เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในสถานบันเทิง มักทิ้งคำถามเดิมๆ ไว้กับสังคมว่า “สถานที่ที่เราเข้าไปใช้บริการปลอดภัยจริงหรือเปล่า?” รวมถึงคำถามว่า ทางร้านได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการตรงกับรูปแบบที่เปิดให้บริการจริงหรือไม่
อย่างกรณีโรงเบียร์ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า สถานที่ดังกล่าวจดทะเบียนเป็น ‘ ร้านอาหาร’ แต่มีลักษณะการดำเนินกิจการคล้าย ‘สถานบริการ’ เช่น มีการจำหน่ายสุรา มีการเต้นรำ มีการแสดงสด จึงอาจเข้าข่ายประกอบกิจการผิดประเภท
ประเด็นคือการเป็นสถานบริการแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เป็นห้องปิดทึบ อาจเกิดเหตุชุลมุนและเสี่ยงอัคคีภัยได้ง่าย จึงมีกฎหมายเฉพาะเข้ามากำกับเพิ่มเติม
ชวนทำความเข้าใจ ‘กฎกระทรวงสถานบริการฯ ปี 2555’ กำหนดมาตรฐานอะไรไว้บ้าง ตั้งแต่ทางหนีไฟ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ไฟฉุกเฉิน ไปจนถึงอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย และเหตุใดการประกอบกิจการไม่ตรงกับประเภทที่ได้รับอนุญาต จึงอาจเป็นประเด็นที่ควรถูกตั้งคำถามหลังเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้

มาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องมี
สาเหตุสำคัญที่ต้องมีกฎหมายนี้ ตัวกฎหมายเองก็ระบุไว้ เพราะว่า อาคารที่ใช้เป็นสถานบริการมีลักษณะการใช้งานที่มีความเสี่ยงต่ออัคคีภัยและเหตุชุลมุนวุ่นวายสูง หากระบบความปลอดภัยมีไม่เพียงพอ เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะไม่สามารถอพยพผู้คนออกจากอาคารได้ทัน อาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเฉพาะด้านระบบความปลอดภัยสำหรับสถานบริการ The MATTER สรุปมาให้ ดังนี้
ทางออก
สำหรับสถานบริการที่รองรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ 51-200 คน ต้องมีทางออกอย่างน้อย 2 ทาง เพื่อให้สามารถอพยพผู้คนได้หากทางออกด้านหนึ่งถูกเพลิงหรือควันปิดกั้น นอกจากนี้ ประตูแต่ละบานต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 84 เซนติเมตร และต้องไม่มีสิ่งกีดขวางที่ทำให้เปิดใช้งานไม่ได้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อลดการแออัดบริเวณทางออกและเพิ่มโอกาสให้ผู้คนสามารถออกจากอาคารได้อย่างรวดเร็ว
ทางออกหลัก
นอกจากจำนวนทางออกแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้ ทางออกหลัก ต้องมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 3 เมตร และต้องสามารถรองรับการอพยพของผู้ใช้บริการได้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ใช้บริการสูงสุด ของสถานบริการนั้น เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเสียดหรือปัญหาคอขวด
ทางหนีไฟ
สำหรับสถานบริการที่รองรับผู้ใช้บริการไม่เกิน 500 คน กฎหมายกำหนดให้ต้องมี ทางหนีไฟอย่างน้อย 2 แห่ง โดยทางหนีไฟต้องเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ปลอดภัยและสามารถใช้งานได้จริงตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าสถานการณ์จริงถูกปิดล็อกหรือมีสิ่งของกีดขวาง เพราะในเหตุเพลิงไหม้ ทางหนีไฟเป็นเส้นทางสำรองเมื่อไม่สามารถใช้ทางออกหลักได้
ห้องครัว
ห้องครัวเป็นจุดที่มีความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้สูงจากการใช้เตาแก๊ส น้ำมัน และอุปกรณ์ให้ความร้อน กฎหมายจึงกำหนดให้ ผนังห้องครัวต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อชะลอการลุกลามของเพลิงไปยังพื้นที่ให้บริการ หรืออีกทางเลือกหนึ่ง หากเป็นห้องครัวที่แยกออกจากอาคารหลัก จะต้องตั้งอยู่ห่างจากอาคารหลัก ไม่น้อยกว่า 10 เมตร
วัสดุผนังและฝ้าเพดาน
ต้องมีคุณสมบัติไม่ลุกไหม้จนกว่าจะได้รับความร้อนไม่น้อยกว่า 750 องศาเซลเซียส หรือเป็นวัสดุที่มีดรรชนีการลามไฟไม่เกิน 75 และดรรชนีการกระจายควันไม่เกิน 450 หากมีการใช้วัสดุที่ติดไฟได้ง่ายหรือไม่มีคุณสมบัติทนไฟ กฎหมายกำหนดให้ใช้ได้ ไม่เกิน 10% ของพื้นที่ผิวผนังและพื้นที่ฝ้าเพดานทั้งหมด เพื่อจำกัดปริมาณเชื้อเพลิงภายในอาคาร
โครงสร้างอาคารหลัก
เสา คาน พื้น และผนังรับน้ำหนัก ต้องมีอัตราการทนไฟตามมาตรฐานที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด เพื่อให้โครงสร้างยังคงรับน้ำหนักได้ในช่วงเวลาหนึ่ง หากเกิดเพลิงไหม้ จะได้ไม่พังถล่มลงมาทันที เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย และให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานได้
สิ่งบรรเทาสาธารณภัยที่ต้องมี
– ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนผู้ใช้อาคารได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
– ถังดับเพลิง ติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
– ระบบระบายอากาศและควัน เพื่อช่วยลดการสะสมของควันภายในอาคาร และควันไฟที่เป็นพิษเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเหตุอัคคีภัยในที่แคบ
– ไฟฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้าภายในอาคารอาจถูกตัดหรือเสียหาย กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องมี ระบบไฟฉุกเฉิน เพื่อให้แสงสว่างบริเวณทางเดิน ทางออก และเส้นทางอพยพ
ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ที่กำหนดไว้ใน กฎกระทรวงกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 ซึ่งในรายละเอียดจริงยังมีข้อกำหนดอีกหลายประการ เช่น การแบ่งประเภทสถานบริการตามขนาดพื้นที่ การจัดวางผังอาคาร การใช้วัสดุก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และข้อกำหนดที่อ้างอิงไปยังกฎหมายควบคุมอาคารฉบับอื่น ควรศึกษาข้อกฎหมายฉบับเต็มและกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เพื่อให้เข้าใจเงื่อนไขและข้อยกเว้นต่างๆ อย่างครบถ้วน
ลักลอบเปิดผับ ในนามของร้านอาหาร?
แม้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ แต่จากข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 14 ก.ค. 2569 ความสูญเสียอาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านทางหนีไฟและระบบความปลอดภัยของอาคาร เช่น จำนวนทางเข้า-ออกที่มีจำกัด การพบผู้เสียชีวิตจำนวนมากบริเวณห้องน้ำซึ่งอาจเกิดจากความตื่นตระหนกหลังไฟดับ รวมถึงประเด็นเรื่องทางหนีไฟที่อาจมีสิ่งกีดขวาง และวัสดุตกแต่งที่อาจลามไฟได้ ทั้งนี้ กทม. ระบุว่า แม้ร้านดังกล่าวจะไม่ได้จดแจ้งเป็นสถานบริการ แต่หลังเกิดเหตุจะมีการตรวจสอบสถานประกอบการทั่วกรุงเทพฯ อย่างเข้มงวด
ยังมีคำถามที่สังคมยังสงสัย คือ ร้านดังกล่าวควรอยู่ภายใต้กฎหมายประเภทใด เพราะหากเป็น สถานบริการ การขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าร้านอาหารทั่วไป โดยตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ปี 2509 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องแสดงหลักฐานว่าอาคารได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร หรือมีใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารจากวิศวกรหรือสถาปนิกผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
อย่างไรก็ตาม แม้จะจดทะเบียนเป็น ‘ร้านอาหาร’ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมายด้านความปลอดภัยอาคาร เพราะร้านอาหารยังต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานด้านทางหนีไฟ ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย การตรวจสอบโครงสร้างอาคาร รวมถึงการมีถังดับเพลิงและอุปกรณ์พื้นฐาน
จุดที่ต้องโฟกัสของเรื่องนี้คือ ระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบ หากเป็นกรณีร้านอาหาร การตรวจสอบจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของสาธารณสุข อย่างเรื่องสุขลักษณะ วิธีการประกอบอาหาร การระบายน้ำเสีย ความสะอาดของห้องน้ำ การกำจัดขยะ และความปลอดภัยพื้นฐานของอาคาร เป็นต้น
ส่วนกรณีของสถานประกอบการ อย่างผับ บาร์ ต้องตรวจเพิ่มตามกฎกระทรวงสถานบริการ ปี 2555 กฎกระทรวงฉบับนี้ ได้กำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคารหลายด้าน ได้แก่ ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ทางหนีไฟและบันไดหนีไฟ ป้ายบอกทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้าสำรองและไฟฟ้าฉุกเฉิน ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงองค์ประกอบอื่นที่ช่วยให้ผู้ใช้อาคารสามารถอพยพได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ปี 2509 ยังให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หากสถานบริการดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมายหรือก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่สามารถสั่งตรวจสอบซ้ำหากพบข้อสงสัยที่อาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยของสาธารณะได้
หากพบว่าสถานบริการหลบเลี่ยงปิดบังใช้ใบอนุญาตของร้านอาหารแทน อาจเป็นเหตุที่ทำให้มาตรฐานความปลอดภัยบางอย่างถูกมองข้าม ร้านอาจมีจำนวนผู้ใช้บริการจริงอาจเกินกว่าที่แจ้งไว้ตอนขออนุญาต พฤติกรรมของลูกค้าที่ควบคุมได้ยากกว่าร้านอาหารทั่วไป ตลอดจนการดัดแปลงพื้นที่ มีการติดตั้งเวที ระบบแสงสีเสียงที่ไม่ได้คุณภาพ
กทม. มีโซนนิ่งสำหรับย่านกลางคืนแค่ 3 แห่ง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เหตุที่สถานที่เกิดเหตุไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการเพราะอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งปัจจุบัน ย่านสถานบริการที่กฎหมายรับรองในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเพียง 3 พื้นที่ ได้แก่ สีลม พัฒน์พงศ์ และ RCA ร้านจึงใช้วิธีขออนุญาตเปิดเป็นร้านอาหารที่มีเครื่องดนตรีคล้ายสถานบริการแทน
ชัชชาติ ระบุว่า จะต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงกฎหมาย เพื่อปรับคำว่าสถานบริการให้เหมาะสมกัมกับบริบทของเมืองที่เปลี่ยนไปด้วย เพราะด้วยกฎหมายสถานบริการมันมีความเข้มข้นอยู่แล้ว แต่การจำกัดโซนนิ่งยังจำกัดอยู่แค่ 3 โซน สิ่งที่ต้องมองกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้กฎหมายนี้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น
รากปัญหาหนึ่งอาจมาจาก พ.ร.บ.กทม. ด้วย ที่ทำให้ กทม. ไม่มีอำนาจจัดการใบอนุญาตสถานบริการและโรงแรมเหมือนผู้ว่าราชการจังหวัดอื่นโดยสมบูรณ์ ทั้งที่เศรษฐกิจกลางคืนในกรุงเทพฯ มีศักยภาพเติบโตอีกมาก
ด้านอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ร้านค้าที่เกิดเหตุได้ขอจดทะเบียนเป็นร้านอาหาร แต่จัดกิจกรรมคล้ายสถานบริการ เช่น มีดนตรี มีการจำหน่ายสุรา และมีการเต้นรำ หากร้านดังกล่าวไม่ได้จดให้เป็นสถานบริการแต่มีองค์ประกอบเหล่านี้ การประกอบการของโรงเบียร์แห่งนี้อาจเข้าข่ายมีความผิด
อ้างอิงจาก