ภารกิจอะพอลโล 11 ทำให้ชื่อนีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ เขาใช้เวลาบนดวงจันทร์ไม่ถึง 1 วัน แต่ภารกิจอะพอลโล 11 นั้นกินเวลากว่า 8 วัน 3 ชั่วโมง 18 นาที และ 35 วินาที
กิจวัตร 1 วันในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นีลและนักบินอวกาศในทีมใช้ชีวิตอย่างไรบ้างนะ
วันแรกในภารกิจทะยานขึ้นสู่ดวงจันทร์ของยานอวกาศอะพอลโล 11 เป็นหนึ่งในวันที่ยุ่งที่สุดสำหรับนักบินอวกาศบนยาน พวกเขาได้รับมอบหมายให้ปรับแต่งโมดูลเพื่อให้พร้อมสำหรับการลงจอดบนดวงจันทร์ และเตรียมยานอวกาศสำหรับการเดินทางที่เหลือ
2 วันถัดมา ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายลงมาบ้าง มีเพียงงานซ่อมบำรุงเล็กน้อย พวกเขาจึงมีเวลาเหลือเฟือในการบันทึกภาพเพื่อออกอากาศให้ผู้ชมที่รอคอยอยู่บนโลกได้ชม ในขณะที่เตรียมข่าวสารส่งกลับไปที่โลก พวกเขาเองก็ได้รับข่าวสารจากบ้านเกิดเป็นระยะๆ
อาหารการกินที่นำขึ้นไปในอวกาศ จะต้องมีน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด มีคุณค่าทางโภชนาการ และเก็บรักษาได้โดยไม่ต้องแช่เย็น ส่วนใหญ่จึงเป็นอาหารแห้งฟรีซดรายที่กำจัดน้ำออกไปหมดแล้ว หากจะกินแบบไม่แค้นคอก็ต้องเติมน้ำกลับเข้าไปอีกครั้ง
น้ำส่วนใหญ่บนยานมีปริมาณจำกัด จึงถูกนำไปใช้สำหรับดื่มและเติมน้ำให้กับอาหารเป็นลำดับแรก นั่นหมายความว่านักบินอวกาศต้องอาบน้ำแบบใช้น้ำน้อยที่สุด ด้วยการใช้ฟองน้ำเช็ดตัว การขับถ่ายก็ยิ่งต้องประหยัดน้ำมากขึ้นไปอีก ของเสียที่เป็นของเหลวจะถูกเก็บรวบรวมในอุปกรณ์ที่สวมไว้ใต้เสื้อผ้า แล้วนำไปทิ้งในกล่องเพื่อสุขอนามัยโดยเฉพาะ
ชีวิตบนนั้น นอกจากภารกิจที่ต้องทำในแต่ละวันแล้ว ยังต้องเผชิญกับสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงที่แทบจะพลิกชีวิตที่เคยมีบนพื้นโลกไปเลย ทำให้ผู้เข้าร่วมภารกิจต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อผลักดันให้ลุล่วงทั้งภารกิจและชีวิตในแต่ละวัน
หลังจากกลับมาจากดวงจันทร์ นีลเลือกชีวิตเรียบง่าย เพื่อไม่ให้ชื่อของตัวเองถูกใช้หาประโยชน์ทางการค้า เขาเองรู้ดีว่าความสำเร็จครั้งนั้นไม่ได้เป็นของเขาคนเดียว แต่เป็นของทีมวิศวกร ช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย รวมถึงมนุษยชาติ ดังที่เขากล่าวไว้ว่า “One small step for man, one giant leap for mankind.”
อ้างอิงจาก