“ดิจิทัลวอลเลตกี่โมง?” แม้จะเป็นประโยคแซว แต่ก็สะท้อนความคาดหวังต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ–ปากท้องของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลข้ามขั้วที่มีเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำ
เพื่อไทยเป็นพรรคที่โดดเด่นด้านนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง เคยหาเสียงผ่านการชูชุดนโยบาย “คนไทยไร้จน” สอดคล้องกับที่ว่าที่นายกฯ เคยบอกกับประชาชนว่า “ศัตรูของผมคือความยากจน และความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชน” และมีจุดยืนเป็น “ทุนนิยมที่มีหัวใจ”
แน่นอนว่าไม่ได้เสนอแค่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทเท่านั้น แต่ยังมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่หาเสียงไว้กับประชาชนอีกมาก เพื่อไทยมีแนวทางแก้ปัญหาปากท้องอย่างไร The MATTER สรุปนโยบายปากท้องที่เพื่อไทยสัญญาไว้ให้แล้ว
- เติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ทุกคน : ประชาชนวัย 16 ปีขึ้นไป จะได้กระเป๋าเงินดิจิทัล (digital wallet) พร้อมเงิน 10,000 บาท ให้ใช้ในระยะเวลา 6 เดือน และใช้จ่ายได้เฉพาะร้านค้าที่อยู่ในรัศมี 4 กิโลเมตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้
- ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน : ขึ้นค่าแรงขั้นตำ่ภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มรายได้ให้แรงงาน ผ่านการตกลงร่วมกันของนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ โดยพิจารณาการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ผลิตภาพแรงงาน (productivity) และอัตราเงินเฟ้อ (inflation)
- ปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท : ผลักดันให้คนจบปริญญาตรีมีเงินเดือนเริ่มต้น 25,000 บาท/เดือน ภายในปี 2570
- 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง : สร้างศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์ให้เรียนฟรี และเฟ้นหาศักยภาพจากทุกครัวเรือน เช่น เชฟ นักร้อง ผู้กำกับ เพื่อสร้างอาชีพทักษะสูง 20 ล้านตำแหน่ง และสร้างรายได้ 200,000 บาท/ปี
- ทุกครัวเรือนรายได้เกิน 20,000 บาท : เติมให้ทุกครอบครัวมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
- ลดค่าไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซหุงต้มทันที : ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อลดภาระประชาชนในการเข้าถึงแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวัน
- รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย : เจรจากับภาคส่วนต่างๆ เพื่อลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน
- พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ดันรายได้เพิ่ม 3 เท่า : พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นทั้งดอกเพื่อลดภาระเกษตรกรในการชำระหนี้ และดันรายได้เกษตรกรให้เพิ่ม 3 เท่าภายในปี 2570 ผ่านการสร้างระบบยืนยันราคาสินค้าเกษตร และนำนวัตกรรมการเกษตรมาเพิ่มปริมาณผลผลิต–ลดต้นทุนการผลิต
- สร้างเขตธุรกิจใหม่เพื่อดึงดูดการลงทุน : กระตุ้นเศรษฐกิจโดยสร้างเขตธุรกิจใหม่ที่จะลดอุปสรรค เพิ่มแรงจูงใจ และดึงดูดการลงทุน ผ่านการผลักดันกฎหมายปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจ Start-ups และ SMEs, ผลักดันสิทธิในการยกเว้นภาษีเงินได้–ภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง–ภาษีนำเข้า, และสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อผลักดันภาคเอกชน
อย่างไรก็ตาม ต้องลุ้นกันต่อไปว่านโยบายเหล่านี้จะเป็นเพียง “เทคนิคหาเสียง” หรือไม่ เหมือนที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเคยอธิบายปมรณรงค์เรื่อง ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แต่ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย
อ้างอิงจาก
https://thematter.co/quick-bite/economic-policies-election66/202159
https://www.facebook.com/photo/?fbid=801948781300773&set=a.508934057268915
https://www.komchadluek.net/news/politics/555486