ช่วงนี้หากใครได้ติดตามแฟชั่นหรือเทรนด์จากต่างประเทศ คงจะได้เห็นการหวนคืนกลับมาสู่สป็อตไลต์อีกครั้งของ ‘JFK Jr. Stlye’ เทรนด์การแต่งตัวที่เคยโด่งดังเมื่อยุค 90s ถึงขั้นมีการจัดการประกวด JFK Jr. Look Alike Contest ในนิวยอร์กช่วงที่ผ่านมา เพื่อเฟ้นหาแฝดคนละฝาของจอห์น เอฟ. เคเนดี้ จูเนียร์ (John F. Kennedy Jr.) ด้วย
JFK Jr. Style คือรูปแบบการแต่งตัวของจอห์น เอฟ. เคเนดี้ จูเนียร์ บุตรชายของ จอห์น เอฟ. เคเนดี้ (John F. Kennedy) อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งโด่งดังขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1990 ที่เน้นความเรียบง่าย มินิมอล และเสื้อผ้าที่เหมือนไม่พยายาม แต่จัดวางอย่างลงตัว
ส่วนเหตุผลว่าทำไมชื่อของเขาถึงนำมาใช้ในการเรียกสไตล์การแต่งตัวในรูปแบบนี้ นั่นเพราะ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 วัฒนธรรมประชานิยม (Popular Culture) ด้านต่างๆ ล้วนผูกโยงกับเหล่าดารา นักแสดง หรือคนดัง อิทธิพลของพวกเขามีพลังมากพอที่จะกำหนดทิศทาง ตลอดจนเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัยได้
หลากหลายสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นในรูปแบบต่างๆ ช่วงปลายศตวรรษฯ จึงมีเหล่าคนดังเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ตัวอย่างเช่น James Dean Style กับการแต่งตัวที่เน้นความเท่แต่เรียบง่าย Paul Newman Style กับการแต่งตัวสไตล์คลาสสิก ประณีต ที่เมื่อแต่งออกมาแล้วดูสง่างาม หรือกระทั่งสไตล์การแต่งตัวของเจเอฟเค จูเนียร์ ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่ง People’s Sexiest Man Alive ประจำปี 1988 ทำให้ตัวเขาเอง ก็มีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของเหล่าชายหนุ่มในยุคนั้นไม่ต่างกัน
เบื้องหลังของ JFK Jr. Style คืออะไร ทำไมรูปแบบการแต่งตัวที่ไม่ได้มีการตัดเย็บหรือลวดลายพิเศษเฉพาะตัวใดๆ เป็นเพียงการหยิบจับเสื้อผ้าทั่วไปมาแมตช์กัน ถึงกลับมาได้รับความนิยมในปัจจุบันอีกครั้ง ทั้งที่โลกแฟชั่นทุกวันนี้เต็มไปด้วยสไตล์การแต่งกายอีกมากมายเต็มไปหมด

ความโหยหาสไตล์ในยุค 90s
ก่อนหน้านี้หลายคนน่าจะคุ้นหูกับคำว่า ‘Y2K’ ในแง่ของวัฒนธรรมยุค 2000 กันมาบ้างแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยได้หยิบเอาวัฒนธรรมในช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะด้านแฟชั่นกลับมาโลดแล่นในโลกปัจจุบันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นอกจากกระแส Y2K แล้ว ก็ยังมีทั้งเด็กรุ่นใหม่และผู้ใหญ่รุ่นเก่าอีกหลายคน ที่อยากย้อนเวลากลับไปสู่บรรยากาศของยุค 90s ด้วยการรื้อฟื้นสไตล์การแต่งตัวและวัฒนธรรมในยุคสมัยนั้นให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง
แล้วทำไมหลายคนถึงโหยหาช่วงทศวรรษ 1990 มากกว่ายุคอื่นๆ กัน? เรเน่ มิดเดิลโมสต์ (Renee Middlemost) อาจารย์ประจำสาขาการสื่อสารและสื่อระดับสากล จาก University of Wollongong ชี้ให้เห็นว่า ปรากฏการณ์การโหยหายุค 90s ของคนรุ่นใหม่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางยุคที่ผู้คนต้องเผชิญกับความหลากหลายบนโลกดิจิทัล ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้พบกับวัฒนธรรมประชานิยมจากอดีต ที่ถูกนำมาเสนอในรูปแบบใหม่ ตัวอย่างเช่น หนังหรือซีรีส์ยุค 90s ที่หยิบมานำเสนอใหม่ผ่านแพลตฟอร์สตรีมมิ่งปัจจุบัน นั่นจึงทำให้หลายๆ คนเริ่มหันกลับไปหลงใหลในวัฒนธรรมในยุค 90s ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในยุค 90s ยังเป็นอีกหนึ่งยุคสมัยที่ปรากฏให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม อันเป็นผลพวงของการเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในหลายๆ ด้าน อย่าง การพังทลายของเส้นแบ่งระหว่างความหรูหราและชีวิตประจำวัน เมื่อผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับภาพลักษณ์ที่ปรุงแต่งจนเกินพอดีในทศวรรษก่อนหน้า ยุค 90s จึงเกิดวัฒนธรรมที่เน้นการทดลองนำเอาความเรียบง่ายมาเป็นบรรทัดฐานสังคมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ขบวนการกรันจ์ (Grunge Movement) ที่ให้กำเนิดการแต่งตัวแนวขบถ อย่างการใส่ เสื้อเชิ้ตผ้าสักหลาด กางเกงยีนส์ขาดๆ เสื้อผ้าทรงหลวม หรือการผุดขึ้นของสไตล์มินิมอล (Minimalism) ที่เน้นการตัดเย็บที่เรียบกริบและโทนสีสะอาดตา เพื่อสะท้อนถึงความสงบนิ่งท่ามกลางความวุ่นวายของโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว
ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมเหล่านี้จึงหล่อหลอมให้สไตล์การแต่งตัวของจอห์น เอฟ. เคเนดี้ จูเนียร์ โดดเด่นขึ้นมา เพราะนอกจากบรรยากาศของยุค 90s ที่เปิดรับความหลากหลายมากขึ้นแล้ว เขายังหยิบเอาความเป็นคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับมรดกความเนี้ยบแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการสวมหมวกแก๊ปกลับด้านคู่กับชุดสูท หรือการจับคู่สูทด้านบนกับกางเกงยีนส์ด้านล่าง จนกลายเป็นลุคสบายๆ ที่ยังคงความสุขุม แต่ก็แฝงความขบถแบบคนรุ่นใหม่เอาไว้อย่างพอดี
ท่ามกลางโลกแฟชั่นที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว สไตล์ใหม่มาไม่ทันไรก็กลายเป็นเก่า ประกอบความรู้สึกโหยหายุค 90s ในหมู่คนรุ่นใหม่ JFK Jr.Style จึงสามารถกลับมาโลดแล่นและเป็นกระแสได้อีกครั้ง เพื่อตอกย้ำถึงความอมตะของความเรียบง่ายของเสื้อผ้าแบบเจเอฟเค จูเนียร์

ความดูดีที่ดูเหมือนไม่พยายาม
บ่อยครั้งที่เวลาเราจะแต่งตัวออกจากบ้านสักที ก็ต้องเลือกชุดให้แมตช์เป๊ะมากที่สุด จับชุดนู้นมาคู่กับชุดนี้อย่างประณีต เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาลงตัวและดูดี ซึ่งความพยายามเลือกและคัดสรรเสื้อผ้าแบบจงใจเกินไปนี่เอง ที่อาจสร้างความเหนื่อยหน่ายในการแต่งตัว จนหลายครั้งก็ทำให้เรารู้สึกเบื่อกับการแต่งตัวไปเลย
JFK Jr.Style จึงอาจกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจจากอดีตที่ผู้คนยุคใหม่หันกลับมามองหา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่ายในการแต่งตัว แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และสไตล์ของตัวเองเอาไว้ เพราะหัวใจสำคัญของสไตล์นี้ไม่ใช่ความเนียนกริบหรือความประณีต หากแต่เป็นความธรรมชาติ ที่ไม่ต้องพยายามอะไรมากมาย (effortlessness) แต่กลับออกมาลงตัวและสมบูรณ์ในตัวของมัน
ทั้งนี้ เราไม่ได้หมายความว่าการแต่งตัวของเจเอฟเค จูเนียร์ ไม่ได้ผ่านการคิดหรือการวางแผนแต่อย่างใด หากแต่ ‘ความไม่พยายาม’ ในที่นี้ คือภาพรวมของลุคที่ดูสบายและเป็นธรรมชาติ และเราจะเห็นความไม่พยายามนี้แทบทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวในที่สาธารณะ ตัวอย่างเช่น โดยปกติแล้วเมื่อสวมสูทท่อนบน หลายคนมักเลือกกางเกงที่ดูสุภาพเข้าชุดกัน แต่ใน JFK Jr.Style การหยิบสูทมาแมตช์กับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่ (Skinny Jeans) ก็สามารถสร้างลุคที่แตกต่างออกไปได้ โดยยังคงความสุภาพไว้ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสบายและความร่วมสมัยให้กับการแต่งตัว
หรือในภาพที่หลายคนน่าจะคุ้นตา หากนึกถึงเจเอฟเค จูเนียร์ คือภาพที่ตัวเขาแต่งชุดสูทและสวมหมวกแก๊ปกลับด้าน ปั่นจักรยานอยู่ท่ามกลางมหานครนิวยอร์ก อันเป็นภาพสะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติของสไตล์การแต่งตัวที่ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เดิมๆ มากนัก หากแต่เลือกผสมผสานความสุภาพเข้ากับความสบายในชีวิตประจำวัน จนกลายเป็นลุคที่ดูเรียบง่าย แต่กลับมีเอกลักษณ์อย่างน่าจดจำ
การนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูดี แต่เหมือนไม่ได้พยายามให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบจนเกินไป จึงกลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้การแต่งตัวของเขากลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอคอนของยุค 90s ที่ยังคงถูกหยิบยกมาเป็นต้นแบบการแต่งกายสำหรับหนุ่มๆ แม้เวลาจะผ่านมาหลายทศวรรษแล้วก็ตาม
ฉะนั้นแล้ว การหวนคืนกลับมาของ JFK Jr. Style สู่ความนิยมในปัจจุบัน จึงเป็นการตอกย้ำถึงความไร้กาลเวลาของเสื้อผ้าและแฟชั่นในบางสไตล์ ที่แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ก็ยังสามารถหยิบกลับมาสวมใส่ได้อย่างไม่ตกยุค
สำหรับใครที่อยากลองแต่งตัวแบบ JFK Jr. Style บ้าง ก็อาจมองหาเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้ มาลองสวมใส่ดู แต่ก็ไม่ต้องเค้นหรือพยายามให้มันเข้ากันมากเกินไปด้วยล่ะ เพราะบางครั้งการแต่งตัวที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การพยายามให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่คือการปล่อยให้เสื้อผ้าทำหน้าที่ของมันอย่างเป็นธรรมชาติ
อ้างอิงจาก