OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ได้เปิดตัว GPT-5 โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุด ที่หลายคนรอคอยมานาน พร้อมบอกว่าโมเดลใหม่นี้ “เหมือนผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอก”
ในงานเปิดตัว GPT-5 เมื่อวานนี้ (7 สิงหาคม) แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI กล่าวว่า GPT-5 “ฉลาดกว่า เร็วกว่า และมีประโยชน์มากกว่า” AI โมเดลที่ผ่านๆ มา และการเปิดตัววันนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของ ChatGPT
“GPT-3 ให้ความรู้สึกเหมือนคุยกับนักเรียนมัธยมปลาย […] (GPT) 4 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับนักศึกษา” อัลท์แมนกล่าวว่า “GPT-5 คือครั้งแรก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อนั้นๆ อย่างแท้จริง เหมือนผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอก”
แล้วมีอะไรใหม่ใน GPT-5 บ้าง? อาจสรุปได้ดังนี้
1. ระบบรวมศูนย์อัจฉริยะ (Unified System) โดย GPT-5 รวบรวมโมเดลต่างแบบเข้าด้วยกัน กล่าวคือโมเดลฉลาดและมีประสิทธิภาพ (smart & efficient model) –ถือเป็นระบบหลักที่ใช้ตอบคำถามทั่วไปส่วนใหญ่ โมเดลการให้เหตุผลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (GPT‑5 thinking) –สำหรับโจทย์ที่ซับซ้อนและต้องการการคิดวิเคราะห์เชิงลึก และเราเตอร์แบบเรียลไทม์ (real‑time router) ที่จะเป็นตัวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ว่าจะใช้โมเดลใดในการทำงาน โดยพิจารณาจากการสนทนาและเจตนาของผู้ใช้ เช่น เมื่อผู้ใช้สั่งว่า “คิดเรื่องนี้ให้ลึกซึ้ง” ChatGPT ก็จะใช้โมเดล GPT‑5 thinking ทันที
พูดง่ายๆ ก็คือ GPT-5 สามารถพิจารณาและตัดสินใจเองว่า ผู้ใช้ต้องการคำตอบแบบรวดเร็ว หรือคำตอบที่ลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมสามารถปรับไปใช้ smart & efficient หรือ GPT‑5 thinking ตามความต้องการของผู้ใช้
2. ให้คำตอบที่แม่นยำยิ่งขึ้น OpenAI กล่าวว่า GPT-5 เป็น “โมเดลที่เชื่อถือได้มากที่สุดของเรา” ซึ่งถูกฝึกฝนให้สามารถระบุคำตอบที่แม่นยำยิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้ โดยลดข้อผิดพลาดในการให้ข้อเท็จจริง การหลอนข้อมูล (Hallucinations) และการแสร้งทำเป็นรู้เรื่องให้น้อยลง ทำให้โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกเหมือนคุยกับมนุษย์มากขึ้น
3. เขียนโค้ดเก่งขึ้น GPT-5 สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้แบบครบวงจร โดยสามารถเขียนโค้ดที่ใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงทำงานออกแบบได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และเกม ที่ทั้งมีการออกแบบที่สวยงาม และสามารถใช้งานได้จริง
เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ในงานเปิดตัวยังมีการสาธิตการเขียนโค้ดหลายร้อยบรรทัดได้ภายในไม่กี่วินาที ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถสร้าง ‘โปรแกรมการเรียนภาษาฝรั่งเศส’ ที่ใช้ได้จริงผ่านคำสั่งของผู้ใช้เพียงไม่กี่บรรทัด โดยมีทั้งบทเรียนช่วยทายคำศัพท์ และเกมเรียนรู้คำศัพท์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เรียน
4. เขียนเชิงสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น GPT-5 สามารถช่วยงานในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น เช่น ร่างและแก้ไขรายงาน เขียนอีเมล บันทึกช่วยจำ และอื่นๆ รวมถึงสามารถช่วยทำงานเขียนที่มีโครงสร้างกำกวมได้ดียิ่งขึ้น เช่น การเขียนกลอนหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ แทนที่จะปฏิเสธคำขอของผู้ใช้ ที่ละเมิดหลักเกณฑ์ของ ChatGPT โดยตรง OpenAI ชี้ว่า โมเดลใหม่นี้มีการเพิ่มความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ พร้อมจะพยายามให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย หรืออย่างน้อยก็อธิบายว่าทำไม AI ถึงช่วยตอบคำถามไม่ได้
5. ให้คำตอบด้านสุขภาพที่มีประโยชน์มากขึ้น OpenAI ระบุว่า โมเดลที่ดีที่สุดของ ChatGPT สำหรับการตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ โดยสามารถให้คำตอบที่แม่นยำและเชื่อถือได้มากขึ้น พร้อมกับมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ในการแจ้งข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้น เช่น อาการป่วยทางกายหรือทางจิตใจที่ร้ายแรง
อย่างไรก็ตาม ChatGPT ไม่ได้มาแทนที่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ แต่เป็นเหมือนคู่คิดที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจอาการต่างๆ รวมถึงช่วยพิจารณาตัวเลือกต่างๆ ในการตัดสินใจด้านสุขภาพ
ส่วนฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยผู้ใช้สามารถเลือก ‘บุคลิกภาพ’ ของ ChatGPT ที่แตกต่างกันได้สี่แบบ ซึ่งเพิ่มเติมจากบุคลิกภาพมาตรฐานของ ChatGPT ที่มีความชัดเจนและเป็นกลาง
สำหรับบุคลิกภาพอื่นๆ จะมีสไตล์และน้ำเสียงเป็นของตัวเอง ดังนี้
- Cynic ประชดประชัน โดยจะให้ความช่วยเหลืออย่างตรงไปตรงมาด้วยไหวพริบ แม้จะมีหยอกล้อและเสียดสีกันบ้าง แต่ยังคงให้คำตอบที่ตรงประเด็นและเป็นประโยชน์
- Robot แม่นยำ มีประสิทธิภาพ ไร้อารมณ์ ตอบคำถามตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องใช้คำพูดมากมาย
- Listener อบอุ่นและผ่อนคลาย สะท้อนความคิดของผู้ใช้ ด้วยความชัดเจนและสงบ
- Nerd ขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็น อธิบายแนวคิดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน พร้อมกับยกย่องความรู้และการค้นพบต่างๆ
นอกจากนี้ GPT-5 ยังมีการปรับปรุงเสียง สามารถเลือกสีสำหรับการแชท เพิ่มโหมดการเรียนรู้ (Study mode) ที่ช่วยผู้ใช้เรียนรู้ทุกสิ่งทีละขั้นตอน และสามารถเชื่อมต่อ Gmail และ Google Calendar ของผู้ใช้ได้อีกด้วย โดย OpenAI กล่าวว่า การอัปเกรดนี้จะเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ที่มีกว่า 700 ล้านคนต่อสัปดาห์ ให้สามารถใช้งานได้ทันที
อ้างอิงจาก