นอกจากต้นสน อากาศหนาว ไฟประดับวับวาว ก็น่าจะเป็นเสียงของมารายห์ แครีย์ (Mariah Carey) นี่แหละ ที่คอยเตือนเราให้ทราบว่า คริสต์มาสกำลังจะมาถึงแล้ว!
กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมานับสิบปี ที่วันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี มารายห์ แครีย์จะออกมาประกาศบนโลกโซเชียลว่า “ฤดูกาลมารายห์ กำลังกลับมาแล้วจ้า!” เพราะเพลง All I Want for Christmas Is You ที่เธอปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1994 จะกลับมาวนเวียนอยู่ในชีวิตของผู้คนทั่วโลกทุกเดือนธันวา ไม่ว่าจะเป็นบนหน้าปัดวิทยุ บนอันดับท็อปฮิตสตรีมมิ่งในหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงอยู่ในอันดับของ HOT100 (อันดับชาร์ตเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอเมริกา)
28 ตุลาคม 1994 คือวันที่มารายห์ ปล่อยอัลบั้ม Merry Christmas ออกมา ซึ่งอัลบั้มนั้นประกอบไปด้วยเพลงคริสมาต์มากมาย และ All I Want for Christmas Is You หนึ่งในเพลงคริสมาสต์ระดับตำนานที่อยู่คู่โลกนี้มานานกว่า 31 ปีแถมยังไม่มีท่าทีว่าจะมีเพลงไหนมาล้มได้ก็อยู่ในอัลบั้มนี้เช่นกัน
เวลานั้นใครๆ ที่รู้ข่าวว่ามารายห์กำลังจะทำอัลบั้มคริสต์มาสก็เทไปทางตกใจ โดยคนส่วนใหญมองว่ามันจะเร็วไปไหมกับสายอาชีพนักร้อง เพราะปกตินักร้องที่จะทำอัลบั้มคริสต์มาสจะต้องเป็นนักร้องระดับตำนาน เป็นตัวแม่ของวงการ เป็นดีวา แต่ในปี 1994 มารายห์ แครี ที่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จด้านดนตรีในระดับหนึ่ง เพราะออกอัลบั้มมา 3 อัลบั้ม + EP Live หนึ่งชุดแล้ว อย่างว่าตัวแม่ของแต่ละคน แต่ละยุคก็ไม่เหมือนกัน ในตอนนั้นคนก็มองว่าเธอยังใหม่เกินไปไหมสำหรับการทำโปรเจ็กต์ใหญ่แบบนี้
แต่นั่นแหละคือ
จุดเริ่มต้นของราชินีคริสมาสต์ในเวลาต่อมา
เนื่องจากความกดดัน แต่ก็ถอยไม่ได้แล้ว มารายห์ตั้งใจทำอัลบั้ม Merry Christmas อย่างเต็มที่โดยจับมือกับนักแต่งเพลงคู่บุญอย่าง วอลเตอร์ อฟานาเซฟฟ์ (Walter Afanasieff) ที่แต่งเพลงดังให้มารายห์มาหลายเพลงไม่ว่าจะ Hero, Butterfly หรือ One Sweet Day และได้มีโอกาสร่วมเขียนเพลงในอัลบั้มนี้ถึง 3 เพลงและร่วมโปรดิวซ์ทั้งอัลบั้มด้วย
และหนึ่งในเพลงที่มารายห์ร่วมเขียนก็หนีไม่พ้น All I Want for Christmas Is You นี่แหละ ซึ่งนั่นคือ 1 ในเหตุผลที่ว่าทำไมใครๆ จึงชอบแซวว่า เพลงนี้คือเพลงบำนาญของเธอ นั่นเพราะนอกจากเธอจะได้รายได้ในฐานะนักร้องที่ร้องเพลงแล้ว เธอยังได้ส่วนแบ่งจากการร่วมเขียนและร่วมโปรดิวซ์เพลงนี้ด้วย
เพลงนี้สร้างรายได้เท่าไหร่ให้มารายห์น่ะหรอ?
ปี 2024 เคยมีนักเศรษฐศาสตร์คำนวณรายได้ที่มารายห์จะได้รับต่อปีจากเพลงนี้ตกอยู่ที่ราวๆ ปีละประมาณ 3-4 ล้านดอลลาร์ (100-400ล้านบาท) และในปี 2023 สำนักข่าว AP เคยคำนวณไว้ว่ามารายห์ แครีย์น่าจะได้รับรายได้จากเพลงนี้แล้วเบ็ดเสร็จทั้งสิ้นน่าจะประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ (3,600 ล้านบาท) นั่นทำให้ใครๆ ต่างแซวว่าเพลงนี้คือเพลงบำนาญของมารายห์ แครีย์

หากเราสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่าเพลงคริสมาสต์ร่วมสมัยก็มีมากมาย แต่เพลง All I Want for Christmas Is You กลับสามารถอยู่ร่วมสมัยมาหลายสิบปีกับโลกใบนี้เรียกได้ว่า ขึ้นแท่นเพลงคลาสสิคที่ใครๆ ก็ร้องได้ในวันคริสต์มาส ปัจจัยที่ทำให้เพลงนี้อยู่เหนือกาลเวลา นอกจากจะเป็นความดีงามของตัวเนื้อร้อง ทำนอง และเสียงร้องของตัวมารายห์เอง เราน่าจะเห็นว่าเพลงนี้ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงคนหลายยุคหลายสมัยเข้าด้วยกัน
เด็กยุค 90 วันนั้นที่กลายเป็นวัยกลางคนวันนี้ได้ยินเพลงนี้ก็ทำให้รู้สึกถึงวันคืนเก่าๆ เด็กวัยรุ่นยุคนี้ที่เกิดมาพร้อมกับเพลงนี้ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของคริสต์มาสยุค 90 เรียกได้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เริ่มเข้าขั้นอยู่เหนือกาลเวลาในระดับหนึ่ง และเพลงนี้มันได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์ คือ สร้างบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ เฉลิมฉลองให้กับผู้คนทั่วโลกมานับ 30 ปี มันได้ทำหน้าที่เป็นของขวัญที่ใครสักคนจะมอบให้แก่ใครอีกสักคนหนึ่ง หรือบางครั้งมันอาจเคยเป็นของขวัญแทนใจที่ถูกมอบให้ในวันคริสต์มาสเพื่อทำหน้าที่ส่งสารบอกให้ใครคนหนึ่งได้รู้ว่า
All I Want for Christmas is You.
อ้างอิงจาก