ไม่ใช่แค่เทย์ที่เทพหลง รวม 5 มนุษย์สวยสุดเทพสะท้าน

ร้าวรานกันไปสิใช่มั้ยสาวๆ เมื่อยัยสวย เทเลอร์ สวิฟท์ ของเราเปิดตัวหนุ่มใหม่ของเธออีกแล้ว แน่ล่ะ หนุ่มคนอื่นๆ ของเธอก็ระดับเทพสุดในเมืองมนุษย์กันอยู่แล้ว แต่คราวนี้เจ้เล่นเทพโลกิกันเลยทีเดียว (ถึงทางเทคนิคแล้วพี่เขาจะไม่ได้มีสายเลือดแอสการ์ด แต่ก็ถือว่าเป็นวงศ์วานเทพแหละเนอะ)

มนุษย์เราจะสวยมั่นหน้าอะไรจนเทพมาหลงมารัก ทั้งเทพมนุษย์ตัวท็อป ทั้งเทพแอสการ์ดขนาดนี้ เอาล่ะ สาวๆ ที่กำลังขุ่นเคืองใจจากความสวยของยัยเทเลอร์มาฟังทางนี้ คือ ยัยเทย์ไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่สวยสะเทือน เก่ง ฉลาด มีไหวพริบ จนเทพยดาหลง เราได้รวบรวมเหล่าสาวงามที่สวยสะเทือนโลกเทพเจ้าจากปกรณัมกรีกมาไว้ที่นี่แล้ว

กระซิบให้ฟังก่อนว่า สวยมากๆ จนเทพมาหลงเนี่ย จบไม่สวยหลายรายเลยแกร เทย์ดูไว้เนอะ คริคริ

 

The Love of Helen and Paris โดย Jacques-Louis David, Wikipedia
The Love of Helen and Paris โดย Jacques-Louis David, Wikipedia

อันดับที่ 1 เฮเลนแห่งกรุงทรอย (Helen of Troy)

ความสวยและความหายนะมักเป็นสิ่งที่มาคู่กันเนอะ เวลาเราที่เราพูดถึงผู้หญิงสวย เรามักนึกถึงการต่อสู้แย่งชิงหญิงงามเหล่านั้น ถ้าว่าด้วยหายนะจากความงาม ยังไงก็น่าจะคิดถึงเฮเลนผู้หญิงที่ได้ชื่อว่างามที่สุดในโลก ว่าไป ถ้าไม่สวยจริง ผู้ชายคงไม่ถึงขนาดทำสงครามเพื่อนางกันขนาดนี้หรอกเนอะ

ถ้าจะเรียกเฮเลนว่าเป็นมนุษย์ที่สวยจนวิบัติก็ไม่ค่อยเต็มปากเท่าไหร่ เพราะจุดกำเนิดของนางจริงๆ ก็ประหลาดตามสไตล์เทพปรกณัมกรีกอะนะ ถ้าว่ากันด้วยสายเลือด จะถือว่าเฮเลนเป็น ‘กึ่งเทพ’ (Demi-god) ก็ได้ เพราะพ่อของเธอก็คือซุส (Zeus) หัวหน้าทีมของสรวงสวรรค์โอลิมปัสนั่นแหละ และที่ว่าแปลกก็คือนางเฮเลนเธอเกิดจากไข่!!

จะว่าไปถ้าจะพูดว่าสตรีมนุษย์ (mortal) ที่สวยจนเทพมาหลงต้องยกให้นางเลดา (Leda) แม่ของนางเฮเลนมากกว่าเพราะนางสวยจนซุส (Zeus) มาหลงรัก นางเลดาจริงๆ มีผัวอยู่แล้วแหละแถมเป็นกษัตริย์ชื่อไทน์ดาเรียส (Tyndareus) แต่ก็รู้ๆ กันว่าพ่อซุสของเราด้วยความเจ้าชู้พ่อก็จะเอา แถมวิธีที่ของพี่แกก็ล้ำโลก คือใช้วิธีแปลงกายเป็นหงส์มาล่อลวงนางไป เรื่องราวไม่ได้บอกรายละเอียดมากว่าฟีเจอร์ริ่งกันอีท่าไหน แต่ในคืนนั้นเองนางเลดาก็ให้กำเนิดไข่ออกมาสองฟอง (ไม่รู้เหมือนกันว่าฟองใหญ่ขนาดไหน หรือออกมายังไง ใช้หมอตำแยมั้ย) ไข่สองใบนั้นใบนึงฟักออกมาเป็นเฮเลนผู้งามล้ำ จะว่าไปก็แปลกดี ถ้าเป็นนิทานแถบบ้านเราคงต้องโดนหาว่าเป็นกาลกิณี แล้วเอาไปลอยแพทิ้ง

กลับมาที่เฮเลนคนงาม ความสวยของเฮเลนอย่างที่รู้ๆ คือทำให้เกิดสงครามกรุงทรอย จะว่าไปความสวยก็คือความซวยเหมือนกัน เพราะว่าเฮเลนนางก็แค่สวยเฉยๆ ความซวยมันเกิดจากอีพวกเทพทั้งหลายกับเจ้าชายปารีสแห่งกรุงทรอยมากกว่า คือ วันดีคืนดีเทพก็มีปาร์ตี้กันโดยไม่ชวนเทวีแห่งความอับโชคไปด้วย (ใครมันจะไปชวนวะ) สุดท้ายเทวีตัวซวยรู้เข้าจึงโผล่มาที่งานและโยนความซวยให้กับความสวยทั้งหลายด้วยการปาแอปเปิ้ลทองคำที่เขียนว่า ‘สำหรับผู้ที่งามที่สุด’ ซุสก็ไม่อยากตัดสินเพราะเดี๋ยวงานเข้าเลยพาเทวีสามองค์ไปให้ปารีสตัดสิน เทวีทั้งสามก็ติดสินบนไปคนละอย่าง แต่ปารีสเลือกให้เทวีแห่งความรัก เพราะนางเสนอจะมอบหญิงสาวที่งามที่สุดในโลกให้ ผลก็คือ ปารีสเลยไปชิงตัวเฮเลนมาโดยมีทวยเทพแบ็คอัพให้ จนเกิดเป็นมหาสงครามขึ้น

ก็สวยนี่นา ช่วยไม่ได้เนอะ เรื่องธรรมดา

 

Psyche Receiving Cupid's First Kiss (1798) โดย François Gérard, Wikipedia
Psyche Receiving Cupid’s First Kiss (1798) โดย François Gérard, Wikipedia

อันดับที่ 2 นางไซคี (Psyche)

นางไซคีมาจากตำนานชุด The Metamorphoses ของกวีโรมัน Ovid เล่าเรื่องราวความรักที่ถูกทดสอบระหว่างนางไซคีผู้เป็นมนุษย์ และคิวปิด เทพแห่งความรัก ปลายทางของเรื่องนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ความรักระหว่างเทพกับมนุษย์จบลงด้วยความสวยงาม คือสุดท้ายนางไซคีได้ดื่มกินอาหารทิพย์และขึ้นไปใช้ชีวิตร่วมกับคิวปิดบนยอดเขาโอลิมปัสตราบกาลนาน

ถ้าเม้าท์ถึงคนสวยไซคี หากให้คะแนนความสวยก็น่าจะให้ 10 เพราะสวยจนกามเทพของเราหลงเอง ส่วนความมั่นหน้าก็อาจจะให้ 100 ไปเลย เพราะนางมีความมั่นอกมั่นใจในตัวเองมาก จนความซวย (ที่จบสวยมาเยือน) คือ ตามสไตล์เนอะ นางไซคีก็เป็นลูกสาวกษัตริย์ คนสุดท้าย แถมสวยที่สุด ก็มีความเอาแต่ใจไปตามประสา แต่เอาแต่ใจไปถึงขนาดไม่ยอมทำการบูชาเทวีแห่งความรักไปตามประเพณี รอบนี้งานเลยเข้านางไซคีสิ เพราะถึงจะสวยขนาดไหนก็จะไปเป็นศัตรูกับเทวีแห่งความรักไม่ได้! เมื่อวีนัสนางรู้เรื่องเข้าก็เลยโมโหว่า สวยนักหรอแก จะสั่งสอนให้

วิธีการสั่งสอนของเทวีแห่งความรัก ก็ต้องใช้ความรักเข้าสาป นางเลยตัดสินใจว่าจะสาปให้นางคนสวยสุดในซอยตกหลุมรักกับสิ่งที่อุบาทว์ที่สุดในสากลโลกนี้ซะ เลยส่งคิวปิด ลูกชายสุดหล่อของนางไป ไปทำให้ตกหลุมรักอสุรกายอะไรก็ว่าไป แต่ผลกลับผิดคาด ไอ้เจ้าลูกไม่รักดีพอโผล่ไปถึงที่นอนไซคี แทนที่จะสาปให้นางรักอสุรกาย พ่อเทพบุตรแห่งความรักกลับตกหลุมรักเหยื่อของตัวเองไปซะได้นี่ (ตามท้องเรื่องคือคิวปิดซุ่มซ่ามทำศรสะกิดตัวเอง) ด้วยอำนาจของศร คิวปิดและไซคีก็เลยรักกันเพราะโดนสะกิดกันไปคนละที แต่ด้วยความที่กลัวพลังของแม่ คิวปิดก็เลยต้องหลบๆ ซ่อนๆ ใช้วิธีลวงให้นางไซคีไปที่วิมานและอยู่กับนางแต่ในความมืดเท่านั้น สุดท้ายไซคีถูกพี่น้องขี้อิจฉายุยง ละเมิดคำสั่งคิวปิดแอบเอาเทียนส่องดูหน้าว่าคนรักนางนี่หน้าตาเป็นยังไง

สรุป พบว่าหล่อระดับเทพบุตร (เทพบุตรจริงๆ เฟ่ย) แต่นั่นแหละ นิทานเรื่องนี้เต็มไปด้วยความซุ่มซ่าม แอบจุดเทียนส่องไม่พอ ยังทำน้ำตาเทียนหยดใส่หน้าอกคิวปิด (ตั้งใจป่ะเนี่ยยย ไซคี หืม) จนพี่แกสะดุ้งตื่นขึ้น พอเห็นว่าไซคีไม่วางใจตนเลยกล่าวประโยคเทศนาว่า ความรักมิอาจดำรงอยู่ได้ด้วยความเคลือบแคลง (Love cannot dwell with suspicion) พอคมใส่เสร็จก็บินหนีไป สุดท้ายนางไซคีก็ถูกทดสอบโดยวีนัสเองมากมาย เช่น ให้คัดแยกเมล็ดพันธุ์ ให้ไปยังยมโลก จนสุดท้ายนางก็ผ่านการทดสอบและได้ใช้ชีวิตอมตะร่วมกับคิวปิดบนยอดเขาโอลิมปัส

ซวยนิดหน่อย แต่จบสวย แถมได้กับเทพบุตรแห่งความรัก ก็คุ้มอยู่

 

Juno Discovering Jupiter with Io โดย Pieter Lastman, Wikipedia
Juno Discovering Jupiter with Io โดย Pieter Lastman, Wikipedia

อันดับที่ 3 นางไอโอ (Io)

นางไอโอ (ไม่ใช่ ios น้า) เป็นเหง้าศักราชของนางยูโรปาในอันดับถัดไป ในวงตระกูลนี้มีอะไรคล้ายๆ กันอยู่ คือเทพซุสลงมาหลงรัก และก็เกี่ยวข้องกับวัวไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (กษัตริย์ไมนอสที่ลูกสาวถูกสาปให้หลงรักวัวจนเกิดไมโนทอร์ก็ตระกูลนี้แหละ แต่รุ่นหลังๆ)

ประวัตินางไอโอก็ไม่อะไรมาก สวยอยู่ดีๆ เทพซุสก็ลงมาหลงรักอีกแล้ว แต่นางไอโอจะซวยจัดหน่อยที่เฮร่า ภรรยาพี่ซุสสุดขี้หึงรู้เข้าเลยโผล่เข้ามาจัดการนางไอโอ ด้วยการสาปให้นางเป็นวัวสีขาว (แต่บางเวอร์ชั่นบอกว่าซุสเป็นคนแปลงให้เป็นวัวเองเพื่อให้พ้นสายตาเฮร่า) เฮร่าเมียหลวงบอกว่าสาปอย่างเดียวไม่พอใจ เลยต้องแกล้งอีกสารพัด เช่นส่งยักษ์ที่มีพันตามาคุมเชิง หรือส่งแมลงคล้ายเห็บมาตามเกาะไอโอในร่างวัว

สุดท้ายไอโอในร่างแม่วัวสีขาว ก็ต้องระหกระเหเร่ร่อน (ไปพร้อมกับแมลงที่เฮร่าส่งมา) ร่อนเร่จากกรีกไปจนถึงอียิปต์กันเลยทีเดียว ที่นั่นซุสได้ทำให้ไอโอคืนร่างเป็นมนุษย์ และให้กำเนิดบุตรที่เป็นที่รู้จักและกลับมายังกรีกอีก เช่น เฮอร์คิวลิส เพอร์ซีอุส เป็นต้น

สวยจนถูกสาปเป็นวัวไม่พอ ยังเร่ร่อนรอนแรมแถมมีแมลงคอยดูดเลือดไปอีก ความสวยนี่มันเป็นภัยจริงๆ

 

The Abduction of Europa (1716) โดย Jean François de Troy, Wikipedia
The Abduction of Europa (1716) โดย Jean François de Troy, Wikipedia

อันดับที่ 4 นางยูโรปา (Europa)

ชื่อของทวีปยุโรปก็ตั้งตามนามของแม่นางผู้นี้นี่เอง ถ้านับตามสายเลือด นางยูโรปาก็เป็นเชื้อสายไกลๆ จากนางไอโอในข้อก่อนหน้ามารุ่นหลังๆ แถมวีรกรรมก็ไม่จบสิ้นกับซุส เพราะพ่อเทพซุสก็ดันมาพึงใจกับนางยูโรปาอีกคน แต่คราวนี้ซุสล่อลวงยูโรปาด้วยกระทิงหนุ่มสีขาว

เรื่องราวก็เริ่มต้นและจบลงคล้ายๆ เดิม คือมีสาวเวรี่สวย ซุสหลงรัก อยากได้ และต้องได้ นางยูโรปาเป็นธิดาของกษัตริย์อเกนอร์ (Agenor) วันนึงในขณะที่นางกำลังบันเทิงอยู่ในสวน เก็บดอกไม้สวยๆ ตามประสาเจ้าหญิง พ่อซุสเทพขาหื่นของเราเห็นโอกาส ก็เลยแปลงตัวเป็นกระทิงเผือกหนุ่มแฝงมาในฝูง พอยูโรปาเห็นกระทิงที่ลักษณะดีเช่นนั้นก็คงชื่นชอบและเข้าไปใกล้

เข้าไปใกล้ๆ ก็ได้เรื่องเลย พ่อกระทิงก็เสยนางยูโรปาขึ้นหลัง และควบหายไปในอากาศ… อือ เอากันง่ายๆ แบบนี้ อุ้มแม่ง

พอรู้ตัวอีกที นางยูโรปาก็อยู่บนเกาะครีต (Crete) คือข้ามน้ำข้ามทะเลไป ถึงฝั่งพ่อซุสของเราก็คืนร่าง และสถาปนาให้นางยูโรปาเป็นราชินีแห่งเกาะและสร้อยคอที่เฮฟเฟตุส (เทพแห่งสิ่งประดิษฐ์และเตาไฟ) สร้างขึ้น พร้อมมอบแถมให้อีกสามอย่าง คือ ทาลอส (Talos – หุ่นทองแดงยักษ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องเกาะ) ลีแลปส์ (Laelaps – หมาล่าเนื้อที่ไม่มีวันพลาดเป้าหมาย) และหอกวิเศษที่ไม่มีวันพลาดเป้า (อันนี้ไม่มีชื่อเท่ๆ เหมือนเขา)

นางยูโรปาถือเป็นหนึ่งในคนรักที่เป็นหญิงมนุษย์ที่ดูเหมือนซุสจะรักมากเป็นอันดับต้นๆ ดูจากผลของความรักสิ ‘ให้เยอะ’ มากๆ

 

Pandora (1896) โดบ John William Waterhouse , Wikipedia
Pandora (1896) โดบ John William Waterhouse , Wikipedia

อันดับสุดท้าย นางแพนดอร่า (Pandora)

จริงๆ นางแพนดอร่า ไม่ได้มีใครมาตกหลุมรัก แต่ไหนๆ พูดเรื่องผู้หญิงในปกรณัมกรีกแล้วก็อยากจะพูดถึงนางเสียหน่อย

พอดูๆ ไป เหมือนว่าผู้หญิงในโลกของตำนานโบราณ ความงามของพวกนางดูจะเป็นต้นเหตุแห่งความซวยทั้งแก่ตัวเองหรือในระดับอาณาจักร มุมมองที่มีต่อผู้หญิงดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และนางแพนดอร่านี่เองก็เป็นตัวอย่างขั้นสุดที่โลกโบราณมองว่าผู้หญิงคือต้นเหตุแห่งความซวย

นางแพนดอร่า จะว่าไปก็คล้ายๆ อีฟ ในตำนานของคริสต์ศาสนาเหมือนกัน คือนางถูกสร้างขึ้นเป็นผู้หญิงคนแรกของโลก โดยตัวแพนดอร่าเองถูกสั่งให้สร้างจากความพิโรธของซุสจากกรณีที่โพรเมเทอุสขโมยไฟลงมาให้กับพวกมนุษย์ ซุสจึงสั่งให้สร้าง ‘ความชั่วร้ายที่งดงาม’ ขึ้น ซึ่งก็คือ ‘ผู้หญิง’ และได้มอบโถ ไว้ให้ใบหนึ่งเป็นของขวัญและแน่ล่ะว่ามีคำสั่งว่าห้ามเปิดออกเด็ดขาด ผลก็อย่างที่รู้ๆ กัน คือยัยแพนดอร่าขี้สงสัยก็เปิดมันออกจนได้ เป็นเหตุให้หายนะและความชั่วร้ายของมวลมนุษย์หลุดออกมาจากกล่อง ความวิบัติหายนะทั้งหมดเลยถูกเทลงไปว่าเป็นเพราะยัยผู้หญิงสวยๆ พวกนี้นี่แหละ (เหมือนอีฟที่ไปกินผลไม้แห่งปัญญาเลย)

 
จะว่าไป พออ่านชะตากรรมของคนสวยสมัยก่อน มาเทียบกับคนสวยสมัยนี้อย่างแม่เทเลอร์ สวิฟท์ก็มีจุดแต่งต่างกันมากเหมือนกัน คนสวยในยุคก่อนมักจะทำอะไรไม่ค่อยได้ นอนเฉยๆ รอถูกเลือก โง่ๆ เซ่อๆ จนต้องถูกทดสอบ เผลอไปเปิดกล่องบ้าง หรือไม่ก็สวยอยู่ดีๆ ก็โดนลักพาไปทั้งๆ ที่ไม่ยอม

ส่วนแม่เทย์ของเราอย่างที่พูดถึงกลยุทธ์แบบวิทย์ๆ ของนางในการเทผู้ชายจนสุดท้ายผู้ชายต้องวิ่งเข้าหา ก็ดูนางจะเป็นฝ่ายแอคทีฟ เลือกหนุ่มๆ เทหนุ่มๆ เปลี่ยนหนุ่มหน้าใหม่ไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกหมั่นไส้ที่นางใช้ความสวยจนคุ้มซะเหลือเกิน… แต่ มันก็ช่วยไม่ได้อะเนอะ คนมันสวย

เพราะนี่มันยุคใหม่แล้วนี่เนอะ สวยเลือกได้

เลือกได้ ก็เลือกไปเหอะ

ยังไงก็รักนะ เทเลอร์ จุ๊บๆ

sugarscape.com
sugarscape.com
No Comments Yet

Comments are closed