Modern Fertility อุปกรณ์เช็กความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ทำเองได้ง่ายๆ ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

จากตัวเลขทางสถิติแล้วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาผู้หญิงเลือกที่จะลงหลักปักฐานช้าลง และการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวกับใครสักคนหนึ่งที่ถูกเลื่อนออกไปก็ทำให้การตัดสินใจมีลูกถูกเลื่อนออกไปอีกเรื่อยๆ

 

ช่วงหลังเราจึงเห็นนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ เช่นการแช่แข็งไข่ แช่แข็งเนื้อเยื่อรังไข่ ไปจนกระทั่งการให้กำเนิดเด็กในห้องแลปจากสเต็มเซลล์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงนี้ผู้หญิงเหล่านี้จึงเริ่มหันมาให้ความสนใจในเทคโนโลยีที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของภาวะเจริญพันธุ์ของตนเองมากขึ้น มีทั้งสายรัดข้อมือ อุปกรณ์ตรวจคุณภาพการนอนหลับ แม้แต่อุปกรณ์สวมใส่ที่มาพร้อมเซนเซอร์วัดค่าต่างๆ ของร่างกายเพื่อบ่งชี้การตกไข่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เครื่องมือเหล่านี้ไม่เพียงแต่อำนวยความสะดวกหากเธอต้องการตั้งครรภ์และมีลูกในเวลานี้ แต่เผื่อไว้ในอนาคตที่ห่างไกลออกไปอีกด้วย จริงอยู่ว่ามีความไม่แน่นอนอยู่ในอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ แต่ก็มีความเป็นไปได้มากมายทำที่ให้นักลงทุนน้อยใหญ่หันมาให้ความสนใจในธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงบริษัท Modern Fertility ของ Afton Vechery ที่ตอนนี้ให้บริการส่งอุปกรณ์ตรวจสุขภาพไข่มาถึงหน้าบ้าน คล้ายกับการทำงานของชุดตรวจ DNA ของ 23andMe ยังไงยังงั้น (ถ้าใครยังไม่เคยอ่านข่าวของบริษัทนี้ลองหาอ่านจาก google ครับ สนุกดี)

ไม่กี่ปีก่อน Afton Vechery ไปหาหมอที่คลีนิคเพื่อตรวจนับจำนวนไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ เธอไม่ได้มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ได้เป็นหมัน ไม่ได้อยากจะมีลูก แต่เธอวางแผนไว้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้น เพียงแค่มันยังไม่ถึงเวลา เพราะเธอกำลังอยู่ในช่วงวัยเพียงยี่สิบกว่า ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ค้นหาตนเองและโลกยังมีอะไรที่เธอไม่รู้อีกมากมาย ตอนนั้นเธอเพียงต้องการรู้ทางเลือกที่มีสำหรับตัวเองในอนาคต หลังจากเก็บตัวอย่างเลือดไปเรียบร้อย ผลลัพท์ที่ได้คือภาพรวมของไข่ในร่างกายบวกกับบิลค่าคลีนิคอีก $1,500 (ประมาณ 48,000 บาท)

Vechery ใช้เวลากว่าสองปีในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายสินค้าของ 23andMe (หนึ่งในบริษัทที่คนพูดถึงกันมากที่สุดเวลานี้สำหรับการตรวจ DNA ที่ส่งชุดตรวจมาให้ถึงหน้าบ้าน ผู้ใช้เพียงกวาดกระพุ้งแก้มแล้วก็ส่งกลับเพื่อรอผลตรวจ) ระหว่างที่เธอทำงานตรงนั้นก็เริ่มอึดอัดใจที่เห็นคนส่งตัวอย่างน้ำลายกลับมาที่บริษัทแล้วได้รับรายงานอย่างละเอียดเกี่ยวกับตัวลูกค้า (เช่นความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือความเกี่ยวโยงของเครือญาติที่ไม่เคยรู้มาก่อน) แต่ถ้าต้องการหาทางเลือกเกี่ยวกับเรื่องการตั้งครรภ์ของผู้หญิงกลับต้องมีการนัดเจอหมอเฉพาะทางครั้งแล้วครั้งเล่า แถมค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็แพงระยิบเลยทีเดียว

ตอนนี้หลังจากได้เงินระดมทุนมา 7 ล้านเหรียญ Vechery คิดว่าเธอสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทั้งหมดนี้ได้ เธอกับ Carly Leahy เปิดตัวบริษัทสตาร์ทอัพ ‘Modern Fertility’ เมื่อปีก่อน โดยให้บริการส่งชุดตรวจคุณภาพไข่ด้วยตัวเองที่ส่งไปทางไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน สนนราคาเพียง $199 (ประมาณ 6400 บาท) ผู้หญิงที่สนใจสามารถสั่งชุดทดสอบนี้ได้ทางออนไลน์ โดยเก็บตัวอย่างเลือดบริเวณปลายนิ้วด้วยเข็มที่มาพร้อมกันในชุด หลังจากนั้นก็เก็บใส่กล่องแล้วส่งคืนไปยังห้องแลปของ Modern Fertility เพื่อการวิเคราะห์ฮอร์โมนประมาณเก้าอย่างที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของกระบวนการตั้งครรภ์และจำนวนไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ (ovarian reserve)

 

Vechery กล่าวว่า “เรามองเห็นโลกที่การตรวจความอุดมสมบูรณ์ของระบบเจริญพันธุ์เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นประจำเหมือนกับการตรวจมะเร็งปากมดลูก”

 

ชุดตรวจของ Modern Fertility เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของสินค้าเพื่อสุขภาพของผู้หญิงที่กำลังออกสู่ตลาด ตอนนี้มีสายรัดข้อมือที่ตรวจจับการมีประจำเดือน (รูปร่างเหมือนกับพวก fitbit ที่มีตามท้องตลาด) ตัวเซนเซอร์ที่ตรวจเช็กการนอนหลับและบอกว่าวันไหนควรสะกิดสามีเพื่อเปิดโรงงานผลิตเจ้าตัวน้อย และแน่นอนชุดตรวจที่สามารถไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบการตั้งครรภ์ของพวกเธอเพียงหยดเลือดแค่ปลายนิ้ว

อาจเร็วไปที่จะตอบว่านี่จะกลายเป็นสัดส่วนสำคัญของธุรกิจในยุคต่อไป หรือเป็นเพียงการเห่อของเล่นใหม่และสุดท้ายก็หายไปเมื่อคนเริ่มเบื่อ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ตอนนี้รังไข่ของผู้หญิงเหมือนจะเป็นที่สนใจของหลายบริษัทใน Silicon Valley

ใครก็ตามที่มีครอบครัวหรือผ่านประสบการณ์พยายามมีลูกมาแล้วจะรู้ว่าการตั้งครรภ์ของผู้หญิงคนหนึ่งนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยแค่เพียงอย่างสองอย่าง ไม่ใช่แค่การที่ผู้หญิงคนหนึ่งมีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่พร้อมเป็นแม่คนก็สามารถเป็นได้ทันที หลายต่อหลายครอบครัวต้องเผชิญหน้ากับปัญหาการมีลูกยาก ที่อาจมีปัจจัยมาจากความเครียด สุขภาพร่างกายของฝ่ายชาย (หรือหญิง) หรือทุกอย่างอาจจะถูกตรวจสอบออกมาว่า ‘สมบูรณ์’ เช่นการตรวจวิเคราะห์ระดับ anti-müllerian hormone (AMH) เพื่อทดสอบการทำงานของรังไข่และจำนวนไข่ที่ยังคงเหลืออยู่ในระบบ โดยการตรวจเหล่านี้ช่วยทำให้เห็นภาพใหญ่ว่าตอนนี้พวกเธอมีทางเลือกอะไรบ้างในอนาคตที่จะถึง

เมื่อผู้หญิงเหล่านี้อายุมากขึ้น ปริมาณไข่ที่เหลือในสต็อกก็จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ตามสถิติแล้วช่วงอายุประมาณ 35 คือเลขที่ทางการแพทย์ถือใช้เป็นมาตรฐานว่าต่อจากนี้กำลังเข้าสู่ช่วง ‘advanced maternal age’ หรือแปลเป็นไทยให้บาดหูคือ ‘สตรีสูงวัย’ นั้นแหละครับผม แต่ผู้หญิงบางคนก็มีอัตราการสูญเสียไข่มากกว่าปกติก่อนอายุ 35 และแน่นอนก็มีอีกด้านหนึ่งที่เลยวัย 35 ไปแล้วยังมีไข่จำนวนมากมายเช่นกัร ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นสุขภาพของต่อมไทรอยด์หรือปริมาณไขมันในร่างกาย ร่างกายของผู้หญิงแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นผู้หญิงวัยก่อน 35 ปีมีปัญหาการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกัน

การที่ผู้หญิงเหล่านี้มีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณไข่ที่เหลือในคลังของตนเองก่อนการวางแผนตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงมาก่อนจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ สตาร์ทอัพเหมือนกับ Modern Fertility อยากให้มีขั้นตอนการตรวจความอุดมสมบูรณ์ของภาวะเจริญพันธุ์ตั้งแต่อายุ 25 ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปและไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีกเลย Vechery กล่าวต่อว่า

“หลายสิบปีก่อนที่ผู้หญิงนั้นมีลูกเต็มบ้านตามที่ต้องการแล้วตั้งแต่อายุ 24 มันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมานั้งคิดกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เวลานี้ที่เรากำลังเลื่อนเข็มนาฬิกาในการมีลูกออกไป การตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จะสร้างผลกระทบได้เป็นอย่างมาก”

Modern Fertility กำลังพยายามดึงดูดกลุ่มผู้หญิงที่อายุน้อย กลุ่มคนที่สนใจในเทคโนโลยีและคุ้นเคยกับการใช้ smart watch และใช้แอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อบันทึกประจำเดือนของตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว การติดตามสภาพของระบบการเจริญพันธุ์อยู่เสมอจะกลายเป็นข้อมูลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับพวกเธอ เพราะการตรวจเพียงครั้งเดียวนั้นอาจจะไม่เห็นภาพที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ ทางบริษัทจึงแนะนำว่าต้องตรวจทุกๆ 9-12 เดือน เพื่อเช็กสุขภาพของไข่และจำนวนไข่ในร่างกายอยู่เสมอเพื่อสร้างข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้หญิงแต่ละคน ซึ่งในภายหลังจะช่วยให้คาดเดาช่วงวัยหมดประจำเดือน อย่างที่ Vechery บอกคือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับพวกเธอว่าจะเลือกทำยังไงต่อไป (มีลูกตามธรรมชาติ แช่แข็งไข่ เด็กหลอดแก้ว ฯลฯ) เธอกล่าวต่อว่า

“การติดตามข้อมูลเหล่านี้ไปเรื่อยๆจะเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะผู้หญิงแต่ละคนระบบเผาผลาญไม่เหมือนกัน มีสภาพของระบบการเจริญพันธุ์ที่แตกต่างกัน การติดตามสิ่งเหล่านี้ การทดสอบที่เหมือนกัน เพื่อจะได้มีประสบการณ์ของตนเองเทียบกับผู้หญิงอื่นอีกเป็นพันๆคน? มันเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก นั้นคือจุดที่นวัตกรรมจะเกิดขึ้น และนั้นคือสิ่งที่เรากำลังโฟกัสอยู่”

Modern Fertility ไม่ใช่บริษัทสตาร์ทอัพเดียวที่พยายามเชิญชวนให้ผู้หญิงอายุน้อยคิดถึงเรื่องระบบการเจริญพันธ์ุของตนเอง Opionato เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ออนไลน์ เปิดตัวในช่วงปี 2016 ผู้ก่อตั้งบริษัทอย่าง Maja Zecevic บอกว่า “เรามักคิดว่าเราสามารถตั้งครรภ์ได้ จนกระทั้งเราทำไม่ได้นั้นแหละ” สมาชิกของแพลตฟอร์มนี้สามารถโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สอบถามข้อมูลต่างๆ คำแนะนำเพื่อการเริ่มต้นวางแผนการมีลูก ไปจนกระทั่งทางเลือกในการแช่แข็งไข่ของตนเอง Zecevic เจาะจงเลือกที่จะไม่มีการทดสอบเพราะเธอเชื่อว่าการตั้งครรภ์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหรือตัวเลขเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

สินค้าตัวอื่นๆ มีการกล่าวอ้างว่านำเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาช่วยให้ผู้หญิงนั้นตั้งครรภ์ได้ทันที เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Mira Fertility เปิดตัวอุปกรณ์ติดตามการตกไข่ ขนาดประมาณเท่าฝ่ามือที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้จะเป็นตัววัดฮอร์โมน Luteinizing hormone ในปัสสาวะช่วงเช้า (โดยผู้ใช้จะฉี่ใส่ไม้ที่ใช้แล้วทิ้งสำหรับเครื่องนี้โดยเฉพาะ) แอพพลิเคชั่นจะคอยติดตามระดับฮอร์โมนในร่างกายและใช้ซอฟแวร์เพื่อคาดเดาช่วงตกไข่ ซึ่งต่างจากอุปกรณ์ทดสอบที่ซื้อได้ตามร้านยาทั่วไปตรงที่ไม่ได้ตอบแค่ ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่’ แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บมาและคาดเดาอย่างแม่นยำ

Early Sense เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่สร้างอุปกรณ์ลักษณะกลมๆ คล้ายกับแผ่นดิสก์ ใช้สอดไว้ใต้เตียงนอนเพื่อตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และการเคลื่อนไหวขณะนอนหลับ ข้อมูลเหล่านี้ถูกถ่ายโอนไปยังแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งหน้าที่ของมันคือคาดการช่วงเวลาหกวันที่ควรมีอะไรกับคู่รักถ้าต้องการมีลูก (หรือที่จริงจะใช้ในทางตรงกันข้ามก็ไม่ผิดอะไร)

ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าอุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานได้ผลมากกว่าวิธีเก่าๆ อย่างการนับวันตกไข่ Dr. Mary Jane Minkin ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชวิทยาที่ Yale School of Medicine บอกว่าอัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพบางอย่างเป็นตัวบ่งชี้การตกไข่ของผู้หญิงได้ ยกตัวอย่างเช่นอุณหภูมิของร่างกายผู้หญิงจะสูงขึ้น 0.5 ดีกรีในช่วงไข่ตก แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มันเล็กน้อยมากและอาจมาได้จากหลายสาเหตุ เพราะฉะนั้นการใช้ตัวเลขเหล่านี้เพื่อบ่งชี้ช่วงเวลาตกไข่อาจจะแม่นยำเหมือนกับที่ตัวผู้หญิงคนนั้นนับวันและจดบันทึกรอบเดือนของตัวเองนั้นแหละ เธอบอกว่า “ถ้ามันแม่นยำก็ดี แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องใช้แอพเพื่อสิ่งเหล่านี้”

แน่นอนว่าการตรวจค่าฮอร์โมนต่างๆ ในเลือดยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอยู่ Egg-Q เปิดตัวในปี 2016 ขายอุปกรณ์ตรวจสอบค่าฮอร์โมน AMH (ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับจำนวนไข่ที่เหลืออยู่) ชุดละ $249 และอีกบริษัทหนึ่ง Let’s Get Checked ก็ขายชุดตรวจฮอร์โมน AMH เช่นกันในราคาที่ถูกลงกว่าร้อยเหรียญ หรือตรวจฮอร์โมนตัวอื่นๆ ในราคาที่ต่างกันออกไป แต่ Modern Fertility นั้นตรวจถึงเก้าฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความอุดมสมบูรณ์ของภาวะเจริญพันธุ์ ตั้งแต่ AMH, follicle stimulating hormon (ฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดการตกไข่), estradiol (ฮอร์โมนที่สร้างโดยรังไข่) และ thyroid stimulating hormone (ฮอร์โมนที่บ่งบอกถึงสุขภาพโดยรวมของต่อมไทรอยด์)

ฮอร์โมนแต่ละตัวเหล่านี้บ่งบอกบางอย่างเกี่ยวกับระบบการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงแต่ละคน อย่าง AMH ที่ถูกใช้เป็นค่ามาตรฐานเพื่อตรวจสอบจำนวนไข่ แต่ก็มีคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้หลายคนที่บอกว่าการตรวจค่า AMH ในผู้หญิงที่อายุน้อยและสุขภาพแข็งแรงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ประโยชน์ เพราะค่าเหล่านี้ในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 40 ปีเกือบจะเหมือนกันทั้งหมด

การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2017 ที่พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างค่า ​AMH กับ ความสามารถมีบุตรนั้นเป็นเรื่องที่กล่าวเกินจริง ซึ่งอาจทำลายความหวังที่เหลืออยู่หรือให้ความหวังที่มากเกินไป เพราะเอาจริงๆ แทบไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันเลยระหว่างจำนวนไข่ที่เหลืออยู่และการตั้งครรภ์ สุดท้ายเราก็แค่ต้องการใช้ไข่เพียงใบเดียวเท่านั้น นี่อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ และการตรวจเหล่านี้ไม่สามารถบ่งบอกสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดเกี่ยวกับโอกาสในการมีบุตร มันเป็นเพียงภาพกว้างๆ เพื่อให้เห็นทางเลือกที่มีเท่านั้น ไม่มีการทดลองไหนที่บอกได้ 100% ว่าคุณจะท้องแน่นอน แต่เป็นการใช้ข้อมูลที่มีเพื่อบ่งบอกว่ารังไข่/ไข่ของคุณนั้นอยู่ในสถานะไหนและ ‘น่าจะ’ ตั้งท้องได้หรือไม่แค่นั้น

การตรวจฮอร์โมนเหล่านี้เป็นเพียงชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ของภาพใหญ่ทั้งหมดเท่านั้น เพราะยังมีหลายอย่างที่เราไม่รู้และคาดเดาไม่ได้ ซึ่งในจุดนี้ Modern Fertility เองก็ออกมายอมรับเช่นกันว่ายังมีข้อจำกัดอีกมากมายที่ทำให้การตั้งครรภ์แต่ละครั้งเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมทางเทคโนโลยี ทางบริษัทแสดงจุดยืนเพียงแค่เป็นการให้บริการทางสุขภาพ โดยเสนอทางเลือกและข้อมูลเพื่อให้ผู้หญิงเหล่านี้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจสำหรับอนาคตของพวกเธอเอง Vechery กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า

“เรามองเห็นว่าช่องว่างของข้อมูลคือปัญหาขนาดใหญ่ของการเจริญพันธุ์ในวันนี้ เราพูดอยู่เสมอว่า Modern Fertility เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ มันจะทำให้คุณถามคำถามกับตัวเอง ถามคุณหมอที่ดูแลคุณอยู่ โดยมีคำแนะนำที่ซื่อตรงจากผู้เชี่ยวชาญและรายงานด้านวิชาการใหม่ๆ ที่อัพเดตอยู่เสมอ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการ”

ความจริงที่ต้องอย่าลืมคือสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขที่บ่งบอกบางอย่างในร่างกายของเราเท่านั้น เหมือนกับการตรวจ DNA ที่ไม่ได้บอกว่าร่างกายคุณต้องการสารอาหารประเภทไหนหรือต้องใช้เครื่องสำอางค์แบบไหน ดูแลผิวยังไง การตรวจฮอร์โมนเหล่านี้ก็ไม่สามารถบอกคุณได้ว่าคุณควรจะตั้งครรภ์และเริ่มเป็นแม่คนเมื่อไหร่ ง่ายหรือยากมากแค่ไหน หรือบอกว่าไข่ที่คุณแช่แข็งไว้นั้นจะกลายเป็นเด็กที่แข็งแรงในวันข้างหน้าหรือไม่ การตรวจเลือดบอกได้เพียงบางอย่าง ไม่ใช่กระจกวิเศษที่จะบอกอนาคตได้

 

ยังไงก็ตามแต่ เมื่อมีความต้องการในตลาด สิ่งที่ตามมาคือสินค้าที่ค่อยๆ มาเติมเต็มในส่วนนั้น ผู้หญิงหลายคนต้องการรู้ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งสองอาทิตย์หลังจากที่บริษัทเปิดตัว มีการสั่งจองชุดตรวจด้วยตัวเองที่บ้านเป็นมูลค่าถึง $70,000 (2.2 ล้านบาท) ตอนนี้ผู้หญิงเหล่านี้ก็สามารถเก็บตัวอย่างเลือดแล้วส่งเข้าห้องแลป หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับข้อมูลของร่างกายตัวเองออกมาเพื่อวางแผนสำหรับอนาคตต่อไป จริงอยู่ว่าอาจบอกไม่ได้ทุกอย่าง แต่ก็คงดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

 

Illustration by Kodchakorn Thammachart
Share This!
  • 51
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    51
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed