จะเป็นอย่างไรถ้าหมาตัว ‘สูง’ ที่สุดในโลกและตัว ‘เล็ก’ ที่สุดในโลก มาเจอกัน? บันทึกสถิติโลกกินเนสส์ (Guinness World Records หรือ GWR) พาหมาเจ้าของสถิติทั้งสองมาเล่นด้วยกัน พร้อมบอกว่าให้เห็นว่าเพื่อนใหม่ ก็สามารถมีได้ในทุกรูปร่างและขนาด
เมื่อวัดความสูงขณะเดิน เพิร์ล–หมาสายพันธุ์ชิวาวา ที่มีความสูง 9.14 เซนติเมตร (3.59 นิ้ว) แทบจะสูงไม่เกินอุ้งเท้าของเรจจี้–หมาเกรทเดนที่มีความสูง 1.007 เมตร (3 ฟุต 3 นิ้ว) เลยทีเดียว
แม้พวกมันจะมีความสูงต่างกันถึง 91.56 เซนติเมตร (3 ฟุต) หรืออาจเทียบได้กับความยาวของไม้เบสบอลหรือกีตาร์โปร่ง แต่เมื่อได้เจอกัน พวกมันก็เล่นด้วยกันอย่างมีความสุข และทั้งสองตัวก็มีอะไรที่เหมือนกันมากกว่าที่คิด โดย Guinness World Records เป็นผู้พาทั้งสองมาเจอกันครั้งแรก ที่มลรัฐไอดาโฮ ของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้
แซม ผู้เป็นเจ้าของหมาที่สูงที่สุดในโลก เล่าว่าเมื่อแรกเกิด เรจจี้เป็นลูกหมาที่ตัวเล็กที่สุดในครอก แต่แซมก็ตกหลุมรักลูกหมาเกรทเดนตัวเล็กตัวนี้ทันที โดยไม่รู้เลยว่าเรจจี้จะตัวใหญ่ได้ขนาดนี้
ครอบครัวของเรจจี้ยังต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรองรับหมาขนาดใหญ่ โดยมันตัวสูงมากจนสามารถกินอาหารจากเคาน์เตอร์ได้เลย พวกเขาจึงต้องสอนให้เรจจี้กินอาหารจากชามของตัวเองเท่านั้น อีกทั้งมันยังสามารถดื่มน้ำที่อ้างล้างจานในครัวได้เลยด้วย
“แต่มันเป็นเพียงเด็กตัวโตเท่านั้น” แซมบอกว่า แม้เรจจี้จะเป็นเจ้าของสถิติหมาตัวผู้ที่สูงที่สุดในโลก แต่มันก็เป็นหมาขี้เล่นมาก ทั้งชอบส่งเสียงดัง และ “ทำตัวเหมือนเด็กวัยเตาะแตะ” ทั้งนี้ยังเป็นหมาที่อ่อนโยน และใจดีกับทั้งคน และหมาตัวเล็กเสมอ ดังนั้นเมื่อเรจจี้มาเจอกับเพิร์ล แซมจึงไม่กังวลว่าพวกมันจะเข้ากันไม่ได้
ด้านเพิร์ล วาเนสซ่าผู้เป็นเจ้าของเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตัวเองประสบปัญหาสุขภาพ แพทย์ของเธอและสามีจึงแนะนำให้เลี้ยงหมาแทน เพื่อแบ่งความรักและความห่วงใย โดยเธอพูดไว้ว่า “สำหรับคนอย่างฉัน เราไม่สามารถมีลูกเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้น (หมา) จึงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจริงๆ และนั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก”
วาเนสซ่าบอกว่า แม้เพิร์ลจะตัวเล็กแต่ก็มีบุคลิกที่โดดเด่น โดยเธอมักจะสรรหาเสื้อผ้าน่ารักๆ ให้มันอยู่เสมอ บางครั้งก็ใส่แว่นกันแดดหรือหมวก และบางครั้งก็ทาเล็บอีกด้วย
“จริงๆ แล้วมันเลือกชุดที่ตัวเองอยากจะใส่ในแต่ละวัน” วาเนสซ่าเล่าว่า เธอสามารถมองเห็นอารมณ์ของเพิร์ลในแต่ละวันได้ และกล่าวว่า “ฉันคิดว่าเธอชอบเสื้อผ้า เพราะมันหนาวตลอดเวลา
และหลังจากที่เพิร์ล และวาเนสซ่าเดินทางจากฟลอริดาไปยังไอดาโฮ เพื่อพบกับเรจจี้และแซม แล้วหมาทั้งสองพบกันครั้งแรก เพิร์ลยังคงอยู่ในมือของเจ้าของอย่างปลอดภัย ขณะที่เรจจี้ค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นไปทักทายเพิร์ล และดมกลิ่นอย่างอ่อนโยน ก่อนที่พวกมันจะนั่งข้างๆ กันบนโซฟา เกิดเป็นภาพเพื่อนซี้ต่างขนาดที่เราเห็น
เมื่อพวกมันคุ้นเคยกันดีแล้ว พวกมันก็เดินเล่นไปทั่วบ้านและสวนด้วยกัน โดยในบางจังหวะที่เรจจี้นั่งลง เพิร์ลก็วิ่งไปมาอย่างมีความสุขบนขาใหญ่ของเรจจี้ ราวกับว่ามันเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ พร้อมทั้งโพสท่าถ่ายรูปให้เจ้าของ โดยเรจจี้ตัวสูงมากจนเทียบเท่ากับเคาน์เตอร์ครัว ส่วนเพิร์ลตัวเล็กมากจนสามารถใส่ในชามอาหารของเรจจี้ได้
“เป็นวันที่สนุกและตื่นเต้นมาก” วาเนสซาเล่า “มัน (เรจจี้) น่ารักมาก ขี้เล่นเหมือนเพิร์ลเลย” ส่วนเจ้าของเรจจี้ ก็บอกว่า “ฉันแปลกใจที่เพิร์ลไม่กลัวเรจจี้มากกว่า แต่เธอกลับตื่นเต้นและสนใจเขามาก”
อ้างอิงจาก