เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 มกราคม) ศาลอิหร่านเพิ่งตัดสินให้ชายที่ฆาตรกรรมตัดคอโมนา (Mona) ภรรยาวัย 17 ปีของตัวเอง ต้องโทษจำคุก 8 ปีกับอีก 2 เดือน นำมาสู่การวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมโทษถึงเบาได้ขนาดนี้?
โทษทั้งหมด แบ่งออกเป็นโทษจำคุก 7 ปีครึ่งด้วยเหตุฆาตรกรรม บวกกับอีก 8 เดือน เหตุทำร้ายร่างกาย สิริรวมทั้งหมด 8 ปี กับอีก 2 เดือน
เขาลงมือฆาตรกรรมภรรยาของตัวเองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และหลังจากชายรายนี้ฆาตรกรรมภรรยาตัวเอง ก็ปรากฎวิดีโอของเขาที่ยิ้มร่า เดินไปมากลางถนน พร้อมกับถือศีรษะของภรรยาไว้ในมือ
ในตอนนั้น เขาอ้างว่าเหตุที่ฆาตรกรรมตัดหัวภรรยาเพราะต้องการ ‘รักษาเกียรติยศ’ ไว้ หลังจากโดนภรรยาขอหย่าและหนีไปอยู่ที่ตุรกี 4 เดือน เพราะมักถูกทำร้ายร่างกายและเผชิญความรุนแรงในครอบครัว
ทั้งนี้ โมนาแต่งงานกับสามีตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี และให้กำเนิดลูกชายตอนอายุ 14 ปีเท่านั้น
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงโทษอันแสนเบา ทำให้โฆษกของศาลออกมาเผยว่า ที่ผ่อนปรนโทษให้นั้น เพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงได้ ‘ยกโทษ’ ให้กับฆาตรกรแล้ว และไม่ได้ต้องการจะจองเวรจองกรรม
โฆษกศาลยังระบุด้วยว่า คำพิพากษาเป็นไปตามกฎหมายของอิหร่านแล้ว เพราะโดยปกติมักจะสั่งประหารชีวิตในคดีเจตนาฆ่า เว้นเสียแต่ครอบครัวของเหยื่อให้อภัยฆาตรกร “ครอบครัวของเหยื่อประกาศว่ายกโทษให้ และนั่นก็มีผลกับคดี จึงทำให้มีการออกคำสั่งระงับการประหาร แต่คดีความอาชญากรรมก็ยังคงอยู่” โฆษก ระบุ
อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นสิทธิสตรีมาโดยตลอด เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็เพิ่งมีการประท้วงเรียกร้องสิทธิที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมกรณีดังกล่าวถึงถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในแง่ความไม่ยุติธรรมของศาล และในแง่ของการไม่ให้ความสำคัญกับสิทธิสตรี
อ้างอิงจาก
https://www.vice.com/en/article/qjkm3w/death-sentence-iran-protester-mahsa-amini
https://www.bbc.com/news/world-middle-east-64319487
https://edition.cnn.com/2023/01/19/middleeast/iran-man-kills-wife-sentenced-intl/index.html