เพื่อนเราเลือกเองได้ แต่แฟนของเพื่อนเราเลือกไม่ได้
ได้ยินข่าวคราวว่าเพื่อนสนิทกำลังมีหวานใจคนใหม่ เราเองก็อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ รีบชวนมาอัปเดตอย่างไว เขาเป็นใคร ทำงานอะไร ที่ไหน ยังไงบ้าง ใครกันนะที่เอาชนะใจเพื่อนรักเราได้ แต่พอได้รู้จักนิสัยใจคอผ่านปากของเพื่อนซี้ หรือเห็นผ่านๆ บนโซเชียลมีเดียเท่านั้นแหละ จากความตื่นเต้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเหม็นหน้า เอาล่ะ ฉันไม่ชอบแฟนของเพื่อนคนนี้แล้วสิ
จริงอยู่ว่าเราไม่ได้เป็นคนตกลงปลงใจไปคบด้วย ต่อให้เราไม่ชอบก็ไม่ได้หมายความเขาจะเป็นแฟนที่ไม่ดีของเพื่อน เพราะยังไงคนที่ต้องตัดสินใจจริงๆ คือเพื่อนของเราอยู่ดี ถ้าเป็นคนอื่นเราคงหลีกเลี่ยงได้ง่ายขึ้น แต่เรื่องมันดันซับซ้อนก็ตรงที่เขาเป็นแฟนของเพื่อนเรา ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำความรู้จักหรือสนิทสนมกันไว้บ้าง ถ้าต้องเย็นชาใส่กันคงทำให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีแน่ๆ
ทั้งๆ ที่ไม่อยากสนิท แต่เขาดันเป็นแฟนของเพื่อน เราเลยต้องฝืนใจอย่างช่วยไม่ได้ ในสถานการณ์นี้เราควรทำยังไง เพื่อไม่ให้อึดอัดกันทุกฝ่าย

เหตุผลของคนไม่ชอบแฟนเพื่อน
ก่อนอื่นมาว่าด้วยเหตุผลกันสักหน่อยดีกว่าว่าทำไมเราถึงไม่ชอบแฟนเพื่อน เพราะความรู้สึกไม่ชอบย่อมมีที่มาที่ไป หากเราหาต้นตอเจอก็จะช่วยให้เราหาทางออกได้ง่ายขึ้น
อันที่จริงการที่เราเกิดไม่ชอบแฟนเพื่อนขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก มีคนอีกมากมายที่เคยประสบปัญหานี้เหมือนกัน หากใครที่เคยดูเรื่อง Friends (1994) ซิตคอมสุดไอคอนิกยุค 90 ว่าด้วยเรื่องราวของเพื่อนสนิท 6 คนในย่านแมนฮัตตัน ก็คงพอจะนึกออกว่ามีหลายครั้งที่แฟนของเพื่อนเข้ากับเราไม่ได้
มีหลายเหตุผลที่ทำให้เราเกิดอาการไม่ชอบแฟนเพื่อน เคย์ลี โรส ฟรีดแมน (Kaylee Rose Friedman) นักบำบัดด้านเพศและความสัมพันธ์ อธิบายไว้ 2 สาเหตุหลักคือ แฟนของเพื่อนปฏิบัติกับเพื่อนของเราไม่ดี ทำให้เราพาลไม่ชอบเขาไปด้วย หรือไม่ก็เพราะนิสัยของแฟนเพื่อนที่ไม่เข้ากับเราจริงๆ
ว่าด้วยเหตุผลแรกคือ ไม่ชอบเพราะแฟนของเพื่อนปฏิบัติกับเพื่อนเราไม่ดี หรือดูเข้ากันไม่ได้ เช่น เพื่อนเราเป็นคนร่าเริง แต่พออยู่กับแฟนกลับเป็นคนเงียบขรึมมากขึ้น หรือแฟนเพื่อนชอบพูดจาหักหน้า ปล่อยให้เพื่อนเราถือของคนเดียว หรือแม้กระทั่งการนอกใจ เหตุผลเหล่านี้ก็มีน้ำหนักเพียงพอที่ทำให้เราไม่ชอบแฟนเพื่อนได้แล้ว
แต่นอกเหนือจากนั้น บางครั้งเราก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่านิสัยของแฟนเพื่อนมีจุดที่เรารู้สึกไม่คลิกจริงๆ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นไปได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นชอบพูดเสียงดัง ไม่เข้าใจมุกที่เราเล่น ความเชื่อไม่ตรงกัน ไปแม้กระทั่งไลฟ์สไตล์ต่างกัน เช่น เรากับเพื่อนชอบไปเที่ยวแนวธรรมชาติ แต่แฟนเพื่อนชอบเดินห้างแบบติดแกลม หากเราต้องไปไหนมาไหนด้วยกันพร้อมหน้า ก็คงต้องมีการปรับตัวกันยกใหญ่
ขนาดคนทั่วไปเรายังเลือกแล้วเลือกอีกเลยว่าจะคบกับใคร แต่พอเป็นแฟนเพื่อน เราไม่ได้มีทางเลือกแบบเดียวกัน ทำให้บางครั้งเราอาจต้องฝืนใจทำความรู้จักด้วย เพราะเขาดันเป็นคนที่เพื่อนเลือกมานี่นา
แต่ไม่ว่าจะเหตุผลไหน หากเราเริ่มรู้สึกไม่ชอบแฟนของเพื่อนสนิทขึ้นมายังไงก็เป็นเรื่องน่าอึดอัดใจไม่น้อย เพราะในมุมของเพื่อน ก็อาจมองเห็นข้อดีอย่างที่คนนอกอย่างเรามองไม่เห็น แถมการที่เพื่อนได้เจอคนที่ทำให้มีความสุข เราก็ต้องรู้สึกยินดีด้วยเป็นธรรมดา แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่อาจมองข้ามนิสัยบางอย่างที่เราไม่ชอบใจไปได้ จนอดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเราน่าจะหาได้ดีกว่านี้นะ (เศร้าจัง)

บอกดีไหม ว่าเราไม่ชอบแฟนแก
ถึงแม้เรากับเพื่อนจะสนิทกันแค่ไหน แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรัก ยังไงเราก็เป็นคนนอกในความสัมพันธ์อยู่ดี การที่เราชอบหรือไม่ชอบ ก็อาจไม่สำคัญเท่ากับความสุขของเพื่อนกับคนเขาเลือกแล้ว แต่หากเรารู้ตัวแน่ชัดแล้วว่าไม่ชอบแฟนเพื่อนจะทำไงดี
ในสถานการณ์นี้ไม่มีคำตอบตายตัว หากว่าเราไม่ชอบเพราะความสัมพันธ์นั้นทำให้เพื่อนเราทุกข์ใจ การพูดออกไปก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หากเป็นเพราะเราไม่ชอบนิสัยบางอย่าง หรือบรรยากาศเวลามีแฟนเพื่อนอยู่ด้วย การเลือกจะพูดออกไปก็อาจต้องทำด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ไม่งั้นอาจกลายเป็นว่าคนที่ต้องเลิกคบกับเพื่อน ไม่ใช่แฟนเขา แต่เป็นเราแทนต่างหาก
เรเชล ซัสแมน (Rachel Sussman) นักสังคมสงเคราะห์คลินิกได้ให้คำแนะนำในสถานการณ์นี้ว่า สิ่งที่เราทำได้คือการเฝ้าสังเกต และเลือกว่าจะหยิบอะไรขึ้นมาพูด โดยระหว่างนี้เราอาจยังไม่ต้องพูดอะไร แต่ลองสังเกตท่าทีของเพื่อนกับแฟนดูไปก่อน เช่น เพื่อนเราพูดถึงอีกฝ่ายยังไง เขาปฏิบัติกับเพื่อนเรายังไง หรือตอนเจอกับเรา เขาให้เกียรติเราไหม หรือสุภาพกับคนอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า
หากเราสังเกตทั้งหมดแล้วไม่มีปัญหา เขาไม่ได้ทำตัวแย่ๆ กับเพื่อนเรา หรือล้ำเส้นเรามากเกินไป เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร และกลับมาจัดการตัวเอง เช่น หากคิดว่าลองทำความรู้จักก็ไม่เสียหายก็อาจลองไปเจอเพื่อทำความรู้จักให้มากขึ้น อาจช่วยให้เราเข้าอกเข้าใจอีกฝ่ายกว่าเดิม หรือหากเราทนไม่ไหวจริงๆ ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ ก็ไม่ผิดอะไร เพียงแค่เฟดตัวออกมาเงียบๆ ไปเจอบ้างตามโอกาสเท่านี้ก็พอแล้ว
สุดท้าย หากเพื่อนถามความเห็น หรือเราจำเป็นต้องพูดกับเพื่อนไปตรงๆ อย่าลืมพูดโดยนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอนะ เพราะการบอกความรู้สึกนี้ไป แง่หนึ่งจะทำให้เราโล่งใจขึ้น แต่การที่เพื่อนรับรู้ว่าเราไม่สบายใจเพราะคนรักของตัวเอง ก็อาจทำให้เขากังวลแทน ดังนั้น เราควรพูดด้วยความเป็นกลาง และเคารพการตัดสินใจของเพื่อนด้วยนะ ถึงเราจะไม่ชอบแฟนเพื่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพเราต้องจบไปลงด้วย
ทำไงได้ ก็เรื่องหัวใจมันบังคับกันไม่ได้นี่นา
อ้างอิงจาก