เคยลองสังเกตกันไหมว่า เมื่อการเลือกตั้งมีปัญหาหรือข้อกังขา แล้วคุณพี่คุณน้า กกต. จะจัดการกันอย่างไร วันนี้ The MATTER ได้รวบรวมท่วงท่าสุดคลาสสิกที่ กกต. มักใช้เวลาเกิดเรื่องเกิดราวขึ้น
นี่คือ 3 กลเม็ดเด็ดที่อาจ (ไม่) ทำให้คุณดูคูลในห้องประชุมวันจันทร์ กรุณาคิดให้ดีก่อนทำตาม แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่ามันเคยถูกใช้เพื่อจัดการปัญหาการเลือกตั้งในประเทศสุดป๊อบ ส่วนผลลัพธ์ก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะ

ก. กลับลำ
เคยได้ยินกันหรือไม่ว่า ‘คนเก่งมักจะเห็นช่องโหว่ในปัญญาของตัวเอง’ และสามารถอธิบายได้ว่าตรรกะของตัวเองนั้นมีปัญหาอย่างไร เช่นเดียวกับคุณพี่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เมื่อได้รับเสียงสะท้อนจากสังคมหรือสื่อมวลชน ก็สามารถตัดสินใจได้อย่างเฉียบแหลมว่าจะแก้ไขข้อคิดเห็นเดิมของตัวเองอย่างไร ไปดูตัวอย่างกลเม็ดสุดแพรวพราวกัน
- ปากกาสีน้ำเงินไหน?
ช่วงโค้งสุดท้ายในการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ และนายกเทศมนตรีพัทยาในปี 2565 ที่ผ่านมา มีข่าวส่งต่อกันว่า การใช้ปากกาสีอื่นนอกจากปากกาสีน้ำเงินจะทำให้บัตรเสีย เป็นเหตุให้วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 กกต. ออกมาชี้แจงว่า การใช้ปากกาสีอื่นไม่ได้ทำให้บัตรเสีย เนื่องจากไม่มีกฎหมายห้ามไว้
ในวันถัดมา ซึ่งเป็นวันลงคะแนนในคูหา ช่วงหลังปิดหีบ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. (ในช่วงเวลานั้น) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “ขอให้นำปากกาน้ำเงินมาเท่านั้น ถ้านำปากกาสีอื่นมากาจะถือว่าเป็นบัตรเสีย” เป็นเหตุให้คนไทยสับสนหนักกว่าเดิมว่าการลงคะแนนของตนจะเป็นบัตรเสียหรือไม่ - รณรงค์ประชามติได้ แต่ห้ามชี้นำ?
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการลงคะแนนประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย ทำให้บางพรรคการเมืองออกมาแสดงจุดยืนต่อการลงประชามติครั้งนี้ แต่ทาง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาย้ำว่า พรรคการเมืองสามารถเสนอนโยบายได้ว่าพรรคจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ห้ามชี้นำ ส่วนเวทีประชามติห้ามหาเสียง หากไม่ระวังเสี่ยงผิดกฎหมาย อาจมีโทษตามกฎหมายประชามติเดือดร้อนถึง สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ออกตามหาเลขาธิการ กกต. เพื่อจี้ถามเรื่องการทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทาง กกต. ก็ได้ยืนยันใหม่แล้วว่า พรรคการเมืองรณรงค์หรือประกาศจุดยืนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบได้
- วิบากกรรม ‘บัตรโหล’
ในการเลือกตั้ง 2566 (รวมถึงครั้งนี้ด้วย) ผู้สมัคร สส. และพรรคการเมืองจะต้องจับสลากหมายเลขแยกกัน หลายคนก็ออกมาท้วงว่า ทำไมถึงไม่ทำให้เลขผู้สมัครและเลขพรรคเป็นเลขเดียวกันไปเลย แต่ก็ไม่เป็นผลที่ลำบากกว่านั้น คือในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตกลับมีแค่ช่องกากบาทและหมายเลข ไม่มีการบ่งชี้สัญลักษณ์พรรคการเมือง หรือชื่อผู้สมัคร สส. แต่อย่างใด (มักเรียกกันว่า ‘บัตรโหล’) โดย กกต. ชี้แจงว่า ที่ทำบัตรโหลแบบนี้ออกมา เพื่อให้ง่ายต่อการจัดส่งบัตร เพราะทุกเขตจะมีหน้าตาเหมือน ๆ กัน พาลเป็นภาระคนไทยต้องท่องหมายเลขเข้าคูหาไปอีกอย่างไรก็ตาม กกต. สามารถการแก้ไขบัตรเลือกตั้งได้ และก็เคยทำมาแล้ว เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 กกต. ประกาศใช้ ‘บัตรโหล’ แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนต้องยอมแก้ไขใหม่เป็น ‘บัตรพิเศษ’ ที่มีทั้งหมายเลขผู้สมัคร โลโก้พรรคการเมือง และชื่อพรรคการเมือง และจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งครบทุกเขต
- ฟังดูเหมือนคนจะอยากมีส่วนร่วม?
ปี 2567 ช่วงที่มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่เป็นระบบคัดเลือกกันเอง ประชาชนไม่เกี่ยว ทาง กกต. ได้ออกระเบียบห้ามผู้สมัครเปิดเผยการแนะนำตัวต่อประชาชน และห้ามไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่อาจติดตามและมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือก ส.ว. ชุดใหม่ได้เลยในเวลาต่อมา กกต. ก็ได้เปลี่ยนใจแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก ส.ว. โดยเปิดให้ผู้สมัคร ส.ว. แนะนำตัวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านการใช้โซเชียลมีเดียได้ทุกแพลตฟอร์ม และให้สามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ส่วนเหตุผลที่ กกต. ตัดสินในแก้ไขระเบียบนี้ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า “ฟังดูเหมือนประชาชนอยากมีส่วนร่วม”
ข. ผิดจากนี้ ไม่ใช่เรา
ใครจะหาว่า กกต. กลับลำบ่อย ขอย้ำว่าไม่จริง เพราะหลายต่อหลายครั้ง กกต. ก็มั่นใจในแนวทางของตัวเองเช่นกัน ‘สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย’ คือคำขวัญที่ กกต. ยึดมั่นมาราวปีเศษๆ หลังจากตัดคำว่าโปร่งใสออกไปจากคำขวัญเดิม ทำให้หลายครั้งที่มีข้อครหาต่อการทำงาน หน่วยงานก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และถ้าสังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
- ดูงานต่างประเทศ 12 ล้าน หวังบริการคนไทยถึงที่
การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเมื่อปี 2566 คนไทยจำนวนมากเจอปัญหาเว็บล่ม ทำให้เสียสิทธิในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต หลายคนเฝ้ารอการแก้ไขปัญหาจากทาง กกต. แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ กกต. จำนวน 6 คน มีกำหนดการบินดูงานที่ต่างประเทศ โดยคาดการณ์กันว่าใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 12 ล้านในครั้งนั้น กกต. ชี้แจงชัดเจนว่า ที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศ เพื่อไปรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงดูว่าจะจัดบริการการเลือกตั้งให้ได้ตอบโจทย์อย่างไร นอกจากนี้ยังได้ดูเรื่องการส่งบัตรไปให้สถานทูตใช้ในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และกระบวนการส่งบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทยด้วย แต่การแก้ไขปัญหาเรื่องเว็บล่มก็ไม่ได้มีการพูดคุยต่อหลังจากนั้น
- บัตรเขย่งไม่มีจริง
การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พบปัญหาในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้ลงทะเบียนมาใช้สิทธิ 2,047 คน แต่กลับมีผู้มาใช้สิทธิจริงในวันดังกล่าวถึง 2,628 คน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ‘บัตรเขย่ง’ ขึ้น หลายคนคาดการณ์ว่าเป็นปัญหามาจากการที่เจ้าหน้าที่จ่าหน้าซองผิดทาง กกต. ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นจริง และชี้แจงว่าอำเภอหาดใหญ่มีเขตเลือกตั้งเพียง 3 เขต และไม่มีเขตใดที่มีตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิตรงกับจำนวนที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากยังไม่มีการนับคะแนนเกิดขึ้นจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าคะแนนที่จะถูกนับนั้นจะไปเพิ่มคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือพรรคใดบ้าง รวมถึงขู่ว่าจะเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แก่ผู้เผยแพร่ถึงกรณีดังกล่าว
- “ใช้เวลาแค่ 3 นาที จาก 4,320 นาที”
การเลือกตั้งในปี 2569 ต้องมีการจัดทำประชามติควบคู่ไปด้วย กกต. จึงประกาศให้มีการลงทะเบียนประชามตินอกเขต ซึ่งให้ระยะเวลาลงทะเบียนแค่ 3 วันเท่านั้น และยังคร่อมช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีประชาชนตกหล่นจากระบบนี้เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความสงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดลงทะเบียนพร้อม ๆ กันกับการเลือกตั้งนอกเขตไปเลย
ผลสุดท้ายออกมาตามคาด แม้ยอดการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตมีผู้ใช้สิทธิถึง 2.4 ล้านคน แต่ตัวเลขผู้ใช้สิทธิลงประชามตินอกเขตมีเพียงราว ๆ คิดเป็นส่วนต่างที่หายไปกว่า 1 ใน 3
ในวันรุ่งขึ้นหลังจากสิ้นสุดการลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขต พบว่ามีประชาชนหลายคนเข้าเว็บลงทะเบียนไม่ทัน ขณะที่ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ออกมายืนยันว่า การลงทะเบียนนั้นไม่ใช่เรื่องยากถ้าเตรียมข้อมูลพร้อม ใช้เวลาไม่นาน พร้อมย้ำว่าแต่ละคนมีเวลา 4,320 นาที แค่เจียดเวลา 3 นาทีก็ลงทะเบียนได้
ค. ปล่อยเบลอ
ท่าไม้ตายเด็ดที่เห็นผลชะงัดนัก มักใช้กันอย่างแพร่หลายในหน่วยงานภาครัฐไทย ไม่ใช่ไม่รับผิดชอบ แค่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมแก่การตอบต่างหาก ขนาดดอกไม้ยังมีเวลาผลิบาน เรื่องบางเรื่องก็ต้องรอให้แน่ใจก่อนสิ แต่ไม่เป็นไร เพราะหลายเรื่องที่มีประเด็น ก็เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่อ้าว แล้วหลังจากนั้นมาจนถึงวันนี้เกิดอะไรขึ้นกันหว่า จำไม่ได้เลยแฮะ
- ลงไม่ทันก็คือไม่ทัน
เมื่อการเลือกตั้งปี 2566 วันลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตวันสุดท้าย มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ลงทะเบียนได้ เพราะเว็บล่ม ก่อนที่ช่วงเวลาสิบนาทีก่อนเวลา 24.00 น. เว็บไซต์จะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
ผลครั้งนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้ แม้มีความตั้งใจจะใช้สิทธิ หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ต่อเวลาลงทะเบียนเพิ่ม และ กกต. ก็มีอำนาจขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าให้กับประชาชน แต่ท้ายสุดไม่ได้ขยายเวลาให้ลงทะเบียนเพิ่ม
- จ่าหน้าซองผิด แต่สุจริตที่ทำ
เรื่องเจ้าหน้าที่จ่าหน้าซองผิด มีให้เห็นในทุกปี อย่างในปี 2566 iLaw และเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมมือตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้า พบว่า มีการจ่าหน้าซองผิด บ้างก็ไปเขียนเป็นเลขไปรษณีย์ เกิดขึ้นในหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าหลายเขต คาดการณ์ว่า จะทำให้คะแนนเสียงถูกนับผิดไปไม่น้อยกว่า 1,000 ซอง โดยยังไม่รวมกรณีที่ยังไม่ได้รับแจ้งซึ่งอาจมีอีกเป็นจำนวนมากทาง iLaw วิเคราะห์ต่อไปว่า อาจทำให้บัตรเลือกตั้งถูกส่งไม่ถึงที่ภูมิลำเนาที่ถูกต้อง และอาจถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่บังเอิญมีรหัสเขตเลือกตั้งตรงกับรหัสไปรษณีย์พอดี จนทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิของเขตเลือกตั้งนั้นเพิ่มขึ้นอย่างผิดวิสัย หรือที่เรียกกันว่า ‘บัตรเขย่ง’เช่นเดิม แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมายอมรับว่าเกิดข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่จริง และย้ำว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ทราบ ก็มีการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งใหม่ โดยตนมองว่า “เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ของเรา แต่ทุกอย่างปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นความผิดพลาดโดยสุจริตหรือไม่”
- สั่งลบคลิป ‘แม่แนน น้องสมาร์ท’ แต่ไม่เคยออกหน้าแก้ต่างข้อมูลเท็จ
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 กกต. มีคำสั่งให้ลบคลิปจากเพจเฟซบุ๊ก ‘แม่แนน น้องสมาร์ท’ โดยอ้างว่า มีเนื้อหาเน้นไปที่การให้ความรู้ที่คลาดเคลื่อนแก่ประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงเลือกตั้งและประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569ทาง iLaw ออกมาคัดค้านว่าไม่ใช่วิสัยที่กกต. กระทำได้ และในความเป็นจริงมีข้อมูลเท็จเกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติบนโลกออนไลน์อีกจำนวนมาก เช่น ข้อความที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ให้นักการเมืองที่ทุจริตมีโทษจำคุก หรือให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ เพราะความจริงรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเช่นนั้นทั้งยังมีนักการเมืองหลายพรรคที่กล่าวว่า การลงประชามติเห็นชอบจะเป็นการ ‘ตีเช็คเปล่า’ ให้นักการเมืองทำอะไรก็ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังต้องถามความเห็นประชาชนผ่านประชามติอีก 2 ครั้ง แต่ไม่เคยเห็น กกต. ออกมาจัดการกับข้อมูลเท็จเหล่านี้ แต่กลับสั่งลบเนื้อหาที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ กกต. โดยไม่อาจอธิบายได้ว่า เป็นข้อมูลเท็จอย่างไร
อ้างอิงจาก