เนื้อแนบอิงแอบกันตั้งแต่ใบหน้าลงมาถึงบั้นเอว ขาสองคู่สอดรับพัลวัน ผลัดกันดึงเข้าผลักออก เหมือนร่างกายจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แต่น่าเสียดายที่แนบชิดเพียงกาย ในใจกลับนึกถึงไปว่าเจ้าของร่างกายตรงหน้าเป็นใครอื่น
บางครั้ง วันฝนฟ้าเป็นใจ วันได้ผ่านที่เดิมๆ เมื่อความคิดเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ความทรงจำอาจเผลอรื้อคุ้ยเอาฉากเก่าขึ้นมาฉายใหม่ แน่ล่ะ หากเราไม่ได้ความจำเสื่อม ย่อมนึกขึ้นมาได้บ้างว่าเกิดใคร เคยทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แต่เมื่อเรามีคนข้างกาย ที่กำลังสร้างความทรงจำใหม่ๆ ด้วยกัน ความคิดที่โลดแล่นไปถึงวันเก่า อาจทำให้เรารู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง แต่พอความคิดมันผ่านพ้นไปความรู้สึกผิดก็บรรเทาลง

สถานการณ์ในวันธรรมดายังพอจะเข้าใจความคิดที่มันโลดแล่นอย่างห้ามไม่ได้ แต่ในสถานการณ์อย่างตอนมีเซ็กซ์ ช่วงเวลากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เนื้อกายสัมผัสแนบชิด หากจะบอกว่า ‘เผลอ’ นึกถึงคนอื่นก็คงฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่นัก แต่ยิ่งคิดมันกลับยิ่งเสวซ่าน ยิ่งเติมเต็มจินตนาการไปไกล แต่ความฟินนั้นมันพ่วงเอาความรู้สึกผิดตามมากดทับใจไว้จนหนักอึ้ง
อาจด้วยบรรทัดฐานสังคมที่นิยมระบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) มีรักก็ต้องซื่อสัตย์ ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ ความรักมีพื้นที่ให้แค่ 2 คนเท่านั้น หากมีใครสักคนเข้ามาเอี่ยวในเรื่องนี้ แปลว่ารักนั้นเกิดปัญหาเข้าแล้วล่ะ ทีนี้ การนอกกาย นอกใจ เป็นเรื่องเป็นราว อย่างการปันใจให้คนอื่น ไปมีความสัมพันธ์ลับหลังอีกฝ่าย หรือแม้แต่อะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างการหยอดคำหวาน แต่ทำเป็นบอกไม่คิดอะไร ที่เรียกกันว่า Micro Cheating อะไรเหล่านี้เรานับว่าเป็นการนอกใจ
แล้วเรื่องที่เราคุยกันในวันนี้ล่ะ การจินตนาการเป็นหน้าเธอ ละเมอไปไกล แม้ตอนมีเซ็กซ์กับคนรัก มันผิดเท่าการนอกใจเลยหรือเปล่า ความคิดโลดแล่นในหัวเพียงชั่วครู่ ที่นำพาความรู้สึกผิดทีหลังมาด้วย มันอยู่เส้นไหนในเรื่องนี้กัน

มันฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ไม่เบา ใจร้ายเหลือเกินนะที่นึกถึงคนอื่น ตอนร่างกายกำลังโรมรันพันตูอยู่กับเรา งั้นเราลองมาดูผลการวิจัยจากเว็บไซต์หาคู่ IllicitEncounters.com เผยว่า 86% ของผู้ชาย และ 97% ของผู้หญิง ยอมรับว่าแอบจินตนาการถึงคนอื่นที่ไม่ใช่คู่ของตนขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยนึกถึงคนดัง ดารา เซเลบริตี้ 19% คนรักเก่า 16% และเพื่อนร่วมงาน 15%
นอกจากนึกถึงคนอื่นแล้ว ยังมีนึกถึงสถานการณ์อื่นๆ สถานที่อื่นๆ ด้วย เช่น นึกถึงว่ากำลังมีเซ็กซ์หมู่ อยู่บนชายหาด อยู่นอกสถานที่ เห็นไหมว่าจินตนาการแสนซุกซนทำงานกับเราแทบทุกคน มันอาจไม่ใช่เรื่องผิดเต็มอกอย่างที่เราเคยคิดไว้ก็ได้ อีกประเด็นที่น่าสนใจจากงานวิจัยชิ้นเดียวกัน ว่าพวกเขาเหล่านั้นที่นึกถึงคนอื่น เขามองว่าเรื่องนี้ผิดไหม คนส่วนใหญ่ถึง 89% มองว่าการคิดถึงคนอื่นขณะมีเซ็กซ์ไม่นับว่าเป็นการนอกใจ และมีเพียง 11% เท่านั้นที่มองว่าการกระทำนี้ก็นับเป็นความไม่ซื่อสัตย์รูปแบบหนึ่งเหมือนกัน

แล้วตกลงมันผิดไหม ผู้เชี่ยวชาญคนไหนพอจะบอกได้หรือเปล่า?
พอเรื่องนี้มันอยู่ในเส้นของศีลธรรม ย่อมมีทั้งฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นอกจากตัวเลขที่พอบอกได้ว่า คนเราก็แอบจิ้นฟินๆ ถึงคนอื่นอยู่บ่อยๆ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างออกความเห็นในเรื่องนี้ต่างกันไป
ฝั่งที่มองว่าไม่ใช่เรื่องผิด ให้เหตุผลในทำนองว่า ความคิดมันห้ามกันไม่ได้นี่ แล้วการได้แฟนตาซีถึงคนนั้น คนนี้ อาจช่วยเพิ่มความเร่าร้อน เพิ่มความกระหายให้กับรักที่เคยจืดจางได้เหมือนกัน เมื่อมันไม่มีวันเกิดขึ้นจริง เป็นเพียงความซุกซนโลดแล่นในหัว ทำใจสบายๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น
แน่นอนว่า ฝั่งที่มองว่าผิดก็มี หากเราทำแบบนี้บ่อยๆ ประกอบกิจกรรมเข้าจังหวะทีไร แทนที่จะดื่มด่ำกับคนตรงหน้า กลับนึกถึงคนอื่นเป็นประจำ เพราะเบื่อคนเดิมเหลือเกิน เพราะโกรธ ไม่พอใจคนตรงหน้า หากทำแบบนี้มากเข้า มันจะกลายเป็นกลไกในการรับมือกับความรู้สึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ แล้วมันก็ไม่ค่อยเฮลตี้กับความสัมพันธ์สักเท่าไหร่ด้วย
ตราบใดที่มันเป็นเพียงจินตนาการ ที่เราไม่เคยเอื้อนเอ่ยออกไป และไม่ได้มีความพยายามทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง เราควรถูกตัดสินจากสิ่งที่เราคิดหรือสิ่งที่เราทำ
เราเองก็ไม่ได้มีคำตอบตายตัวให้เหมือนกัน อยู่ที่ผู้อ่านแล้วล่ะจะคลิกกับคำตอบไหน
อ้างอิงจาก