ฟิลลิป ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความงัวเงีย นี่เป็นอีกวันที่เขาต้องลุกมาดิ้นรนในฐานะคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำอาชีพนักแสดงในดินแดนไกลบ้านเกิด
ที่นี่เขาคือคนแปลกหน้า คือคนขาวท่ามกลางคนญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าบ้าน สถานะทางการงานของฟิลลิป ถือว่าลุ่มๆ ดอนๆ ได้งานบ้างไม่ได้งานบ้าง เขารับทุกงานแสดงที่พอจะให้เลี้ยงชีพต่อไปได้ เดินสายตั้งแต่โฆษณายาสีฟัน ยันเล่นบทเล็กๆ ในละครแอร์ไทม์น้อย
สำหรับคนญี่ปุ่น ฟิลลิปยังคงเป็น ‘ไกจิน’ คนนอกที่ไม่มีทางเข้าใจค่านิยมและขนบวัฒนธรรมได้เลย
แล้ววันหนึ่งปลายสายนายหน้าก็โทรมาให้ฟิลลิปรับงานที่ต้องไปร่วมเป็นแขกในพิธีสำคัญงานหนึ่ง เขาไปโดยที่ไม่รู้ว่าคืองานอะไร และจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือการเป็นชาวตะวันตกอย่างที่เขาเป็น และแสร้งเป็นคนรู้จักของเจ้าภาพ แน่นอนว่าการแสดงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฟิลลิป แต่ข้อที่ชวนสงสัยคือตำแหน่งแห่งที่ซึ่งเขาต้องวางตัวในสถานการณ์วันนั้น
ฟิลลิปมารู้ทีหลังจาก ชินจิ (แสดงโดย ทาเกฮิโระ ไฮรา) เจ้าของบริษัทจัดงาน ว่าพิธีทั้งหมดนั้นคือการจัดฉาก การจ้างฟิลลิปคือส่วนหนึ่งของบริการให้เช่าคนสำคัญ ที่เรามักจะรู้จักหลวมๆ ว่า บริการครอบครัวให้เช่า หรือก็คือ Rental Family ตามชื่อหนังที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่เอง
![]()
ธุรกิจครอบครัวให้เช่า เพื่อนเช่า แฟนเช่าในญี่ปุ่นอาจเป็นเรื่องที่เรามักจะได้ยินกันมาบ้าง ทว่าสำหรับคนนอก แนวทางของธุรกิจนี้ก็อาจทำเอาขมวดคิ้ว กระทั่งตั้งคำถามถึงเหตุผลที่มาของธุรกิจ ตรงนี้เองที่หนังเรื่อง Rental Family หยิบยกเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ดูฉาบฉวยมาเล่าอย่างลึกซึ้ง และบอกถึงใจความสำคัญที่ทำให้ใครบางคนยังหวังพึ่งบริการให้เช่าคนที่เราขาดหายไป
การที่หนังเลือกตัวเอกเป็นฟิลลิป แสดงโดย เบรนแดน เฟรเซอร์ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะการจะพาคนดูไปทำความรู้จักกับวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย จำเป็นต้องพึ่งสายตาจากคนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคนนอกกับคนใน ตัวละครฟิลลิปเป็นคนต่างชาติที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นมาหลายปี ค่อนข้างคุ้นเคยกับภาษา สถานที่ และผู้คนในระดับที่ทำอะไรได้อย่างไม่ติดขัด แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายเรื่องในสังคมญี่ปุ่นที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
บริการครอบครัวเช่าหรือการเช่าคนสำคัญคือเรื่องที่ฟิลลิปเข้าใจได้ยากตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จัก และเบรนเดน ฟราเซอร์ ถ่ายทอดจุดนี้ออกมาได้ดีจนต้องชื่นชม ด้วยความที่ฟิลลิปเคยเติบโตมาในสหรัฐอเมริกา สำหรับเขาชีวิตจริงและการแสดงนั้นแยกออกจากกันอย่างชัดเจน การแสดงคืออาชีพที่ไม่มีทางก้าวก่ายไปถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว เส้นแบ่งนี้คือจรรยาบรรณที่ฟิลลิปยึดถือเป็นที่สุด จนกระทั่งได้มาเจอกับบริการครอบครัวเช่า
ในมุมของฟิลลิป การปลอมตัวไปเป็นคนสำคัญของใครสักคนในชีวิตจริงคือ ‘การโกหก’ มากกว่าจะเป็นการแสดง และอาจจะเป็นการเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นจนทำให้เสียเรื่อง มันคือการเล่นกับความรู้สึกของคนที่พวกเขามอบบริการให้ แต่กับเจ้าของบริษัทอย่างชินจิ ชายที่มีพื้นเพเป็นคนญี่ปุ่น บริการ ‘ขายความรู้สึก’ นี้คือทางออกเดียวของคนที่หวังหาที่พึ่ง และฟิลลิปคือชายชาวตะวันตกที่มีลูกค้าบางคนต้องการ
ธุรกิจเช่าคนสำคัญเติบโตขึ้นได้ สาเหตุหลักอาจมาจากความเฉพาะตัวของสังคมญี่ปุ่นเอง ซึ่งกำลังเผชิญกับการกลายเป็นสังคมที่โดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา การโหมทำงานหนักจนไม่เหลือเวลาไปปฏิสัมพันธ์กับใครอื่น ขนาดครอบครัวที่หดเล็กลง และสภาวะสังคมสูงวัยสุดขั้ว หลังจากที่ฟิลลิปเริ่มรับงานเพื่อเข้าไปเป็นคนสำคัญในชีวิตของลูกค้า ตัวเรื่องก็ค่อยๆ เผยให้ฟิลลิปได้เข้าใจถึงความซับซ้อนของสังคมและคนญี่ปุ่น ทั้งในมุมที่สวยงาม และเจ็บปวด
![]()
ในช่วงแรก Rental Family นำเสนอแง่งามของธุรกิจผ่านตัวละคร ไอโกะ (แสดงโดย มาริ ยามาโมโตะ) พนักงานที่ทุ่มเทกับการเป็นคนสำคัญในชีวิตลูกค้า เธอเล่าให้ฟิลลิปฟังว่า สำหรับเธอแล้ว การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตลูกค้านั้นมีความหมายแค่ไหน การปลอมเป็นใครสักคนอาจไม่ใช่คำโกหก แต่เป็นความจริงที่อีกฝ่ายเลือกจะเชื่อ คนเหล่านั้นอาจเฝ้ารอการมีตัวตนของคนที่เธอหรือฟิลลิปสวมบทมาตลอดชีวิต
เรื่องราวของหนังพาเราไปเฝ้ามองปฏิสัมพันธ์ระหว่างฟิลลิปและลูกค้าหลายราย ที่ล้วนตอบโจทย์ค่านิยมการพยายามมีหน้ามีตา การพยายามกลมกลืนกับคนหมู่มาก และการมีตัวตนในสังคมของคนญี่ปุ่น ฟิลลิปต้องไปรับบทเจ้าบ่าวในพิธีวิวาห์ของเจ้าสาวที่อยากให้พ่อแม่ได้เห็นเธอแต่งงานสักครั้ง ไปเล่นเกมเป็นเพื่อนกับฮิคิโคโมริที่ไม่ยอมออกไปไหนมาไหน ไปเป็นคนดูให้นักร้องที่จัดแสดงโชว์ ในธุรกิจนี้งานบางงานจบลงภายใน 1 วัน งานบางงานคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
หนึ่งในจุดหักเหของ Rental Family คือการที่ฟิลลิปทำหน้าที่รับบทคุณพ่อให้กับ มีอา (แสดงโดย แชนนอน มาฮินา กอร์แมน) เด็กสาวที่เติบโตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยวชาวญี่ปุ่น ภารกิจของฟิลลิปคือการทำให้มีอาเชื่อว่าเขาคือพ่อจริงๆ พ่อที่ห่างเหินไปจากชีวิตของเธอและแม่ แต่กลับมาหาเพื่อการันตีกับโรงเรียนที่มีอากำลังจะเข้าเรียนว่า เธอมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมและพร้อมสนับสนุนเธอทุกอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างฟิลลิปเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นความสัมพันธ์ที่คล้ายกับพ่อ-ลูกกันจริงๆ ฟิลลิปมาเติมช่องว่างที่ขาดหายในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานหนัก ทั้งไปร่วมกิจกรรมกับมีอาที่โรงเรียน พาเธอไปเที่ยวในวันหยุด สำหรับมีอาฟิลลิปคือพ่อแท้ๆ ของเธอ ฟิลลิปเองก็คิดว่าการเป็นพ่อให้มีอานั้นจริง มากกว่าจะเป็นการแสดง
![]()
ความปวดร้าวและความเป็นจริงของธุรกิจให้เช่าคนสำคัญมาเยือนในวันที่บริการระหว่างฟิลลิปและมีอาต้องสิ้นสุดลง มีอาต้องแยกจากพ่อ (ไม่จริง) ที่เพิ่งจะกลับเขามาในชีวิตได้เพียงเวลาสั้นๆ ฝั่งฟิลลิปเองต้องปวดใจที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่มอบให้ หนังยังพาไปสัมผัสพื้นที่เทาๆ และความเสี่ยงที่คนทำธุรกิจนี้ต้องเจอ ในฉากที่ไอโกะต้องรับงานแอบอ้างเป็นเมียน้อย ซึ่งฝั่งผัวจ้างมาเพื่อที่จะหาสถานการณ์หย่าเมีย ไอโกะต้องทนรับคำด่าทอ ดูหมิ่น และอาจถึงขั้นโดนทำร้ายร่างกายเพื่อแลกกับเงินเข้าบริษัท
หนังไม่ได้เพียงฉายภาพความหมายของการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตใครสักคน แต่ยังสะท้อนเส้นแบ่งที่พร่าเลือน และเงื่อนไขของการทิ้งระยะห่างในความสัมพันธ์ที่ได้ก่อร่างสร้างไว้ การทำตามคำขอสุดท้ายของชายแก่ในวันที่ความทรงจำใกล้เลือนหาย อาจดูเป็นการช่วยเหลือที่ลึกซึ้งกินใจในมุมของฟิลลิป ทว่าก็ตามมาด้วยผลร้ายแรงที่ต้องแบกรับเช่นกัน
![]()
ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง Rental Family พยายามหยิบเอามิติต่างๆ ของบริการเช่าคนสำคัญออกมาเล่าให้ครอบคลุมที่สุด มองบริการนี้อย่างเข้าใจและให้ภาพบวก ในตอนท้ายตัวธุรกิจของชินจิมีการปรับปรุงนโยบาย บริษัทยกเลิกบริการ ‘ขอโทษแทน’ ที่ไอโกะต้องรับมือบ่อยครั้ง และเลือกเคสลูกค้าด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
กับตัวฟิลลิปแล้ว งานนี้กลายเป็นงานที่มีความหมายกับเขามากกว่าการเป็นนักแสดงหนังดังเรื่องไหนๆ ฟิลลิปดูจะมีความสุขกับการได้เข้าไปเป็นส่วนที่ขาดหายในชีวิตของใครสักคน หากเทียบกัน การถามว่า “ผมต้องรับบทอะไร?” ของฟิลลิประหว่างต้นเรื่องและท้ายเรื่องจึงแตกต่างกันมหาศาลทีเดียว
ในฝั่งคนดูอย่างเรา คำถามสำคัญหลังดูเรื่องนี้จบคงอยู่ที่ว่า หากมีโอกาสสักครั้ง ใครกันที่เราจะเช่า เพื่อมาเป็นตัวแทนคนที่เราขาดหาย