“จากฉันเป็นครั้งสุดท้าย และจะไม่ได้พบกันอีก” บุศย์ ปัทมศริน เขียนจดหมายถึงภรรยา ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2498
เช้ามืดวันต่อมา วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2498 บุศย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยคดีสวรรคตของในหลวง ร.8 พร้อมด้วยจำเลยอีกสองคน คือ ชิต สิงหเสนี และ เฉลียว ปทุมรส ก็ถูกนำตัวเข้าสู่หลักประหาร ตามคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตของศาลฎีกา นับเป็นเวลา 8 ปี 8 เดือน 8 วัน พอดี ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 วันสวรรคตของ ร.8
ชิต และ บุศย์ มหาดเล็กหน้าห้องบรรทม และ เฉลียว ราชเลขานุการในพระองค์ฯ ต้องตกเป็นจำเลยในคดีประทุษร้ายต่อในหลวง ร.8 และสูญสิ้นอิสรภาพหลังถูกจับช่วงปลายปี 2490 ซึ่งเป็นช่วงที่ ควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากการรัฐประหารปี 2490
ต่อมา ศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2497 ตัดสินว่า จำเลยทั้ง 3 คนได้กระทำความผิดจริงดังคำฟ้อง ที่ว่า จำเลยทั้งสาม “บังอาจสมคบกันกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์พระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 8” และพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต
แต่ทั้ง ชิต บุศย์ และเฉลียว ก็ยังไม่หมดหวัง วันที่ 5 พฤศจิกายน 2497 จำเลยทั้งสามได้ยื่นผ่านกรมราชทัณฑ์ ทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และยังมีหวังว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ทว่าความหวังนั้นก็ต้องแหลกสลายลง เมื่อราชเลขาธิการได้แจ้งกลับมายังคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2498 ถึงกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษว่า ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ยกฎีกานี้ …และไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ชีวิตของจำเลยทั้งสามก็ต้องสิ้นสุดลง ด้วยไกปืนของเพชฌฆาต
แถลงการณ์กระทรวงมหาดไทย วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2498
ภายหลังจากการประหารชีวิต กระทรวงมหาดไทยได้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ระบุว่า:
“ตามที่ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายเฉลียว ปทุมรส นายชิต สิงหเสนี และนายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยในคดีต้องหาว่าประทุษร้ายต่อองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และจำเลยทั้งสามได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษนั้น
“บัดนี้ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกฎีกาของจำเลยทั้งสามเสีย ทางราชทัณฑ์จึงได้นำตัวจำเลยทั้งสาม ไปประหารชีวิตตามคำพิพากษา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2498 เวลา 05.00 น. ณ เรือนจำกลางบางขวาง ต่อหน้าคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวางเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายแพทย์เชื้อ พัฒนเจริญ และนายหลอม บุญอ่อน รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าแผนกควบคุมเรือนจำกลางบางขวางเป็นกรรมการ ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยเป็นการเสร็จไปแล้ว จึงขอแถลงมาให้ทราบทั่วกัน”