทั้งแรงบันดาลใจ ต้นกำเนิด และแนวทางพัฒนาขนบและขบวนการศิลปะให้แก่ศิลปินยุคปัจจุบัน ทั้งศิลปะเรอเนซองส์ ศิลปะบารอก ศิลปะโรโกโก จนถึงศิลปะป็อปอาร์ตในศตวรรษที่ 19 และศิลปะนามธรรมในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากศิลปะโบราณผ่านกาลเวลาและกระแสสังคม เช่น การปฏิวัติศาสนาและก็ทำให้ศิลปินหันมาผลิตผลงานเพื่อการค้าและตอบสนองความเป็นมนุษย์ การปฏิวัติสื่อสิ่งพิมพ์ก็ทำให้เกิดภาพพิมพ์และกระตุ้นการผลิตจำนวนมาก ชื่อเสียงของศิลปิน อย่าง โกลด โมเนต์, เอดัวร์ มาเนต์, ปอล โกแก็ง หรือ ฟรีดา คาโลห์ พร้อมแนวคิดและองค์ความรู้ที่ขับเคลื่อนโลกศิลปะของพวกเรา โลกแห่งศิลป์จึงแพร่หลายออกไปไกลกว่าถิ่นที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่ง
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
เป็นช่วงวัยที่เคร่งเครียดจากการทำงานและหลายคนมักพบจุดเปลี่ยนมากมายในช่วงวัยนี้ เช่น การเปลี่ยนสังคมที่เคยอยู่ การเปลี่ยนงานการมองอนาคต หรือการสูญเสียคนสำคัญ
หนังสือ Timelines of Art ร้อยพันเรื่องราวในโลกศิลปะ เหมาะกับคนวัยนี้เพราะจะช่วยเติมเต็มสมดุลสุนทรียภาพ ความคิดสร้างสรรค์ที่หายไป และให้เป็นแรงบันดาลใจในการหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิตในอนาคต นอกจากนี้ผู้คนในวัยนี้กำลังเติมเต็มตัวตนในวัยเด็กและความฝัน เล่มนี้จึงตอบโจทย์ทั้งความคิดสร้างสรรค์และความเป็นศิลปินและนักสะสมของใครหลายๆ คนได้
ช่วงวัย 40
Future You เราจะเป็นใคร… ในโลกใหม่
ผู้เขียน: สันติธาร เสถียรไทย
โลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่มนุษย์ส่วนใหญ่จะตามทัน ไม่ว่าจะเป็นเอไอที่มาเร็วจนแทบไม่ได้ตั้งตัว ประชากรสูงวัยที่มาเงียบๆ แต่ถาวร ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ดูไกลตัวแต่กระทบเราเต็มๆ หรือวิกฤตภูมิอากาศที่เปลี่ยนชีวิตของผู้คน ขณะที่การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และวิธีการทำงาน ก็สั่นคลอนไปพร้อมกัน
นี่ไม่ใช่หนังสือ ‘เล่าอนาคต’ แต่เป็น ‘เพื่อนคู่คิด’ สำหรับคนที่ไม่อยากเป็นเพียงผู้ชมของความเปลี่ยนแปลงแต่เลือกจะลุกขึ้นมาออกแบบเส้นทางของตนเอง องค์กรของตน และโลกที่ตนอยู่
เพื่อนคู่คิดคนนี้อยากชวนผู้อ่านเปลี่ยนคำถามจาก ‘วันนี้เรามีปัญหาอะไรต้องรีบแก้บ้าง’
ซึ่งมักพาเราไปสู่การก้มหน้าดับไฟไม่รู้จบ ไปเป็นคำถามที่ใหญ่กว่าและจำเป็นกว่าคือ ‘อนาคตเราอยากเป็นใคร…ในโลกใหม่’
คำถามนี้บังคับให้เราเงยหน้าขึ้น มองเห็นการเปลี่ยนแปลงรอบตัว มองเห็นจุดแข็งของตัวเอง
และเริ่มสร้างความหวังในการก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
ช่วงวัย 40 เป็นช่วงวัยที่ผ่านประสบการณ์การทำงานมาในระยะหนึ่ง ชีวิตผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายในวัย 20 ถึง 30 มาไม่มากก็น้อย บางคนอาจเป็นซีเนียร์ในองค์กร บางคนอาจกำลังถึงจุดอิ่มตัวและอยากเปลี่ยนเส้นทางใหม่ หรือบางคนอาจยังพยายามประคับประคองตัวเองให้ยืนอยู่ที่เดิมไว้
เพราะไม่รู้ว่าหากเปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว จะเป็นผลบวกหรือลบมากกว่ากัน Future You จึงเหมาะกับคนวัยนี้ ด้วยเป็นหนังสือที่จะชวนให้ผู้อ่านได้เตรียมรับมือกับโลกใหม่ที่กำลังจะมาถึง บางครั้งการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราพร้อมที่จะเปิดใจ เรียนรู้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเราเอง
Page/Shine Publishing
ช่วงวัย 20
ปิตาย (WISH WE ALL DIE IN PEACE)
ผู้เขียน: ชิรณะ
เพราะ ‘ปิตาย’ ไม่ได้เพียงแค่คำด่าทอที่ไร้แก่น แต่เป็นการตีแผ่ระบบที่ทำร้ายทุกเพศอย่างเลือดเย็น
หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณมองเห็นความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในคำพูด และการกระทำเล็กๆ อย่างการผิวปาก
ความไม่เท่าเทียมในงานบ้าน หรือแม้แต่ในเนื้อเพลงที่เราฟังกันจนชิน หากคุณต้องการเข้าใจว่า ‘ปิตาธิปไตย’ ฆ่าคนได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ร่วม ‘สังเวย’ ความเจ็บปวดไปกับ ‘ปิตาย’ รวมเรื่องเล่าหลากมิติที่จะกระชากหน้ากากสังคมและจิกกัดความเป็นมนุษย์จนแสบถึงกระดูก ผลงานชิ้นนี้จะเล่นกับความรู้สึกของคุณอย่างอำมหิต ตีแผ่ทุกบาดแผล ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ หรือเพศไหน เพราะเมื่อคุณเริ่มพลิกหน้ากระดาษ โลกที่คุณเคยรู้จักจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป!
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 20
เหมาะกับช่วงวัย 20 ปี เพราะช่วงวัยนี้ เป็นช่วงวัยที่มีความกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงตัวตน และความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งหนังสือเล่มนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในคำพูดและการกระทำต่างๆ
ช่วงวัย 30
มิพรากจาก มิอำลา (We Do Not Part)
ผู้เขียน ฮันกัง
ผู้แปล มินตรา อินทรารัตน์
การจากลานั้นไม่เคยเกิดมาจากความยินยอมพร้อมใจ และอาจไม่มีวันลุล่วงสมบูรณ์ไปตลอดกาล…
เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว คย็องฮาได้รับข้อความเร่งด่วนจากเพื่อนรัก เพื่อให้กลับไปช่วยชีวิตนกตัวน้อยท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำบนเกาะเชจู
ในความหนาวเหน็บอันโหดร้าย เธอพลัดหลงเข้าไปในโลกของหิมะ ที่ที่เขตแดนระหว่างความจริงกับความฝันพร่าเลือน ที่ที่ปัจจุบันและอดีตมาบรรจบ…
เมื่อเสียงที่สาบสูญของอดีตได้กลับมาสู่แสงสว่าง ความรักลึกซึ้งท่ามกลางประวัติศาสตร์ความรุนแรงจึงค่อยๆ คลี่คลายกลายเป็นสักขีพยานเฉลิมฉลองแด่ชีวิตและคำอำลาไม่ว่ามันจะเปราะบางเพียงใดก็ตาม…
ผลงานชิ้นเอกจากนักเขียนเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัล Man Booker International Prize และเจ้าของรางวัล Nobel Prize in Literature 2024
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 30
เหมาะกับช่วงวัย 30 ปี เนื่องจากช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ชีวิตยังต้องพบเจออีกหลากหลายเรื่องราว และเล่มนี้คือหนึ่งในบาดแผลของชีวิตที่ต้องพบเจอ
ช่วงวัย 40
สุขสันต์วันหมดอายุ
ผู้เขียน: ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด
เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไรให้พังน้อยที่สุด
วันนี้คงมีเรื่องปวดหัวมากมาย แต่พรุ่งนี้ก็ต้องกัดฟันสู้เอาชีวิตรอดต่อไปเหมือนเดิม
9 เรื่องราวชวนหัวเกี่ยวกับวันหมดอายุที่จะสั่นสะท้านทุกเฉดอารมณ์ ตั้งแต่ชายผู้ถูกคุมขังในบ้านพักพิลึก คดีป่วนที่เขย่าขวัญคนทั้งหมู่บ้าน ความลับดำมืดของหมอฟัน เด็กน้อยที่เติบโตในยุคเหมืองดาวเคราะห์น้อย ตู้เย็นของแม่ที่อัดแน่นด้วยอดีตเรียกน้ำตา และอื่นๆ ที่จะซึมลึกในห้วงอารมณ์
ผลงานของนักเขียนรางวัลพานแว่นฟ้า รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และผู้เขียน GHOST ME FREE WIFI
สะท้อนความพังของมนุษย์เมื่อชีวิตสู้กลับจนเกินต้าน แต่ไม่ว่าเราจะสะบักสะบอมแค่ไหน ชีวิตก็ยังสวยงามพอให้ก้าวต่อเสมอ
ทำไมถึงเหมาะกับคนช่วงวัย 40
เหมาะกับช่วงวัย 40 ปี เพราะเล่มนี้มีหลากหลายรสชาติ สะท้อนมุมมองของเรื่องราวแห่งวันที่ใกล้หมดอายุ เล่าด้วยภาษาที่จิกกัด แสบสัน ตามสไตล์ของคุณสีพรำ
