ความไทย-ความดี

1

เพิ่งมีโอกาสได้ดูทีเซอร์หนังเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่ออกตัวแรงในฐานะหนังที่อยากนำเสนออาหารไทยแบบ Food Porn แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหนังที่นำเสนอประเด็นชาตินิยมมากเกินเหตุจนรสชาติของหนังนั้นปร่าเฝือ

 

ผมคิดว่ามีอยู่ตอนหนึ่งในทีเซอร์นี้ที่สำคัญมาก เพราะมีตัวละครที่เป็นคนหนุ่ม (น่าจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่) เอ่ยปากถามคำถามที่ผมคิดว่า ‘สำคัญ’ มาก เพราะเป็นรากฐานของทุกสิ่ง คำถามนั้นคือ

 

“อาหารไทยที่แท้จริงนี่ มันเป็นยังไงเหรอครับ”

 

ที่ผมบอกว่า คำถามนี้สำคัญมากๆ ก็เพราะมันเป็นคำถามที่ลงลึกไปถึง ‘นิยาม’ หรือการให้ ‘ความหมาย’ ของสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอ คือเวลาคนเราจะเถียงกัน ถ้าไม่ได้กำหนดกรอบของการเถียงให้ชัด หรือ ‘รู้’ แน่ๆว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนั้น คือสิ่งเดียวกันเรื่องเดียวกันเสียก่อนหรือเปล่า การโต้เถียงทั้งหมดนั้นก็พูดได้ว่า invalid คือเปล่าประโยชน์ เปลืองพลังงาน น่าเบื่อหน่าย และไม่ได้นำพาไปสู่สิ่งที่เรียกว่าสติปัญญาใดๆ เพราะมันไม่ได้มี ‘ฐานคิด’ ร่วมกัน

ผมคิดว่าสังคมไทยมีปัญหาแบบนี้เยอะนะครับ คือชอบตีขลุมคิดเองเออเองด้วยสติปัญญาและกรอบความคิดของตัวเองเท่าที่มีอยู่ (ไม่ว่าจะกว้างหรือแคบ ลุ่มลึกหรือตื้นเขินแค่ไหนก็ตาม) แต่ไม่ได้ ‘เข้าใจร่วม’ กันกับอีกฝ่ายหนึ่งที่กำลัง ‘ถก’ กันอยู่-ว่ากำลังพูดเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่า หรือว่ามีกรอบความเข้าใจแบบเดียวกันไหม

ทีเซอร์ของหนังไทยเรื่องนี้ก็มีลักษณะแบบนี้แหละครับ เพราะหลังจากคนหนุ่มถามคำถามข้างต้นนั้นแล้ว ทีเซอร์ก็ตัด ‘คำตอบ’ (ซึ่งผมไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าในหนังเป็นซีนต่อเนื่องกันหรือเปล่า เพราะไม่ได้ดู แต่ที่ปรากฏอยู่ในทีเซอร์ [ซึ่งควรจะพยายามสร้างความเข้าใจให้กระจ่างชัดที่สุด] เป็นแบบนี้) ของ ‘ผู้อาวุโส’ ที่หลงใหลในความเป็นไทยและอาหารไทยของตัวเองอย่างยิ่งว่า

 

            “มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่จะต้องปรุงอาหารไทย ให้รสชาตินั้น…เป็นไทย”

 

ดูอีกทีแบบสโลว์โมชั่นนะครับ

 

คำถาม : “อาหารไทยที่แท้จริงนี่ มันเป็นยังไงเหรอครับ”

            คำตอบ : “มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่จะต้องปรุงอาหารไทย ให้รสชาตินั้น…เป็นไทย”

 

มันเป็นคำตอบที่ชวนขนลุกขนชันกลั้นใจตายเพื่อชาติเป็นอย่างยิ่ง แต่คำถามที่ต้องย้อนถามกลับไปก่อนจะตายก็คือ-มันเป็นคำตอบที่ ‘ตอบคำถาม’ ข้างต้นหรือเปล่าครับ

 

โอเคครับ-ในหนังจริงอาจมีคำตอบหรือ ‘นิยาม’ ของคำว่า ‘อาหารไทย’ มาเป็นจักรวาลทัศน์ให้เราได้ถกเถียงกันก็ได้ (ซึ่งผมภาวนาเหลือเกินให้มี แต่ไม่อยากไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็เลยไม่รู้ว่ามันมีหรือเปล่า) แต่ในทีเซอร์ที่ตัดมานั้น เราเห็นชัดๆ เลยนะครับว่าไม่มี

 

เหมือนถามว่า-ไปไหนมา แล้วตอบว่า-สามวาสองศอก, นั่นแหละครับ

 

โชคดีเหลือเกินนะครับ ที่หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารไทยและความเป็นไทย ไม่ใช่หนังเกี่ยวกับอาหารของประเทศที่ยึดถือเรื่อง ‘ตรรกะ’ เป็นสรณะใหญ่เสียจนอาจจะกลบบังความขนลุกขนชันปลาบปลื้มในความเป็นไทยไป เพราะดูเหมือนว่า ถ้าเป็นไทยแท้นั้น-การเร้าอารมณ์แบบไม่ต้องสนใจตรรกะดูจะเป็นสุนทรียรสที่น่ายกย่องกว่าอักโข และเราก็เห็นกันทั่วไปในสังคมนี้นะครับ ว่าลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นเสมอๆ จนบางทีเถียงกันไปแล้วสามวันสี่คืน ถึงเพิ่งมารู้ว่า อ้าว! ไอ้ที่เถียงกันไปนั่นนะ มันพูดคนละเรื่องเดียวกันนี่หว่า

อย่างในทีเซอร์เรื่องนี้ ถ้าเราไม่รู้เสียก่อนว่า ‘อาหารไทย’ มันคืออะไรกันแน่ เราก็จะพูดได้ยากนะครับ-ว่าที่บอกว่าไอ้นั่นถูกไอ้นี่ผิดน่ะ มันบอกในนามของอาหารไทยทั้งปวงหรือว่าในนามอาหารไทย ‘ของฉัน’ เท่านั้น (ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น) และดังนั้น กับคำว่า ‘ประเทศไทยของฉัน’ (ที่ปรากฏในทีเซอร์ของหนังด้วย) ก็เสียใจด้วยนะครับที่จะต้องบอกว่ามันเป็นแค่ประเทศไทย ‘ในจินตนาการ’ ของตัว ‘ฉัน’ เท่านั้น (ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ได้ เพราะมันเป็นจินตนาการ) แต่ประเทศไทยของคนอื่นๆ อาหารไทยของคนอื่นๆ อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นไปด้วย

 

การให้ ‘นิยาม’ เสียก่อน-จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

 

 

2

คุณอาจจะสงสัยว่า ผมมาพูดเรื่องอาหารไทยทำไมเป็นวรรคเป็นเวร เพราะหนังเรื่องนี้ก็เหมือนจะลาโรงไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้วก็ได้ แต่ผมคิดว่าการถกเถียงกันแบบไปไหนมาสามวาสองศอกแบบที่ปรากฏ แล้วก็เสริมแรงด้วยอารมณ์ความรู้สึกแบบถึงพริกถึงขิงถึงเครื่องแกงอย่างที่ปรากฏในทีเซอร์นั้น เวลายกระดับมาเป็นเรื่องราวในสังคมไทยแล้ว เราจะพบว่าไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารไทยหรือความเป็นไทยเพียงอย่างเดียวนะครับ

 

อีกเรื่องที่สำคัญมากๆ ก็คือเรื่องของ ‘ความเป็นคนดี’ นี่แหละ

 

ทุกวันนี้ ผมเชื่อว่ามีคนพูดกันเยอะ พูดกันให้เปรอะไปหมดนะครับ ว่าเราจะต้องเป็นคนดี ขอให้ประพฤติปฏิบัติตัวให้ดีงามสมชื่อความเป็นไทยอะไรก็ว่ากันไป

แต่คำถามที่เราแทบไม่เคยถามกันเลยก็คือ-แล้ว ‘ความเป็นคนดี’ ที่ว่า มันคืออะไร

 

ลองดูฉากในทีเซอร์อีกครั้งแบบสโลว์โมชั่น แต่เปลี่ยนจากอาหารไทยเป็นความดีดูนะครับ

 

คำถาม : “ความดีที่แท้จริงนี่ มันเป็นยังไงเหรอครับ”

            คำตอบ : “มันเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่จะต้องทำความดี ให้ความประพฤติปฏิบัตินั้น…เป็นความดี”

 

จ้ะ!

 

สำหรับผม เป็นเรื่องน่าซาบซึ้งใจมากนะครับ ท่ีเราอยู่ในสังคมที่สามารถ ‘ผลิต’ คำสอนให้คนรักษาความเป็นคนดีและความเป็นคนไทยเอาไว้ได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ โดยไม่เคยหยุดคิดตั้งคำถามเลยว่า-ความเป็นคนดีกับความเป็นคนไทยนั้น, คืออะไร แถมเผลอๆ ถ้าใครอยากหยุดคิดตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมา ก็อาจถูกด่าหรือถูกไล่ให้ออกไปจาก ‘ประเทศไทยของฉัน’ อีกต่างหาก

เอ…หรือว่าลักษณะแบบนี้นี่แหละครับ-คือนิยามของความเป็นคนดีที่เป็นไทย, โดยตัวของมันเอง!

ป.ล. ประโยคสุดท้ายนี่ก็ตรรกะวิบัตินะครับ :p

โตมร ศุขปรีชา
โตมร ศุขปรีชา
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed