หลังจากมีกระแสเอกสารหลุดเมื่อต้นสัปดาห์ ว่าการฉีด Pfizer เข็ม 3 ให้แพทย์ จะทำให้ Sinovac ไม่น่าเชื่อถือ ล่าสุด มีแพทย์ที่เคยได้รับวัคซีน Sinovac ครบโดส แต่ยังติด COVID-19 ออกมาระบุว่า รัฐไม่ควรคิดเช่นนั้น และควรใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ในการชี้แจงกับประชาชนมากกว่า
พญ.ประภาพร พิสิษฐ์กุล อายุรแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า รัฐควรใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ในการชี้แจงกับประชาชน เพราะจะช่วยให้ไม่มีคำว่า “เสียหน้า” เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงสาธารณสุขเพิ่งมีการพิจารณาฉีด Pfizer เข็มที่ 3 ให้แก่แพทย์ที่ได้รับ Sinovac แล้วในวันนี้ (6 กรกฎาคม)
พญ.ประภาพร เคยโพสต์เฟซบุ๊กไปก่อนหน้านี้ว่า ตัวเองติด COVID-19 ถึงแม้ว่าจะได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2 โดสแล้วก็ตาม โดย พญ.ประภาพร ยกตัวอย่างกรณีของตัวเองว่า ลูกชายของ พญ.ประภาพร ซึ่งฉีด Sinovac ครบโดส ก็ติดเชื้อ COVID-19 ด้วยเช่นกัน แตกต่างจากสามี และปู่กับย่า ที่ฉีด AstraZeneca และยังไม่พบการติดเชื้อหรืออาการใดๆ
เดิมที ครอบครัวของ พญ.ประภาพร เป็นนักวิจัยระบบภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ทุกคนจึงได้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาค่า Neutralizing antibody โดยลูกชายหลังรับวัคซีน Sinovac โดสที่สอง 3 สัปดาห์ มีค่า Neutralizing antibody อยู่ที่ 89 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าติด COVID-19 ที่ Ct30 ในขณะที่สามี ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca พบค่า Neutralizing antibody ที่ 98.85 เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีการติดเชื้อเกิดขึ้น
พญ.ประภาพร บอกว่า ตัวเลขเมื่อเปรียบเทียบกันจะพบว่า COVID-19 สายพันธุ์เดลตาต้องอาศัยวัคซีน ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่สูงมาก ซึ่งอาจจะต้องมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงจะป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ ถึงแม้ตัวเลขดังกล่าวจะฟังดูน่าตกใจ แต่ พญ.ประภาพร ย้ำว่า รัฐสามารถนำข้อมูลทางวิทยาศาสตรื มาชี้แจงให้กับประชาชน เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันได้
พญ.ประภาพร อธิบายว่า วัคซีน Sinovac รุ่นแรก ถูกผลิตขึ้นจากเชื้อสายพันธุ์แรกคืออู่ฮั่น ที่ระบาดเมื่อต้นปีก่อน Sinovac จึงอาจจะป้องกันเชื้อสายพันธุ์อู่ฮั่นได้ดี แต่ปัจจุบัน เรากำลังเจอกับสายพันธุ์เดลตา ที่กำลังระบาด ซึ่งมีการกลายพันธุ์ล้ำหน้าวัคซีน Sinovac ไปแล้ว จนมันสามารถเข้าถึงเซลล์ของมนุษย์ได้ดีมาก เราจึงต้องอาศัยวัคซีนที่สร้าง Neutralizing antibody ได้ในระดับที่สูงมาก เพื่อยับยั้งการติดเชื้อ
“การใช้ Sinovac version 1.0 (original) นั้นจะไม่สามารถจัดการ delta mutant ตัวนี้ได้ดี (วงการคอมพิวเตอร์ถึงต้องมีหลาย software หรือมี upgraded version)” พญ.ประภาพระบุ พร้อมชี้ว่า ประเภทของวัคซีนต่างๆ ยังส่งผลต่างกันในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การฉีดกระตุ้นในเข็มที่ 3 ให้แก่แพทย์ จึงจะไม่ได้ส่งประโยชน์แต่แค่แพทย์ แต่ยังจะช่วยประชาชนและผู้ป่วยได้อย่างมาก
พญ.ประภาพร ยกตัวอย่างในกรณีของตัวเองว่า เธอต้องเลื่อนนัดคนไข้ออกไป 2-3 สัปดาห์ ซึ่งคิดเป็นการตรวจจำนวนผู้ป่วย 200 กว่าคน ปัจจุบันนี้ พญ.ประภาพร กำลังกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ทำให้ภาระงานของตัวเอง ต้องฝากให้แก่อาจารย์แพทย์และแพทย์ท่านอื่น ซึ่งส่งผลต่อปริมาณงาน กับแพทย์ในระบบตอนนี้ ที่เริ่มตึงมือต่อการรับกับสถานการณ์ COVID-19
ประกอบกับการเกิดเหตุโรงงานระเบิด ในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้แพทย์ที่สถาบันจักรีนฤบดินทร์ ที่ตั้งศูนย์รับ COVID-19 และยังต้องผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากโรงงานเพิ่ม พญ.ประภาพร ตั้งข้อสังเกตว่า ห้อง ICU หรือ Burn unit จะมีรับรองผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บพอหรือไม่ พญ.ประภาพร ย้ำว่า การฉีดวัคซีนให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงมีความสำคัญ แต่ถ้าผู้ป่วยไม่มีบุคลากรการแพทย์ดูแลอะไรจะเกิดขึ้น
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/100000278023117/posts/4424344644251426/?d=n
https://thematter.co/brief/147850/147850
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_6493124
#Brief #TheMATTER