ชื่อของอัลแบร์ กามูส์ (Albert Camus) มักตามมาด้วยแนวคิด Absurdity ว่าด้วยความเลื่อนลอย ไร้หลักของชีวิต เราตื่นขึ้นมา ใช้ชีวิตแบบเดิม ลุกไปทำงานแบบเดิม กิจวัตรแบบเดิม วนซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แนวคิดนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดแจ้งในงาน ‘The Myth of Sisyphus’ ผู้ถูกลงโทษให้กลิ้งหินขึ้นเขา เมื่อถึงปลายทางหินกลับกลิ้งกลับลงไปดังเดิม จึงต้องกลิ้งวนซ้ำแบบนี้ไม่ต่างกัน
อิทธิพลของเขาไม่ได้อยู่แค่ในแวดวงปรัชญา แต่กระจายไปในงานเขียน ภาพยนตร์ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน เชื่อว่าผู้คนจะสัมผัสได้ถึงแนวคิดหลักที่สะท้อนมุมมองเลื่อนลอย ไร้หลักของชีวิตได้เช่นเดียวกัน
แล้วคนที่มองว่าชีวิตคนเราคือการวนเวียนทำกิจวัตรซ้ำๆ เหมือนถูกลงโทษให้กลิ้งหินขึ้นภูเขาล่ะ ตัวเขาเองมีชีวิตใน 1 วันแบบไหนกัน
ในช่วงที่เขาอาศัยอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ใกล้สวนลักเซมเบิร์ก เป็นช่วงที่เขาทุ่มเทเวลาไปกับงานเขียนชิ้นแล้วชิ้นเล่า โดยเฉพาะในช่วงเช้า เขาใช้เวลากว่า 4-5 ชั่วโมงในงานเขียน อาจไม่ได้เจาะจงเวลา แต่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน เขามองว่าการสร้างสรรค์ผลงาน ก็นับเป็นวินัยทางปัญญาและร่างกาย ชีวิตบนร่างกายที่แข็งแรง และตารางเวลาที่เป็นระเบียบ เป็นอีกเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เขาคิดงานได้ดี ในช่วงบ่ายเขาทำงานในฐานะบรรณาธิการ ให้คำแนะนำนักเขียนรุ่นเยาว์
แม้ด้วยหน้าที่การงานอาจทำให้เขากลายเป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นใครสักคนที่ผู้คนนับหน้าถือตา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะรับการยกย่องหรือแสดงบทบาททางสังคมตามที่ปัญญาชนชั้นนำในปารีสคาดหวัง
เขาอุทิศชีวิตบางส่วนไปกับงานอดิเรกที่หลงใหลอย่างฟุตบอลแทน แม้จะชื่นชอบกีฬานี้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ต้องเลิกเล่นไปด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ เขายังมองว่ามันเป็นมากกว่าเกมกีฬา ทำให้ได้เห็นหน้าที่และศีลธรรมของผู้คนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่พาเขาออกไปใช้ชีวิตข้างนอก สัมผัสแสงแดดและผืนน้ำ องค์ประกอบที่ถูกพูดถึงในงานหลายๆ ชิ้นของเขาเองนั่นแหละ
ฟังดูแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจเป็นแค่งานอดิเรกของใครคนสักคน แต่ในอีกแง่หนึ่งมันก็เป็นกิจกรรมที่พาเขาหลีกหนีจากความเลื่อนลอย ไร้หลักของชีวิตได้เช่นกัน
อ้างอิงจาก
https://www.theatlantic.com/magazine/archive/1958/05/albert-camus-a-good-man/640286/