‘สวนเทพเจ้า’ คืออนิเมะเชื่อเต็ม บ้านพักคุสึโนกิกับสวนเทพเจ้า (Kami no Niwatsuki Kusunoki-tei) เป็นอีกอนิเมะ-มังงะ ที่ตอบโจทย์กระแส ‘ชีวิตเนิบช้า (slice of life)’ กระแสหนัง วรรณกรรม และอนิเมะว่าด้วยเรื่องราวที่ไม่ต้องมีอะไรมากมาย ไม่หวือหวา ไม่มีพล๊อตโลดโผน ไม่ต้องผจญภัย ต่อสู้กู้โลก แต่ว่าด้วยการละเลียดการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ซึ่งก็มีความสนุกจากกิมมิกด้วยแกนของการเล่าถึงชีวิตธรรมดาเหล่านั้น
สำหรับบ้านพักคุสิโนกิ ว่าด้วย ‘คุสึโนกิ มินาโตะ’ เด็กหนุ่มที่มีพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายขั้นสุด และจับพลัดจับผลู ไปดูแลบ้านโบราณหลังหนึ่งในพื้นที่ชนบท ซึ่งบ้านนั้น ได้กลายเป็นแหล่งพักพิงของเหล่าเทพตามความเชื่อแบบญี่ปุ่น กลายเป็นสวนที่เป็นจักรวาลเล็กๆ ในสวนหลังบ้าน
หลักๆ ตัวเรื่องจะว่าด้วยการใช้ชีวิตธรรมดาสามัญ อาจมีเรื่องราวตื่นเต้นประกอบเล็กน้อย แต่รวมๆ แล้ว เป็นอนิเมะประเภทเย็นกายเย็นใจ ดูไปเรื่อยๆ เหมือนอยู่ในโลกที่สุขสงบ ชวนให้กลับมามองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติซึ่งก็คือเหล่าทวยเทพที่แสนจะน่ารักอีกครั้ง
ชีวิตในสวนเทพเจ้า เป็นการพาเราหลีกหนีออกจากโลกสมัยใหม่และโลกทุนนิยม กลับไปเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และสิ่งเหนือธรรมชาติคือเหล่าทวยเทพ ที่มาสถิตและสร้างจักรวาลของธรรมชาติในสวนหลังบ้าน ทั้งยังเป็นการกลับไปสู่วิถีชนบทของชุมชน กลับไปมองเห็นมนต์ขลัง ผู้คน และความหมายของชีวิตที่เราอาจทำหายไปในโลกสมัยใหม่

Disenchantment และการกลับมาของเทพของธรรมชาติ
ความสนุกของบ้านพักคุสึโนกิ นอกจากความสบายใจในการพาเรากลับไปยังบ้านชนบทอันเนิบช้า ซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยเทพเจ้า คือก็เรื่องเทพเจ้าที่กลับมาสถิตและสร้างจักรวาลในสวนหลังบ้าน
บริบทและฉากของบ้านพักคุสึโนกิ คือพื้นที่ชนบท และบ้านรวมถึงสวนของคุสึโนกิ เป็นพื้นที่ที่มั่นคง ปลอดภัย และเนิบช้า เป็นโลกตรงข้ามกับชีวิตในเมืองใหญ่ที่เราใช้ชีวิตอยู่
การกลับมาของการมองเห็นเหล่าเทพเจ้า ตามความเชื่อของญี่ปุ่นเทพเจ้าที่มักสถิตเป็นตัวแทนของธรรมชาติหรือพื้นที่ธรรมชาติต่างๆ โดยที่การมีอยู่ของทวยเทพและความเชื่อเรื่องทวยเทพ ก็ได้จืดจางไปในโลกสมัยใหม่
นิยามหนึ่งของแมกซ์ เวเบอร์ (Max Weber) คือการอธิบายภาวะ ‘Disenchantment’ คือโลกสมัยใหม่ที่เข้ามา สิ่งต่างๆ ถูกอธิบายด้วยหลักเกณฑ์ ด้วยกระบวนการ ด้วยความเป็นวิทยาศาสตร์ เราใช้ชีวิตไปในชีวิตประจำวัน ทำงาน ใช้ชีวิต สิ่งต่างๆ ดำเนินไปตามหลักการและความเป็นไปที่อธิบายได้ด้วยการคำนวณ ตัวเลข และความรู้แบบสมัยใหม่

สิ่งที่หายไปจากโลกและชีวิตของเราคือมนต์ขลัง และความมหัศจรรย์ในการใช้ชีวิต เป็นโลกที่ด้านหนึ่งก็ชืดชา น่าเบื่อหน่าย จำเจ ทุกอย่างเป็นไปหลักการ เหตุผล เป็นโลกที่เราทำประกายของความเชื่อ ของความมหัศจรรย์หล่นหายไป
โลกที่มนุษย์เราเคยมองเห็นและเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร ของวงจร ของความเป็นไปของธรรมชาติ ถูกอธิบายด้วยสิ่งที่ชืดชาและเหินห่างกว่า จากฟ้า ฝน ลม เมฆ ท้องทะเล พืชพรรณ ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและความหมาย เรากลับมองเห็นเพียงแง่มุมทางชีววิทยา ต้นไม้คือต้นไม้ ทะเลคือทะเล
ดังนั้น การกลับมาของเหล่าทวยเทพในบ้านพักคุสึโนกิ สายตาของมนุษย์ที่มองเห็นสิ่งต่างๆ มีความหมายและมีตัวตนมากไปกว่าแค่คำอธิบายของโลกสมัยใหม่ เรามองเห็นภูเขาผ่านเทพเจ้าแห่งภูเขา มองเห็นสายลม สายฟ้า และเรื่องราวความเป็นไปในธรรมชาติ ซึ่งมองเห็นผ่านสิ่งที่เหนือธรรมชาติต่างๆ
ในเบื้องต้น คือการมองเห็นความหมายและเรื่องเล่าที่มากมายขึ้น ซึ่งจางหางไป เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในโลกทุนนิยมและวิถีชีวิตสมัยใหม่
ชีวิตชนบทและการกลับสู่ธรรมชาติ
สิ่งที่น่าสนใจและน่าหลงใหลของ ‘สวนเทพเจ้า’ น่าจะอยู่ที่ความปรารถนาลึกๆ ของเราผู้ชมในฐานะมนุษย์ คือเรามองหาประกายที่พ้นไปจากชีวิตอันน่าเบื่อ รวมถึงการหนีออกจากการใช้ชีวิตในโลกทุนนิยมอันเร่งรีบและถูกกำกับด้วยความหมายจากการผลิตและการสะสมสิ่งต่างๆ
บ้านพักคุสึโนกิ ว่าด้วยการกลับไปสู่พื้นที่ชนบท ที่สวนหลังบ้าน ซึ่งกลายเป็นที่อาศัยของเทพเจ้า ซึ่งก็คือการจำลองโลกธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไว้ผ่านสัญญะของสวนและองค์ประกอบของสวนหลังบ้าน สวนหลังบ้านกลายเป็นสถิตของเทพเจ้าประจำทิศ มีต้นการบูรใหญ่ มีความเปลี่ยนแปลงที่งดงามตามฤดูกาล
การมองเห็นเทพเจ้า จึงสะท้อนถึงการมองเห็นความสงบงามในธรรมชาติ และการกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในสมดุล ซึ่งจริงๆ คุสึโนกิ มินาโตะ เอง ก็เป็นตัวละครที่ไม่ได้มีความปรารถนาหรือความพยายามในการดิ้นรนหรือใช้ชีวิตไปแนวทางไหน แค่เป็นผู้ที่มีใจปรารถนาดีต่อสิ่งและผู้คนต่างๆ

สิ่งที่น่าสนใจของการมองเห็นทวยเทพ นอกจากจะเป็นการมองเห็นความหมายของธรรมชาติแล้ว การกลับไปใช้ชีวิตในชนบท และการนำพาเทพเจ้ากลับไปสู่ชีวิตของผู้คน ความหมายต่างๆ ที่เทพเจ้ามอบให้จากเรื่องเล็กๆ ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ค่อยๆ หายไปจากโลกทุนนิยม
ในเรื่อง เทพเจ้าแห่งภูเขา มีความสัมพันธ์กับมนุษย์ และมีความสัมพันธ์กับชุมชนในแบบดั้งเดิมซึ่งมนุษย์ยังทั้งใช้ชีวิตแบบสังคมชนบท คือเป็นชุมชนขนาดเล็ก และมนุษย์ยังมีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ
ความชื่นชอบของเทพแห่งขุนเขา ค่อนข้างให้ค่ากับสิ่งต่างๆ ที่ค่อยๆ ถูกทำลายไปในโลกทุนนิยม จากกิจการของหวานหรือขนมญี่ปุ่นซึ่งสืบทอดงานช่างรุ่นสู่รุ่น สู่กิจการสิ่งพิมพ์ การกลับมาของทวยเทพคือการมองเห็นความหมายในสิ่งที่เสี่ยงจะสูญหายไปในโลกปัจจุบัน
รวมถึงความเชื่อดั้งเดิม เช่น ซึคุโมกามิ ความเชื่อที่ว่าสิ่งของกลายเป็นภูติได้ ซึ่งในเรื่องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ที่ดูแลสิ่งของนั้นๆ จนมีตัวมีตนและมีวิญญาณ
การกลับมาของความมหัศจรรย์ ในการมองเห็นโลกที่มีภูติและทวยเทพ ถือเป็นการมองเห็นความเชื่อมโยงของมนุษย์ในโลกยุคก่อนสมัยใหม่ เป็นชีวิตที่มนุษย์ทำหล่นหายไปหลังศตวรรษที่ 19 ที่ไม่ได้หมายความแค่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่คือการมองเห็นความหมายที่อาจพ้นไปจากสิ่งที่ตาเห็น ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ในวงรอบของธรรมชาติ ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กระทั่งความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัว
อ้างอิงจาก