จำได้ไหมว่าตัวเอง ‘ลางานเพื่อพักผ่อน’ ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?
ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวของเราเริ่มเลือนราง การพักร้อนบ่อยๆ อาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่รู้หรือไม่ ว่าเราอาจต้องการถอยตัวเองห่างออกมาจากงาน มากกว่าที่คิด
งานวิจัยพบว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องจะค่อยๆ ทำให้ระดับคอร์ติซอลของเราสะสมไปเรื่อยๆ จนเกิดความเหนื่อยล้าทางความคิด และความอ่อนล้าทางอารมณ์ ซึ่งหากเราไม่ได้พักฟื้นเลย ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหมดไฟ และส่งผลเสียต่อทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพ
บทความเรื่อง Maximising Recovery: The Superiority of Frequent Vacations for Well-Being and Performance ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2025 ได้ทบทวนงานวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับการพักร้อนในวัฒนธรรมทำงานปัจจุบัน และพบว่าเราอาจได้ประโยชน์จากการพักผ่อนสั้นๆ บ่อยๆ ตลอดทั้งปี มากกว่าการรอวันหยุดยาวเพียงไม่กี่ครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ งานวิจัยหนึ่งชี้ว่าในวันที่เราลาพักร้อน สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเรามักจะถึงจุดสูงสุดในเมื่อเข้าวันที่ 8 แต่หลังจากนั้นประโยชน์ที่เกิดขึ้นอาจจางหายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากกลับไปทำงาน
ส่วนการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งก็บอกว่า คนที่ลาพักร้อนติดต่อกันราว 23 วัน ก็พบว่าเพียง 1 สัปดาห์หลังจากกลับไปทำงาน สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาก็กลับคืนสู่ระดับเดิมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มพนักงานทำงานหนัก
ความสุขจากวันหยุดที่ค่อยๆ จางหายไปนี้ ชี้ให้เห็นว่า ‘ระยะเวลา’ ของการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้รับประกันประโยชน์ในระยะยาว
แล้วเราควรลาพักร้อนบ่อยแค่ไหน? การศึกษาดังกล่าวแนะนำให้ใช้เวลาพักผ่อนสั้นๆ ทุกๆ 2 เดือน แทนที่จะหยุดพักยาวเพียงครั้งเดียว เพราะแนวทางนี้จะช่วยป้องกันการสะสมของความเครียด และช่วยให้ฟื้นตัวได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้นตลอดทั้งปี
สิ่งสำคัญคือ ในช่วงเวลาพักร้อนเราควรตัดขาดจากงานจริงๆ เช่น หลีกเลี่ยงการส่งอีเมล โทรหาลูกค้า หรือคิดเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา เพราะการทำแบบนี้จะช่วยให้เกิดภาวะแยกตัวทางจิตใจ (Psychological Detachment) ซึ่งด้วยให้จิตใจเราฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยการจัดตารางลาพักร้อนให้สม่ำเสมอ เราสามารถหลีกเลี่ยงการสะสมความเครียดต่อเนื่องได้ รวมทั้งการพยายามพักผ่อนจริงๆ และคิดเรื่องงานให้น้อยลง ก็จะช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
อ้างอิงจาก