ไม่ว่าสมัยไหน ก็มีผู้ใหญ่ชอบด่า “เด็กสมัยนี้” 

เอาล่ะครับ – จริงๆ แล้ว ก็ต้องยอมรับกันก่อนว่าผมนั้นไม่ใช่ ‘เด็ก’ ในความหมายใดๆ แล้ว (อายุ 32 แล้ว) รวมไปถึงคนร่วมยุคกับผมที่มักจะถูกเรียกกันว่า Millennials ก็ไม่ใช่ ‘เด็ก’ แล้ว แต่เราก็ยังถูกเหมารวมว่าเป็น ‘เด็กสมัยนี้’ จาก ‘ผู้ใหญ่สมัยก่อน’ อยู่เรื่อยๆ  ประโยคที่ต่อจาก ‘เด็กสมัยนี้’ ก็มักไม่ใช่คำชื่นชมอะไรสักเท่าไร แต่มักเป็นคำตำหนิทำนองว่า

‘เด็กสมัยนี้ หลงตัวเอง วันๆ เอาแต่เล่นอินสตาแกรม ถ่ายเซลฟี่’

หรือ ‘เด็กสมัยนี้ ขี้เกียจ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ’

หรือ ‘เด็กสมัยนี้เห็นแก่ตัว’

หรือ ‘เด็กสมัยนี้ ใช้เงินเปลือง ไม่รู้จักวางแผนทางการเงิน มัวแต่ซื้อสตาร์บักส์’

และคำอื่นๆ อีกมากมาย

ถ้าจะอนุญาตให้ผมรวม Millennials เข้าไปในคำกระจุกนี้ด้วย จริงๆ คนยุค Millennials นั้นนิยามหลักๆ เขาบอกว่าเกิดระหว่างปี 1980-1995 ส่วนเจเนเรชั่นต่อมา คือ Gen Z เกิดปี 1996-2010 ตอนนี้เด็กยุคใหม่กว่านั้น อาจจะถูกเรียกว่าเป็น iGen หรือ Generation Glass ก็แล้วแต่จะประดิษฐ์คำกันไป คำด่า ‘เด็กสมัยนี้’ (นั้นมีเยอะแยะตาแป๊ะไก่มากจนมีคนรวบรวมไว้ด้วยความขำขันกันหลายแห่งเลยนะครับ

เว็บไซต์ Marry Jane เขาถึงกับรวมเป็นลิสท์ว่า ‘ทุกสิ่งที่สื่อโทษว่าคน Millennials เป็นต้นตอของปัญหา ในปี 2016’ (คือต้องรวมกันเป็นรายปีเลยทีเดียว) ซึ่งในลิสท์นี้ก็รวมไปถึงรายการจาก CBS ที่บอกว่า “ให้โทษว่าคนยุค Millennials เป็นต้นเหตุของจุดจบของสบู่ก้อน” TIME บอกว่า “คนยุค Millennials ตั้งชื่อลูกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ” Bloomberg บอกว่า “ที่ NBC อุตส่าห์ลงทุนไป 12 พันล้านเหรียญกับโอลิมปิก นั้นเจ๊งกะบ๊ง ต้องขอบคุณคนยุค Millennials เลยนะเนี่ย” Business Insider บอกว่า “คนยุค Millennials ฆ่าอุตสาหกรรมกระดาษเช็ดมือ” Inc บอกว่า “เฮ้ย พวก Millennials เลิกฆ่าวันหยุด (vacations) ได้แล้ว”

โห ดูเหมือนคนยุคนี้มันจะเลวร้ายจัง! – ที่ตลกไปกว่านั้นคือ เว็บอย่าง Vocativ ก็อินกับเรื่องนี้มากจนทำ “Blame-o-tron” ที่ให้คุณกดคลิกง่ายๆ เพื่อด่าคนยุคนี้ด้วย (เช่น คลิกครั้งหนึ่งก็จะได้คำตอบออกมาว่า ‘คนยุค Millennials ทำลายรายการตลกเพราะมัวแต่ PC’ หรืออีกครั้ง ก็จะได้คำตอบว่า ‘คนยุค Millennials ทำลายงานร้านฟาสต์ฟู้ด’) โวะ!

ไปลองเล่นเองได้ที่ http://www.vocativ.com/355083/millennials-are-to-blame-for-everything/

คำครหาเหล่านี้มักจะถูก debunk หรือสลายมโนไปด้วยข้อมูลชุดอื่นๆ เช่น มีการกางรายได้กับหนี้การศึกษาเพื่ออธิบายว่า “คนยุค Millennials ไม่ได้อยากที่จะไม่เก็บเงิน แต่มันไม่มีเงินเหลือให้เก็บ (โว้ย) การซื้อกาแฟหรืออาหารออร์แกนิกนั้นเป็นแค่การบริโภคทดแทน เพราะซื้อของใหญ่จริงๆ อย่างเช่นบ้านไม่ได้ต่างหาก” (ดูลิงก์ Economist ท้ายบทความ) หรือที่บอกว่าคนยุค Millennials ไม่ใส่ใจส่วนรวมก็มีรายงานด้านกลับออกมาเหมือนกันว่า แต่พวกเขาแคร์สิ่งแวดล้อมมากกว่าคนรุ่นก่อนเยอะนะ (ดูรายงานของ  Grist ท้ายบทความ)

พอมีหลักฐานหรือสถิติมาคานข้อกล่าวหารุนแรงต่างๆ ได้แทบทุกข้อแล้ว นอกจากเรื่องอย่างเช่น โอเค – คนยุคใหม่อาจจะไม่ค่อยใช้สบู่ก้อน หรืออาจจะไม่ดูโอลิมปิกผ่านโทรทัศน์ช่อง NBC  – สิ่งที่ผมสงสัยต่อมาก็คือ – เอ๊ะ อันที่จริงแล้ว มันเป็นธรรมเนียมปกติหรือเปล่า ที่คนยุคเก่าจะต้องหาเรื่องด่าว่าคนยุคใหม่ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในยุค Millennials นี้เท่านั้น

มันเป็นแค่ความไม่พอใจของคนที่มาก่อน ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลง หรือสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ แล้วก็โวยวาย หรือเปล่า?

พอลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดู ผมก็พบว่า – เอ้อ จริงๆ คนรุ่นเก่าเขาด่าคนรุ่นต่อๆ มา กันมาเนิ่นนานแล้วเนอะ ไม่ใช่ว่านี่เพิ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนี้!

ถ้าจะย้อนไปไม่นานนัก หลายคนคงจำปกของนิตยสาร TIME ปี 2013 ที่พาดหัวว่า The ME ME ME Generation (ยุคตัวกู ตัวกู ตัวกู) พาดหัวรองว่า “คนยุค Millennials ช่างขี้เกียจ หลงตัวเอง ศูนย์กลางจักรวาล ที่ยังอาศัยบ้านพ่อแม่อยู่” แล้วก็แถมให้เสียหน่อยว่า “และเหตุผลที่พวกเขาจะช่วยเราทุกคน” (Why they’ll save us all) ได้นะครับ

พอสืบไปสืบมา คุณ Elspeth Reeve คอลัมนิสต์ของ The Atlantic ก็ไปพบว่า เฮ้ย ไอ้การเบลมคนยุคใหม่ๆ นี่มันมีมาโคตรนานแล้วนี่หว่า โดยเฉพาะการโทษว่าคนยุคใหม่นั้น ‘หลงตัวเอง’ และ ‘เอาตัวเองเป็นใหญ่’ เขายกตัวอย่างตั้งแต่ The Atlantic ปี 1907 เลย ที่บอกว่า “สถาบันการแต่งงานนั้นล่มสลายเพราะค่านิยมยุคใหม่นั้นให้ความสำคัญกับปัจเจก และบูชาตัวเอง” ไปจนถึงนิตยสาร New York ปี 1976 ที่ขึ้นปกว่าเป็น “ทศวรรษแห่งกู” (The Me Decade)  หรือ Newsweek ปี 1985 ที่ก็เรียกคนสมัยนั้นว่าเป็น “The Video Generation” ที่ “หลงตัวเองจนต้องบันทึกทุกสิ่งไว้ในวิดีโอ”

นิตยสาร TIME ปี 1990 ปก “คนวัยยี่สิบกว่าๆ” (Twentysomething) ก็ไปด่าคน Generation X เหมือนกันว่า “ชอบสิ่งบันเทิง แต่สมาธิสั้น”

ถ้าจะย้อนไปให้ไกลกว่าที่ The Atlantic ก็มีคนรวมไว้เป็นลิสท์ “15 คำบ่นในประวัติศาสตร์ ว่าคนหนุ่มสาวทำลายทุกสิ่ง” เลยนะครับ ซึ่งในนี้ก็บันทึกคำบ่นของ ‘คนยุคก่อน’ ที่มีต่อ ‘คนยุคใหม่’ ไว้หลากหลายมาก (และที่ตลกก็คือ คนยุคใหม่เหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นคนยุคก่อนซึ่งบ่นคนยุคใหม่ต่อๆ กันไปอีกที) เช่น บอกว่า “คนหนุ่มสาวสมัยปี 1771 ชอบชื่นชมตัวเอง” หรือ “คนหนุ่มสาวสมัย 1904 ไม่มีระเบียบวินัยและไม่รู้จักหน้าที่”

กระทั่งยุคกลางก็มีความกังวลกับ ‘เด็กสมัยนี้’

คุณ Eric Weiskott ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาขาวิชาภาษาอังกฤษจากวิทยาลัยบอสตันไปค้นหลักฐานงานเขียนจากยุคกลางมาเรียบเรียงเป็นบทความชื่อ “Millennial bashing in medieval times” (ด่าเด็กยุคใหม่ในโลกยุคกลาง) เขาพบว่านักเขียนชื่อดังในยุคนั้นอย่าง Geoffrey Chaucer ซึ่งอาศัยในลอนดอนในช่วงปี 1380’s ก็อินกับการด่าคนยุคใหม่เหมือนกัน ซึ่งข้อหาต่างๆ ที่มีต่อคนยุคถัดมา ก็แทบจะเหมือนที่คนยุค Millennials โดนเลยครับ เช่น Chaucer กังวลว่าคนยุคใหม่จะทำลายภาษา จะลอกงานและอ่านงานเขาผิดๆ เพราะภาษาเปลี่ยนแปลงไป หรือกังวลกับการสื่อสารที่จะล้มเหลวเพราะมีแต่ ‘ข่าวลือ’ (เขาเทียบกับทวิตเตอร์ในยุคนี้) นอกจากนั้น Weiskott ยังสืบค้นวรรณกรรมยุคกลางอีกหลายชิ้น ก็พบความกังวลที่มีต่อเด็กยุคใหม่ๆ เช่นกัน เช่นมีนักเขียนบ่นว่า “นักรักหนุ่มสาวขึ้นเตียงกันเร็วเกินไป ความรักแต่เก่าก่อนไม่เป็นเช่นนั้น” (นี่เขียนปลายศตวรรษที่ 15 นะ!)

Weiskott บอกว่าเรามักจะจำว่ายุคกลางนั้นเป็นยุคมืดที่เต็มไปด้วยการทรมานและการคลั่งศาสนา แต่สำหรับนักเขียนในยุคนั้นหลายๆ คนที่เขายกตัวอย่างมาแล้ว – กลับเป็นยุคถัดมาต่างหาก ที่จะเป็นยุคมืด

สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากประวัติศาสตร์ก็คือไม่ว่าจะเป็นในยุคไหน ก็จะมีคนที่รับกับการเปลี่ยนแปลง หรือค่านิยมในยุคถัดมาที่เปลี่ยนไปไม่ได้ จนต้องบ่นออกมาดังๆ ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ยุคนี้เราอาจเห็น ‘จุดปะทะ’ กันได้ชัดเจนขึ้นด้วยการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียที่หลอมรวมเอาคนยุคต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เราเห็นความคิดเห็นของ ‘คนยุคก่อนที่ไม่ชอบคนยุคนี้’ กับ ‘คนยุคนี้ที่ไม่ชอบคนยุคก่อน’ เทียบเคียงกันได้อย่างชัดเจน

ผมเองก็เคยคิดว่าคนรุ่นเรา (Millennials) น่าจะมีความสามารถในการเข้าใจคนยุคถัดไปอย่างเช่น Gen Z หรือ iGen ได้ดีกว่าที่ Baby Boomer หรือ Gen X เข้าใจเรานะครับ แต่ก็มีการเสนอและงานศึกษาเช่นกันว่า พวกคนยุค Baby Boomer ก็คิดว่าพวกเขามีความสามารถที่จะเข้าใจคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่าที่รุ่นพ่อแม่เข้าใจพวกเขา (ซึ่งจริงๆ ถามว่าเขาเข้าใจคนรุ่นใหม่ไหม ก็ไม่)

ฉะนั้นตอนนี้ ตัวผมเองจึงรอแหละครับ ว่าวันหนึ่งเราก็อาจจะต้องกลายเป็นคนรุ่นก่อน ที่บ่นคนรุ่นที่มาทีหลังด้วยเหตุผลที่ไม่ ‘อัพเดท’ เหมือนกัน – สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็อาจจะแค่ชะลอไม่ให้วันนั้นมาถึงเร็วเกินไปเท่านั้นเอง!

 

อ้างอิง / อ่านเพิ่มเติม

Generation Uphill https://www.economist.com/news/special-report/21688591-millennials-are-brainiest-best-educated-generation-ever-yet-their-elders-often

Gen Y and Gen X get it right on the environment; old folks don’t http://grist.org/climate-energy/2011-11-07-gen-y-and-gen-x-get-it-right-on-the-environment-old-folks-dont/

Every Every Every Generation Has Been the Me Me Me Generation https://www.theatlantic.com/national/archive/2013/05/me-generation-time/315151/

Millennial bashing in medieval times

https://theconversation.com/millennial-bashing-in-medieval-times-80128

No More Generation Gap? Dream On

https://www.psychologytoday.com/blog/cusp/201401/no-more-generation-gap-dream

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed