เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา บริการคอนเทนต์สตรีมมิ่งเจ้าใหญ่อย่าง Netflix ได้เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (หลังจากเริ่มให้บริการในไทยมาตั้งแต่มกราคม 2559) ซึ่งนอกจากซับไตเติ้ลภาษาไทยที่มีมาพักใหญ่ๆ แล้ว วันนี้ทั้งหน้าเว็บ ชื่อซีรีส์ ชื่อหนัง เรื่องย่อ ไปจนถึงข้อความต่างๆ ใน UI ยังเป็นภาษาไทยทั้งหมดด้วย!
ในวันที่เน็ตฟลิกซ์เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เรามีโอกาสได้เข้าพบสองผู้บริหาร David Burt รองประธานฝ่ายวางแผนและวิเคราะห์คอนเทนต์ และ Jessica Lee รองประธานฝ่ายสื่อสารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเมาท์มอยหอยสังข์ตามประสาคนชอบดูหนังดูซีรีส์เหมือนๆ กัน
The MATTER: ช่วยแนะนำซีรีส์ที่เหมาะกับการ binge watch (ดูทีละหลายๆ ตอนติดๆ กัน) ให้กับผู้ชมชาวไทยหน่อย
เจสสิก้า: ฉันแนะนำเรื่อง The Crown มากๆ แล้วก็ Stranger Things ด้วย
เดวิด: ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว แล้วเรามีสารคดีชุดหนึ่งที่สวยมากๆ ชื่อว่า Chef’s Table คุณจะได้เห็นการทำอาหารอย่างสวยงาม แล้วที่น่าสนใจคือตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับร้านอาหารในไทยที่ชื่อว่า Gaggan ผมรู้แหละว่าเขาไม่ใช่เชฟชาวไทย เขาเป็นคนอินเดีย แต่เขาก็ทำให้กรุงเทพฯ เป็นบ้านของเขาจริงๆ
The MATTER: เน็ตฟลิกซ์มักลงทุนสร้าง Original Series ของตัวเองด้วย คุณมีแผนจะร่วมมือกับผู้กำกับชาวไทยหรือโปรดักชั่นเฮ้าส์ไทยบ้างไหม
เดวิด: เราเชื่อในความเป็นสากลของเรื่องเล่า และเราก็รู้ว่าในไทยมีนักเล่าเรื่องเก่งๆ อยู่มากมาย ตอนนี้เรากำลังพูดคุยกับบางคนอยู่ แต่ยังบอกชื่อไม่ได้ ทั้งนี้เราก็อยากพูดคุยกับคนอื่นๆ ด้วย เรามี Creative Executive ประจำภูมิภาคอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้ที่สนใจก็สามารถติดต่อเข้ามาหาเราได้
The MATTER: นอกจากหน้า UI ภาษาไทยและซับไตเติ้ลภาษาไทย คุณได้จัดเตรียมคอนเทนต์สำหรับคนไทยโดยเฉพาะด้วยหรือเปล่า
เดวิด: เราอยากนำเสนอคอนเทนต์ดีๆ ให้กับคนไทยเป็นภาษาไทย โดยคอนเทนต์เหล่านี้มาจากทั่วโลก รวมทั้งประเทศในเอเชียซึ่งมีผู้กำกับฝีมือดีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยเอง อินเดีย ไต้หวัน หรือเกาหลี ซึ่งเกาหลีเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะซีรีส์เกาหลีเป็นที่นิยมมากในประเทศไทย และเราก็ตื่นเต้นมากที่จะได้นำเสนอซีรีส์เกาหลีให้กับผู้ชมชาวไทย อันที่จริง ผมก็เพิ่งรู้ตอนมาทริปนี้ว่าเจสชอบดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง Man x Man (แมนทูแมน) ในเน็ตฟลิกซ์มาก
เจสสิกา: แต่เราไม่ได้คัดสรรคอนเทนต์ให้คนไทยโดยเฉพาะหรอกนะ เพราะเราตั้งใจคัดสรรคอนเทนต์ให้ ‘คุณ’ คนเดียว หลายคนอาจคิดว่า คนไทยต้องชอบซีรีส์แบบนี้ คนสิงคโปร์ต้องชอบซีรีส์แบบนั้น แต่เราสนใจสิ่งที่ ‘คุณ’ อยากดูมากกว่า ในหน้า UI คุณจะเห็นแถบ ‘What’s Trending’ ซึ่งแนะนำเรื่องที่คนทั่วโลกกำลังดู แต่ถึงอย่างนั้นอัลกอริธึมก็จะคัดเฉพาะเรื่องที่คุณน่าจะชอบจากบรรดาเรื่องทั้งหมดที่คนทั่วโลกกำลังดู
เดวิด: คุณคงไม่อยากให้เราแนะนำซีรีส์หรือหนังเพียงเพราะใครซักคนในประเทศไทยกำลังดูมัน ทั้งที่คุณไม่ได้ชอบเนื้อหาแบบนั้นสักหน่อย
แล้วมีอะไรใหม่ในเน็ตฟลิกซ์ภาษาไทยอีกบ้าง? เราสรุปได้เป็น 3 ข้อใหญ่ๆ ดังนี้
1. เน็ตฟลิกซ์มีซีรีส์ที่อัปเดตตอนใหม่ทุกสัปดาห์แล้ว
อันที่จริงเน็ตฟลิกซ์ได้ใจสมาชิกกว่า 100 ล้านแอคเคาต์ทั่วโลกด้วยการปล่อยซีรีส์ทั้งซีซั่นให้ดูแบบรวดเดียวจบ หรือจะค่อยๆ ดูวันละตอน สัปดาห์ละตอน เดือนละตอน ก็ได้ทั้งนั้น เพราะประเด็นอยู่ที่ผู้ชมสามารถเลือกวันและเวลาได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องใช้ชีวิตผูกติดอยู่กับตารางฉายในทีวีอีกต่อไป
แต่ไม่นานมานี้เน็ตฟลิกซ์ได้เริ่มเปิดตัวซีรีส์ที่จะปล่อยสัปดาห์ละ 1 ตอน ได้แก่ Riverdale, Degisnated Survivior Season 2, Better Call Saul Season 3 และ Man x Man ซึ่งเรื่องหลังสุดนี่เป็นซีรีส์เกาหลีค่ะคู๊ณ! รู้เลยว่าเน็ตฟลิกซ์ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะสายฝ.ก็มา สายเกาก็มี กะเอาใจคนไทยสุดๆ

Man x Man
2. แอพฯ เน็ตฟลิกซ์มีฟังก์ชั่นโหลดเก็บไว้ดูด้วยนะ
โอเค ข้อนี้อาจจะไม่ใหม่เท่าไหร่นัก แต่เราไม่รู้มาก่อนเลยและคิดว่าหลายคนต้องยังไม่รู้เหมือนกันแน่ๆ โดยเฉพาะคนที่มักดูเน็ตฟลิกซ์ผ่านสมาร์ตทีวีหรือแล็ปท็อป คือผู้ชมสามารถใช้แอพฯ เน็ตฟลิกซ์โหลดซีรีส์ต่างๆ เก็บไว้ดูตอนไม่มีเน็ตได้ด้วย เป็นประโยชน์มากเวลาอยู่นอกบ้าน เพราะจะได้ดูซีรีส์แบบไม่เปลือง 4G

Credit: ibtimes.com
3. ซีรีส์และหนังใหม่ๆ
เน็ตฟลิกซ์อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ทุกสัปดาห์อยู่แล้ว และช่วงสองสามเดือนนี้ก็มีซีรีส์ หนัง และสารคดีเด็ดๆ เพียบ ยกตัวอย่างที่เพิ่งเข้าใหม่ในเดือนเมษายนก็เช่น 13 Reasons Why, Girlboss, Dear White People, Casting JonBenet ฯลฯ ตัวอย่างเรื่องที่จะเข้าใหม่ในเดือนพฤษภาคมได้แก่ House of Cards Season 5, Anne, War Machine และอื่นๆ อีกมากมาย

13 Reasons Why
Cover Illustration by Namsai Supavong